รู้จักนิชิเร็นโชชู

ศาสนาพุทธนิกายนิชิเร็น โชชู

 

จุดมุ่งหมายของศาสนาพุทธนิกายนิชิเร็น โชชิวคืออะไร?

ในปี ค.ศ. 1261 ในประเทศญี่ปุ่น พระนิชิเร็น ไดโชนิน พระพุทธะดั้งเดิมและอาจารย์ของพระพุทธะทุกองค์เขียนจดหมายถึงลูกศิษย์คนหนึ่งดังต่อไปนี้

“ถ้าท่านปรารถนาปล่อยตัวท่านเองให้เป็นอิสระจากความทุกข์ของการเกิดและความตายซึ่งท่านอดทนมาตลอดไม่มีที่สิ้นสุดและบรรลุการรู้แจ้งที่สูงส่งในชาตินี้ ท่านต้องตื่นตัวต่อความจริงมหัศจรรย์ซึ่งสถิตภายในชีวิตของท่านตลอดเวลา ความจริงนี้ คือ เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว ดังนั้น การสวดเมียวโฮ-  เร็งเง-เคียว จะทำให้ท่านเข้าใจความจริงมหัศจรรย์ภายในตัวท่าน” (MW 1 หน้า 3)

 

ข้อความนี้มีความหมายอะไรต่อผู้คนทุกวันนี้ในคริสตศตวรรษที่ 21?

ศาสนาพุทธนิกายนิชิเร็น โชชู สอนว่า แท้ที่จริงแต่ละบุคคคลมีศักยภาพภายในชีวิตของเขาในการสำแดงชีวิตที่รู้แจ้งของพระพุทธะ ซึ่งประกอบด้วยปัญญาเพื่อเข้าใจกฏแห่งความสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผลตลอด 3 ชาติ แห่งอดีต ปัจจุบันและอนาคต และประสบชีวิตที่มีความเมตตาที่แท้จริงและหัวใจของพระพุทธะที่แท้จริง (สภาพชีวิตที่มีความสุขสมบูรณ์) ไม่สามารถทำลายได้

ถ้าพวกเราสวดนัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว (ไดโมขุ) และทำให้ธรรมชาติพุทธะของพวกเราตื่นตัวทุกวัน ความแตกต่างใหญ่หลวงเริ่มปรากฏในชีวิตประจำวันของพวกเรา  ปัญหาซึ่งพวกเรามีกับผู้คน ณ ที่ทำงานจะเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อพวกเราเปลี่ยนแปลง ปัญหาซึ่งพวกเรามีกับเพื่อนของพวกเราหรือครอบครัวของพวกเรา หรือในภูมิหลังทางสังคม จะเปลี่ยนแปลง สุขภาพของพวกเราหรือสภาพจิตใจและความคิดของพวกเรา วิญญาณที่แท้จริงเกี่ยวกับชีวิตของพวกเราจะเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น  เหตุการณ์เหล่านี้ไม่ได้เกิดจากคาถาอาคมหรือความคิดเชิงบวกและไม่ใช่ “เหตุบังเอิญ”   ในศาสนาพุทธของพระนิชิเร็น ไดโชนิน สิ่งนี้ถูกเรียกว่า “เฮ็นโดกุ อิยกุ” หรือการเปลี่ยนยาพิษ (หรือสถานการณ์ที่ลำบากหรือเป็นไปไม่ได้) ในชีวิตของพวกเราเองเป็นยา ด้วยการปฏิบัติและความศรัทธาประจำวัน  พวกเราจะสะสมโชคลาภที่ดีมากมายเพื่ออนาคตของพวกเราในเวลาเดียวกัน

 

พวกเราสามารถเชื่อบางสิ่งที่ดูเหมือนแปลกมากสำหรับชาวตะวันตกได้อย่างไร?

ในศาสนาพุทธมีข้อพิสูจน์ 3 ชนิด ด้านเอกสาร ทฤษฎี และที่เกิดขึ้นจริง ในการแนะนำศาสนาพุทธนิกายนิชิเร็น โชชูนี้ พวกเราจะพยายามพูดถึงข้อพิสูจน์ 2 ชนิดแรก คือ ข้อพิสูจน์ด้านเอกสารและ  ทฤษฎี  แต่ข้อพิสูจน์ที่สำคัญที่สุด คือ ข้อพิสูจน์ที่เกิดขึ้นจริง และสามารถได้มาโดยการสวดนัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียวต่อโกฮนซน (วัตถุบูชาในนิชิเร็น โชชู) ด้วยตัวของพวกเราเองเท่านั้น

 

ข้อคิดเห็นทางประวัติศาสตร์

พระศากยมุนีผู้สถาปนาศาสนาพุทธ (ตามประวัติศาสตร์) ที่มีชีวิตอยู่ในประเทศอินเดียเมื่อ 3,000 ปีที่แล้ว พยากรณ์ไว้ในมหาสันนิบาตสูตร (ไดจูกุ) ว่าโลกจะเข้าสู่สมัยแห่งความขัดแย้งรุนแรงและความสับสนทางศาสนาภายหลังการปรินิพพานของพระองค์ 2,000 ปี (แท้ที่จริงสมัยนี้เริ่มต้นราวๆค.ศ. 1100) พระองค์เรียกสมัยนี้ว่ามัปโป หรือ “สมัยปัจฉิมธรรม”

อย่างไรก็ตาม พระศากยมุนีพยากรณ์เพิ่มเติมในสัทธรรมปุณฑริกสูตร (ซึ่งพระองค์เองเรียกว่า “ราชาแห่งพระสูตรทั้งหมด”)  พระองค์พยากรณ์การปรากฏของ “ศาสนาพุทธแท้” สำหรับสมัยปัจฉิมธรรมว่าจะแทนที่คำสอนต่างๆของพระองค์เองก่อนหน้านี้ (ศาสนาพุทธชั่วคราว) พระศากยมุนีสอนว่าพระพุทธะดั้งเดิม (แท้จริง) อาจารย์ขั้นพื้นฐานของพระพุทธะทุกองค์จะมาเกิดบนโลกนี้เพื่อสอนศาสนาพุทธแท้แก่ผู้คนในสมัยปัจฉิมธรรมนี้ การมาเกิดในปี ค.ศ. 1222 ของพระนิชิเร็น ไดโชนิน พระพุทธะดั้งเดิม และการสถาปนาศาสนาพุทธแห่งมหาธรรมเร้นลับ 3 ประการของท่านพิสูจน์ความมีเหตุผลแห่งคำพยากรณ์ของพระศากยมุนี   มหาธรรมเร้นลับ 3 ประการถูก เรียกว่า “เร้นลับ” เนื่องจากคำสอนนี้ยังไม่เคยถูกเปิดเผยมาก่อน มหาธรรมเร้นลับ 3 ประการประกอบด้วย วัตถุบูชาที่แท้จริง มหาวิหารที่แท้จริง และคำสวดหรือไดโมขุ  พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าว:

“ขณะนี้สมัยปัจฉิมธรรม สัทธรรมปุณฑริกสูตร หรือพระสูตรอื่น ไม่สามารถนำไปสู่การรู้แจ้ง นัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียวเท่านั้นสามารถทำเช่นนั้น และนี่ไม่ใช่ความเห็นของอาตมาเท่านั้น พระศากยมุนี พระประภูตรัตน์พุทธะและพระพุทธะอื่นและพระโพธิสัตว์ทุกองค์ใน 10 ทิศรวมทั้งพระโพธิสัตว์แห่งพื้นโลกมากมายเหลือคณานับตัดสินเช่นนั้น  ...ตะเกียงจะไม่มีประโยชน์หลังจากดวงอาทิตย์ขึ้น หยดน้ำค้างยังมีประโยชน์อะไรเมื่อฝนตก?” (MW 3 หน้า 266 ,ชินเพ็น หน้า 1219)

ศาสนาพุทธแท้ของพระพุทธะดั้งเดิม พระนิชิเร็น ไดโชนิน คำสอนแห่งความจริงสูงสุดแห่งการรู้แจ้ง สถาปนาเมื่อวันที่ 28 เมษายน ค.ศ. 1253 ณ วัดเซอิโชจิ  ในหมู่บ้านโตโจ  จังหวัดอาวะในประเทศญี่ปุ่น  ในวันนั้นพระนิชิเร็น ไดโชนินสวดและสอนนัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียวเพื่อการรู้แจ้งของมวลมนุษย์เป็นครั้งแรก

 

นัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว

ในอดีตที่ไม่มีจุดเริ่มต้น (คุอน กันโจะ) พระพุทธะแท้ตั้งชื่อธรรมะสูงสุดหรือตัวตนที่แท้จริงของชีวิตในจักรวาลว่า นัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว  ตามตัวอักษร “นัม” หมายถึง การอุทิศชีวิต และ “เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว” คือชื่อของสัทธรรมปุณฑริกสูตร การแปลแบบง่ายๆหมายถึง “การอุทิศชีวิตต่อธรรมมหัศจรรย์แห่งสัทธรรมปุณฑริกสูตร”

เช่นกัน นัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว ถูกเรียกว่าธรรมมหัศจรรย์แห่งเหตุและผล เนื่องจากภายในนี้มีทั้งเหตุและผลของการบรรลุพุทธภาวะ “เร็งเง” หมายถึง ดอกบัว ดอกบัวออกดอกและเมล็ดในเวลาเดียวกัน แสดงให้เห็นการเกิดขึ้นพร้อมกันของเหตุและผล  เหตุ คือ การสวดนัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียวและ ผล คือ การบรรลุการรู้แจ้งภายในชาติปัจจุบันของพวกเรา

ถึงแม้ว่าพุทธภาวะดำรงอยู่ภายในชีวิตของพวกเราเรียบร้อยแล้ว พวกเราต้องการวิธีปฏิบัติเพื่อสำแดงพุทธภาวะทุกวัน เมื่อพวกเราตื่นตัวต่อศักยภาพสูงที่สุดภายในชีวิตของพวกเรา พวกเราสามารถเกิดปัญญาและพลังมหาศาลเพื่อท้าทายและเอาชนะปัญหาของพวกเราและแบ่งปันความสุขของพวกเราแก่ผู้อื่น เมื่อพวกเราปฏิบัติศาสนาพุทธนี้ต่อเนื่องตลอดชีวิตของพวกเรา พวกเราจะเข้าใจความลึกซึ้งและความหมายของการสวดไดโมขุ (นัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว) มากขึ้น

 

ได-โกฮนซนของพระนิชิเร็น ไดโชนิน

ได-โกฮนซนแห่งมหาวิหารที่แท้จริง ซึ่งสร้างเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ค.ศ. 1279 เป็นรากฐานและแหล่งกำเนิดศาสนาพุทธของพระนิชิเร็น ไดโชนิน   ด้วยโกฮนซนที่แท้จริงนี้ในฐานะวัตถุแห่งความศรัทธา ทุกคนในสมัยปัจฉิมธรรมสามารถบรรลุการรู้แจ้งโดยการสวดนัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียวต่อโกฮนซนด้วยความศรัทธาที่จริงใจ พวกเราสามารถประสานชีวิตของพวกเรากับธรรมะพื้นฐานซึ่งมีอิทธิพลต่อปรากฏการณ์ทั้งปวงและชีวิตที่รู้แจ้งของพระพุทธะดั้งเดิม (พระนิชิเร็น ไดโชนิน)

ได-โกฮนซนที่พระนิชิเร็น ไดโชนินสร้างในลักษณะของมันดาละเป็นชีวิตที่รู้แจ้งของพระพุทธะแท้ (ตัวท่านเอง) ที่มีคุณความดี 3 ประการ แห่งเจ้านาย อาจารย์และบิดามารดา คุณความดี 3 ประการมีความสำคัญต่อพวกเราอย่างไร?  เจ้านายที่มีอำนาจสมบูรณ์ทำหน้าที่คุ้มครองทุกคน อาจารย์สอนและแนะนำทุกคนเพื่อที่พวกเขาจะบรรลุการรู้แจ้ง (สภาพแห่งความสุขสมบูรณ์) บิดามารดาแสดงความเมตตาและกรุณาเพื่อหล่อเลี้ยงและสนับสนุนมวลมนุษย์   ด้วยประสบการณ์ของพวกเราเองและการศึกษาคำสอนของท่าน พวกเราจะเริ่มเข้าใจอย่างเป็นธรรมชาติว่าตามความเป็นจริงโกฮนซนเป็นชีวิตที่แท้จริงของพระพุทธะ  ดังนั้นการรู้แจ้งของพวกเราเองจึงเป็นไปได้ ทำให้ธรรมชาติพุทธะซึ่งมีอยู่ในโกฮนซนและธรรมชาติพุทธะที่แฝงอยู่ในตัวพวกเราเองเป็นหนึ่งเดียว

ความหมายของ “ความศรัทธา”ในศาสนาพุทธนิกายนิชิเร็น โชชู คืออะไร?

ในศาสนาพุทธ ความศรัทธาอยู่บนหลักการที่มหัศจรรย์ของการมีปฏิกริยาร่วมกันระหว่างมวลมนุษย์ (ผู้นับถือ) และวัตถุบูชา  สำหรับพวกเรา ความศรัทธา คือ ความเคารพต่อโกฮนซนในฐานะพื้นฐานสำหรับความเชื่อของพวกเราและในฐานะวัตถุแห่งความเคารพสูงสุด  ดังนั้น ผู้นับถือแต่ละคนสามารถเกิดปัญญาที่รู้แจ้งและแสดงพฤติกรรมในชีวิตของเขาเอง

การมีความศรัทธาต่อโกฮนซนไม่ได้เกิดจากอารมณ์ ตรรกะ หรือความคิดซึ่งเกิดจากประสบการณ์เท่านั้น เมื่อบุคคลหนึ่งเริ่มปฏิบัติศาสนาพุทธนี้ ความศรัทธาคือความพยายามปฏิบัติทุกวันเท่านั้น เมื่อเวลาผ่านไป การปฏิบัติที่เข้มแข็งและความศรัทธาที่จริงใจของคนๆหนึ่งจะก่อให้เกิดกุศลผลบุญที่มหัศจรรย์ ทำให้แต่ละบุคคลไม่ค่อยคิดหรือกังวลเกี่ยวกับผลประโยชน์ทางวัตถุล้วนๆ   พวกเราจะสามารถให้ความสนใจการแบ่งปันความสุขจากความศรัทธาของพวกเราแก่ผู้อื่น (การช่วยให้โลกไม่มีสงครามที่ซึ่งผู้คนเคารพทุกชีวิต) มากกว่า

การปฏิบัติของพวกเรา คือ การสวดนัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว (นั่นคือไดโมขุ) และการอ่านบางส่วนของสัทธรรมปุณฑริกสูตร (งนเงียว) ทุกเช้าและทุกเย็น และเล่าประสบการณ์ความศรัทธาของพวกเราแก่ผู้อื่น ในฐานะสมาชิกของนิชิเร็น โชชู พวกเราสามารถรับโกฮนซนไปประดิษฐานในบ้านของพวกเราเอง  อนึ่ง การสวดมนต์ต่อโกฮนซนนี้ พวกเราเข้าร่วมพิธีและกิจกรรม ณ วัดในท้องถิ่นของพวกเราเช่นกัน

การศึกษาคำสอนแสดงให้เห็นความปรารถนาแรงกล้าในการแสวงหาความจริงของศาสนาพุทธ  พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าว:

 “จงเพียรพยายามตัวท่านเองใน 2 หนทางแห่งการปฏิบัติและการศึกษา  ถ้าไม่มีการปฏิบัติและการศึกษาจะไม่มีศาสนาพุทธ    ...ทั้งการปฏิบัติและการศึกษาเกิดจากความศรัทธา” (MW 1 หน้า 95 ,ชินเพ็น หน้า 668)

พระนิชิเร็นสอนว่าพวกเราต้องลงมืออย่างขยันขันแข็งในการปฏิบัติศาสนาพุทธของพวกเรา ซึ่งเกิดจากความตั้งใจแน่วแน่ในความศรัทธาของพวกเรา  และการศึกษาคำสอน การศึกษาทำให้ความศรัทธาและการปฏิบัติของพวกเรากระปรี้กระเปร่าและลึกซึ้งยิ่งขึ้น    ขณะที่พวกเราได้รับข้อพิสูจน์ที่เกิดขึ้นจริงแห่งกุศลผลบุญมากมายจากโกฮนซนและความเข้าใจคำสอน ความศรัทธาของพวกเราจะลึกซึ้งยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน

โดยการมีความศรัทธาที่เข้มแข็งต่อศาสนาพุทธนิกายนิชิเร็น โชชู ทุกคนสามารถบรรลุสภาพชีวิตแห่งความสุขสมบูรณ์ (หรือพุทธภาวะ) ในฐานะข้อพิสูจน์ ผลแห่งพุทธภาวะจากข้างในชีวิตของผู้นับถือสำแดงออกมาแสดงให้เห็นกุศลผลบุญ  การสำแดงออกมาของพลังกุศลผลบุญมากมายจากโกฮนซนจะทำให้เกิดข้อพิสูจน์ที่สมบูรณ์โดยไม่มีข้อสงสัย  พระนิชิเร็น ไดโชนินอธิบายสภาพชีวิตนี้ดังต่อไปนี้

“นัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว คล้ายเสียงคำรามของสิงโต ดังนั้นความเจ็บป่วยอะไรจะสามารถมาเป็นอุปสรรคได้ ?  ในสัทธรรมปุณฑริกสูตรระบุว่าผู้ที่นับถือไดโมขุแห่งสัทธรรมปุณฑริกสูตรจะได้รับการคุ้มครองจากนางยักษ์หาริตี (คิจิโมจิน) และบุตรีทั้ง 10 ของนาง พวกเขาจะเพลิดเพลินในความสุขของพระราคราชเทว (ไอเซ็น) และโชคลาภที่ดีของท้าวเวสสุวรรณ (บิชะมน) ไม่ว่าลูกสาวของท่านจะกระโดดโลดเต้นหรือเล่นอยู่ที่ไหน อันตรายใดๆจะไม่เกิดกับเธอ เธอจะปลอดจากความกลัวเช่นเดียวกับพญาสิงโต” (MW 1 หน้า 119 ,ชินเพ็น หน้า 685)

การบรรลุพุทธภาวะในรูปกายปัจจุบันของพวกเราไม่ได้หมายความว่าพวกเราจะแยกตัวออกจากผู้คนในโลกหรือพวกเราจะไม่มีความยากลำบากหรือความทุกข์ ในทางตรงกันข้าม มันเป็นความสามารถในการดำเนินชีวิตที่เต็มไปด้วยความสุข การท้าทายและการแก้ไขปัญหา นี่คือสภาพชีวิตซึ่งมีคุณความดี 4 ประการ: โจ ระกุ งะและ โจ (คำพ้องเสียง) เป็นสัญลักษณ์  โจ (นิรันดร์) คือ ชีวิตตลอดกาลซึ่งไม่สามารถทำลายได้  ระกุ (ความสุข) คือ ความรู้สึกมีความสุขสมบูรณ์ (ไม่ใช่ “สัมพัทธ์”)จากความเพลิดเพลินในการดำเนินชีวิต  งะ (ตัวตนที่แท้จริง) คือ ความตั้งใจแน่วแน่และมีทิศทางเดียวกันไม่หวั่นไหวต่ออิทธิพลภายนอก  โจ (ความบริสุทธิ์) คือ ชีวิตที่บริสุทธิ์ อิทธิพลภายนอกไม่สามารถส่งผลกระทบ

ถ้าพวกเราปฏิบัติต่อเนื่องเป็นเวลา 3 ปี 5 ปี หรือมากกว่านั้นด้วยความอดทน พวกเราทุกคนจะสามารถหวนคิดถึงชีวิตของพวกเราในอดีตโดยไม่มีข้อยกเว้น จะพบว่าชีวิตของพวกเราทั้งหมดมีคุณงามความดีมากขึ้น และพวกเรามีการพัฒนายิ่งขึ้น  การปฏิบัติศาสนาพุทธที่แท้จริงเป็นการเดินทางตลอดชีวิต  พระนิชิเร็น ไดโชนิน สอนพวกเราว่าการเริ่มต้นนั้นง่ายแต่การยืนหยัดตลอดไปนั้นยาก อย่างไรก็ตาม  การบรรลุการรู้แจ้งอยู่ที่ความศรัทธาต่อเนื่อง

ผู้นับถือจำนวนหนึ่งที่เริ่มต้นปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอพบว่าอุปสรรคยังคงเกิดขึ้นในชีวิตของพวกเขา เนื่องมาจากกรรมด้านลบจากอดีตชาติปรากฏบนผิวนอก  เมื่อพวกเราปฏิบัติต่อโกฮนซนอย่างต่อเนื่องพวกเราจะสามารถเปลี่ยนกรรมด้านลบของพวกเราและได้รับความเพลิดเพลินจากชีวิตที่มีความสุขอย่างแน่นอน  พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าว:

“เนื่องมาจากข้อพิสูจน์ที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งพวกเราสะสมจากการปฏิบัติประจำวันของพวกเรา พวกเราต้องมีความศรัทธาที่เข้มแข็งต่อศาสนาพุทธที่ลึกซึ้งนี้” (ชินเพ็น หน้า 814)

โดยการได้รับกุศลผลบุญจากโงะฮนซน คนๆหนึ่งสามารถเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมเกี่ยวกับการบรรลุสภาพชีวิต “การบรรลุพุทธภาวะในรูปกายปัจจุบันของคนๆหนึ่ง”  กุศลผลบุญที่สำคัญที่สุดในบรรดากุศลผลบุญทั้งหลายและจุดมุ่งหมายในความศรัทธาของพวกเรา

 

พระสงฆ์และฆราวาสของนิชิเร็น โชชู

พระนิชิเร็น ไดโชนินสถาปนาศาสนาพุทธที่ลึกซึ้งอย่างยิ่งยวด  ต่อมาพระสังฆราชองค์ที่ 2 พระนิคโค โชนินสืบทอดศาสนาพุทธนี้อย่างสมบูรณ์และส่งมอบต่อพระสังฆราชองค์ที่ 3 พระนิชิโมขุ โชนิน และสู่พระสังฆราชที่สืบทอดแต่ละองค์ รุ่นแล้วรุ่นเล่า จนถึงพระสังฆราชองค์ปัจจุบัน นี่คือการถ่ายโอนอย่างถูกต้องโดยไม่มีการผิดเพี้ยนเลย เหมือนการถ่ายน้ำที่สมบูรณ์จากภาชนะหนึ่งสู่อีกภาชนะหนึ่งโดยไม่หกแม้แต่หยดเดียว  แม้แต่คำสอนที่สูงส่งก็จะสูญสิ้นถ้าไม่มีผู้สืบทอดในโลกนี้สืบทอดและถ่ายโอนคำสอนนั้นอย่างถูกต้อง มีองค์กรทางศาสนาองค์กรเดียวเท่านั้นซึ่งมีคุณสมบัติในการธำรงรักษาคำสอนที่บริสุทธิ์ในศาสนาพุทธของพระนิชิเร็น ไดโชนิน และเคารพพระรัตนตรัย: พระพุทธะแท้ ธรรมะ และพระสงฆ์  แหล่งกำเนิดที่บริสุทธิ์แหล่งเดียว คือ นิชิเร็น โชชู ที่มีวัดใหญ่ คือ ไทเซคิจิ ณเชิงเขาฟูจิในประเทศญี่ปุ่น

ในนิชิเร็น โชชู มีวัดในท้องถิ่นมากมาย วัดในท้องถิ่นเหล่านี้แต่ละวัด พระสังฆราชแต่งตั้งเจ้าอาวาสมาประจำวัดนั้น  ผู้นับถือ ณ วัดในท้องถิ่นแต่ละวัดรวมกันก่อให้เกิดองค์กรผู้นับถือฮกเคโกะและปฏิบัติร่วมกันภายใต้คำแนะนำของเจ้าอาวาส

จุดกำเนิดของฮกเคโกะย้อนกลับไปมากกว่า 700 ปีถึงสมัยพระนิชิเร็น  พระนิชิเร็นเรียกผู้นับถือในสมัยนั้นว่า “ผู้คนแห่งฮกเคโกะ-ชู” (กลุ่มดอกบัว)  ท่ามกลางผู้นับถือเหล่านั้นสมาชิกฮกเคโกะในเขตฟูจิ อัตสึฮาระมีความกระตือรือร้นมาก ภายใต้คำแนะนำของพระนิคโค โชนิน ฮกเคโกะในเขตฟูจิ อัตสึฮาระมีความก้าวหน้าเป็นพิเศษในการเผยแผ่ศาสนาพุทธของพระนิชิเร็น ไดโชนิน ความพยายามเหล่านี้พบกับการปราบปรามที่รุนแรงจากผู้มีอำนาจในรัฐบาลในสิ่งที่เรียกว่า“การบีฑาธรรมที่อัตสึฮาระ”  ในที่สุดผู้นับถือ 17 คนถูกเนรเทศออกจากที่ดินของพวกเขาและอีก 3 คนถูกประหารชีวิตเนื่องจากไม่ยอมละทิ้งความศรัทธาของพวกเขา  เกี่ยวกับความกล้าหาญของฮกเคโกะแห่งอัตสึฮาระ พระนิชิเร็นกล่าวในบทธรรมนิพนธ์ “โชนิน-โตะ” :

“ท่าน (พระนิคโค โชนิน) รายงานแก่อาตมาว่าเมื่อพวกเขา (ผู้นับถือแห่งอัตสึฮาระ) เผชิญหน้ากับการบีบคั้น พวกเขาสวดนัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว นัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว ด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ นอบน้อม อาตมาตระหนักว่าสถานการณ์นี้ร้ายแรงมาก” (ชินเพ็น หน้า 1405)

ตามที่ข้อความนี้แสดงให้เห็น ท่ามกลางพายุแห่งการปราบปรามที่คุกคามชีวิตของพวกเขา ผู้นับถือฮกเคโกะแห่งอัตสึฮาระยืนหยัดความศรัทธาของพวกเขาอย่างมั่นคง พวกเขาไม่ยอมละทิ้งความศรัทธาแม้แต่คนเดียว

การบีฑาธรรมที่อัตสึฮาระนี้เป็นเหตุการณ์ที่ในที่สุดทำให้พระนิชิเร็นสร้างได-โกฮนซนแห่งมหาวิหารที่แท้จริงในวันที่ 12 ตุลาคม ค.ศ. 1279 โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยเหลือผู้คนในโลกในอนาคตตลอดสมัยปัจฉิมธรรมที่ยาวนาน

เมื่อพระพุทธะกำลังจะเทศนาธรรมะ สิ่งที่ต้องมีก่อน คือ ลูกศิษย์และผู้นับถือที่ควรค่าแก่การรับธรรมะนั้นและที่จะปกป้อง เผยแผ่และถ่ายโอนธรรมะซึ่งพระพุทธะสอน แม้ว่าต้องเสี่ยงชีวิตของพวกเขาเอง  เมื่อพระนิชิเร็นฯเห็นว่าความศรัทธาของผู้คนที่เป็นฮกเคโกะ ณ เวลานั้นบริสุทธิ์มากจนกระทั่งพวกเขาไม่มีความรู้สึกเสียใจแม้แต่เมื่อพวกเขาอุทิศชีวิตของพวกเขาเองเพื่อธรรมะ ท่านคิดว่าเวลามาถึงแล้วในที่สุดท่านสร้างได-โกฮนซน พื้นฐานของศาสนาพุทธของท่าน ซึ่งในตอนนั้นท่านเก็บไว้เป็นความลับในหัวใจของท่าน   ข้อความที่จารึกเพิ่มเติมบนได-โกฮนซนอ่าน “... ด้วยความเคารพยิ่งสำหรับผู้ร้องขอมหาวิหารที่แท้จริงแห่งคำสอนที่แท้จริง (ฮนมน) ยาชิโร คุนิชิเงะและผู้คนแห่งฮกเคโกะ-ชู”

พระสังฆราชองค์ที่  65  ของนิชิเร็น โชชู พระนิชิจุน โชนิน กล่าว “หนทางที่ถูกต้องในการเคารพพระนิชิเร็นฯสำหรับผู้นับถือในศาสนานี้คือเป็นผู้สืบทอดฮกเคโกะนี้”

วัตถุประสงค์หลักในการก่อตั้งองค์กรฮกเคโกะของผู้นับถือคือเพื่อทำให้พวกเราแต่ละคนแสดงศักยภาพของพวกเราและรับและแบ่งปันกุศลผลบุญที่ไม่มีขอบเขตจากโกฮนซนแก่ผู้อื่น  องค์กรนี้ไม่ได้ก่อตั้งขึ้นเพื่อผลกำไรหรือการเมือง แต่อยู่บนพื้นฐานของความศรัทธาที่บริสุทธิ์   จิตใจพื้นฐานนี้ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลยตลอดระยะเวลามากกว่า 750 ปี

 

 

วัดเมียวเซ็ตสึจิ  สหรัฐอเมริกา

พระคุณเจ้าจิเซ นางาซากะ (เจ้าอาวาส)

พระคุณเจ้าชินเงียว  คามิชิ (พระสงฆ์ผู้ช่วย)

www.nstny.org