ประสบการณ์ของคุณบัวจันทร์ วิริยา

สวัสดีค่ะ ข้าพเจ้า นางบัวจันทร์ วิริยา ตัวแทนสมาชิกเขตเชียงใหม่ ข้าพเจ้าขอแสดงความขอบคุณที่ได้ให้โอกาสข้าพเจ้าได้เล่าประสบการณ์ในครั้งนี้
ข้าพเจ้าเข้ามารับนับถือนิชิเร็น โชชู มาเป็นระยะเวลาประมาณ 16 ปี ซึ่งก่อนที่ข้าพเจ้าจะได้มารู้จักคำว่า นัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียวนี้ ข้าพเจ้าได้สร้างวีรกรรมไว้มากมาย เพราะไม่รู้จักเหตุและผล หรือ ชะตากรรมและ 10 ภูมิเป็นอย่างไร ข้าพเจ้าไม่มีความเข้าใจ จนกระทั่งได้มาสวดมนต์และได้ศึกษาหลักธรรม
ข้าพเจ้าขอเล่าประสบการณ์ที่ผ่านมาของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าเกิดมาในครอบครัวที่ยากจน พ่อของข้าพเจ้าเสียชีวิตไปตั้งแต่ข้าพเจ้าอายุได้ 5 ขวบ ข้าพเจ้ามีโอกาสเรียนหนังสือบ้าง ไม่ได้เรียนบ้าง พอโตมาเป็นวัยรุ่นมีจิตใจที่ไม่รู้จักความกลัว ข้าพเจ้าทำงานรับจ้างทั่วไป ต่อมา โชคดีที่ได้มีโอกาสได้ทำงานประจำ ทำได้ไม่นานต้องการรับคนงานใหม่ ข้าพเจ้าจึงได้แนะนำคนข้างบ้านให้มาทำงานด้วยกัน ตอนแรกก็ทำงานดีไม่มีปัญหา แต่พอนานไป เขาก็เริ่มมาทำงานบ้าง หยุดบ้าง ข้าพเจ้าก็โดนผู้คุมคนงานต่อว่าเป็นประจำ ข้าพเจ้ารู้สึกรำคาญมากๆ ที่ต้องโดนต่อว่าอยู่บ่อยๆ เพราะเป็นผู้แนะนำคนนี้เข้ามาทำงาน แล้วเขาหยุดงานบ่อย ข้าพเจ้าก็วางแผนสั่งให้เขาหยุดงาน โดยที่ข้าพเจ้าเป็นผู้สั่งพักงานเขาด้วยตัวเอง โดยที่ทางเจ้านายไม่รู้เรื่องนี้
มีวันหนึ่ง หลังจากเลิกงานมาในตอนเย็นก็มารับจ้างหาบข้าวขึ้นยุ้ง พอรู้สึกเหนื่อยมานั่งพัก ทันใดนั้นสายตาก็มองเห็นงูที่กำลังเลื้อยเข้ารู ด้วยความคึกคนองก็เอาฟางมาเผารอบๆ รูเอาไว้ พองูออกมาก็จะถูกเผากลายเป็นงูย่างในทันที หลังจากนั้นก็นำมาทำเป็นกับแกล้มพร้อมดื่มเหล้ากับพวกเพื่อนๆ บางครั้งเจอเขียดก็จับมาลอกหนังออกแล้วก็ปล่อยมันลงน้ำให้มันทรมานเล่น ปกติเดินทางไปทำงานก็ปั่นจักรยานไป ในสมัยนั้นรถยนต์ยังมีไม่มากเหมือนในขณะนี้ ใครปั่นแซงไปก็ถุยน้ำลายใส่รถเขาในทันที พอเป็นวัยรุ่นเต็มที่ก็เลิกเป็นลูกจ้างเขา ออกมาขายของเอง เริ่มมีเพื่อนฝูงเยอะขึ้น ซึ่งก็มีทั้งเพื่อนดีและไม่ดี เริ่มหัดดื่มเหล้า ที่นี้ก็เริ่มดื่มมากขึ้นและเที่ยวเตร่ ไม่เคยนึกถึงอะไร นึกแต่ว่าเคยจนก็ขอดื่มเหล้าให้สะใจตัวเอง บางครั้งก็มีเรื่องชกต่อยกัน จนตำรวจต้องทำพากทันฑ์ไว้เป็นปีๆ พอมีอายุมากขึ้น โรคภัยเริ่มรุมใส่ตัวเรา ขณะนั้นอยากจะเลิกดื่มเหล้า แต่เป็นคนปฏิเสธไม่เป็นก็ต้องไปดื่มกับเพื่อนทุกครั้งที่ถูกชวน บางครั้งก็โกหกเพ็อน ด้วยเหตุผลต่างๆ แต่สุดท้ายก็โกหกตัวเองไม่ได้ ซึ่งบางครั้งตอนเช้าบอกไม่ดื่ม พอตอนเย็นเพื่อนมาชวนก็ไปดื่มอีกเป็นอย่างนี้ประจำ จนรู้สึกเบื่อที่ในการเลิกดื่มเหล้า การขับรถบางครั้งก็ขับรถเฉี่ยวชนกับรถคันอื่นบ้าง โดนรถคันอื่นเข้ามาชนบ้างแต่ก็ไม่เป็นอะไรมาก ต่อมา ในปี 2541-2542 มีอาการกระดูกคอทรุดต้องทำการผ่าต เกิดจากอะไรนั้นจำไม่ได้ ช่วงนั้น คุณภาวิตามาเยื่ยมข้าพเจ้าที่ตลาด แต่ไม่เจอก็ถามคนที่ตลาดว่าข้าพเจ้าไปไหน เจ้าของร้านก็บอกว่าไปนอนโรงพยาบาลผ่าตัด คุณภาวิตาก็เดินทางมาเยี่ยมที่โรงพยาบาลและแนะนำให้ข้าพเจ้าสวดมนต์ พร้อมพาผู้อาวุโสมาสอนวิธีการสวดมนต์ก็คือให้สวดคำว่า นัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว ตอนแรกก็สวดบ้างไม่สวดบ้าง เพราะไม่เข้าใจอะไรเลย พอสวดได้ไม่นานก็ตัดสินใจตั้งที่สวดมนต์ที่บ้านและเริ่มปฏิบัติศึกษาหลักธรรม จึงเริ่มมีความเข้าใจตำว่า 10 ภูมิ ในตอนนี้อยากเลิกดื่มเหล้าจะทำยังไงดี ข้าพเจ้าจึงสวดมนต์อธิษฐานว่า ขอให้ข้าพเจ้าเป็นโรคอะไรก็ได้ที่เป็นแล้วรักษาหาย ต่อมาก็เป็นจริงๆ คือ โรคไทรอยด์เป็นพิษ ตอนนี้รักษาหายแล้ว แต่โรคต่างๆ ก็ตามมาไม่ขาดสาย พอโรคนี้หาย ก็เป็นมาอีกโรคตามมาตลอด

พอมีเรื่องต่างๆ เกิดขึ้นกับตัวข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็เริ่มตั้งใจสวดมนต์และศึกษาหลักธรรม และทบทวนว่าโรคที่เกิดขึ้นกับตัวเราก็อะไร ก็ได้คำตอบว่าคือ เหตุและผลที่เราเป็นผู้สร้างชึ้นมาเอง ท่านสมาชิกทั้งหลาย การที่เรายอมรับว่าตัวเองเป็นผู้ผิดนั้นมันแสนจะเจ็บปวด ซึ่งในครั้งแรก เราอย่าเข้าข้างตัวเอง อย่าเห็นแก่ตัว สวดมนต์ไปทบทวนไปว่าเราก็จะสามารถสะสมเหตุและผลที่ดีเข้าไปในชีวิตของเรา จากเมื่อก่อนที่เราไม่เข้าใจอะไรเดี๋ยวนี้ก็เริ่มเข้าใจมากขึ้น โรคทุกโรคที่เป็นอยู่นี้ก็มาจาก 4 ภูมิต่ำของเรา
ในปัจจุบันนี้ ข้าพเจ้าอายุ 62 ปี มีความสุขที่สุด เพราะได้สวดมนต์นัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียวและได้มีโอกาสเดินทางไปโทซังที่วัดใหญ่ ไทเซกิจิ เพื่อไปขอบคุณได-โงะฮนซนที่วัดใหญ่ และได้มีการเปลี่ยนแปลงชีวิตของตัวเองให้ดีขึ้น ข้าพเจ้าขอให้ท่านสมาชิกทั้งหลาย จงยอมรับความจริงว่าเราเป็นผู้ที่กระทำผิดเอง อย่าเข้าข้างตัวเอง ทุกวันนี้ ข้าพเจ้าสวดมนต์ด้วยความศรัทธาและปฏิบัติศึกษาธรรมะอย่างจริงจัง เวลาที่ข้าพเจ้านั่งสวดมนต์นั้น ข้าพเจ้าก็จะทบทวนสิ่งที่กระทำต่างๆ ที่ทำมาว่าเราอยู่ในภูมิอะไร ในปัจจุบันนี้ ข้าพเจ้าหายจากโรคต่างๆ และมีสุขภาพที่แข็งแรงขึ้นและไม่มีโรคภัยอะไรอีกเลย พวกเราต้องศึกษา 10 ภูมิให้เข้าใจตามที่ท่านอาวุโสแนะนำ นัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว เป็นหลักธรรมแท้จริง มีข้อพิสูจน์ให้เราได้เห็นได้ และเข้าใจหลักของเหตุและผล
ในตอนท้ายนี้ สิ่งที่สำคัญนั้น ข้าพเจ้าจะลืมไม่ได้ก็คือ ท่านอาวุโสที่คอยให้คำชี้นำให้สวดมนต์และศึกษาหลักธรรม คือ คุณลินดา-คุณพรทิพย์-คุณมาลี และผู้มีพระคุณอย่างยิ่งคือ คุณภาวิตา คงรัตนโชคที่ดูแลข้าพเจ้ามาจนถึงทุกวันนี้ ทุกวันนี้ข้าพเจ้าได้อธิษฐานว่า ไม่ว่าข้าพเจ้าจะเกิดภพภูมิไหนก็ขอให้ข้าพเจ้าได้พบเจอกับหลักธรรมที่แท้จริงแห่ง นัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว