ประสบการณ์คุณสุวภัทร อัจฉริยะสมบัติ

บททดสอบของการไปโทซัง
สวัสดีค่ะ ข้าพเจ้าชื่อสุวภัทร อัจฉริยะสมบัติ หรือพลอย เป็นสมาชิกยุวชนเขตบางไผ่ ข้าพเจ้าเกิดในครอบครัวที่เป็นสมาชิกนิชิเร็น โชชู ทำให้ข้าพเจ้าเริ่มนับถือตั้งแต่จำความได้และรับศีลในวันที่ 18 เมษายน พ.ศ.2542 ตอนเด็กๆแม่ของข้าพเจ้ามักจะพาไปสมาคมธรรมประทีปเป็นประจำ จนข้าพเจ้ารู้สึกผูกพันกับสมาคมฯมาก เวลาผ่านไปธรรมะต่างๆที่เคยได้ฟังและเรียนรู้ก็ค่อยๆซึมซับเข้าไปในชีวิต และประสบการณ์ต่อไปนี้เป็นประสบการณ์การไปโทซังของข้าพเจ้า
ในวันที่ 18 พฤษภาคม ค.ศ.2008 ข้าพเจ้าได้เป็นหนึ่งในตัวแทนยุวชนรุ่นเล็กของสมาคมฯกล่าวคำปฏิญาณตนในการประชุม Kick-off meeting ซึ่งเป็นการประชุมรวมของ 6 องค์กรทั้งกลุ่มเด็กเล็ก กลุ่มยุวชน และกลุ่มผู้ใหญ่ ในคำปฏิญาณมีประโยคหนึ่งกล่าวว่า “ข้าพเจ้าขอให้สัญญาว่าจะตั้งใจสวดมนต์และขออธิษฐานให้พ่อแม่ รวมทั้งตัวของข้าพเจ้าได้ไปวัดใหญ่ไทเซขิจิในปี 2009 ให้จงได้” และในปีค.ศ.2009 ที่มีการจัดพิธีเฉลิมฉลองการครบรอบ 750 ของการยื่นบันทึกริชโช อันโคคุรน ข้าพเจ้าก็ได้มีโอกาสไปโทซังในครั้งนั้นจริงๆ ซึ่งเป็นการโทซังครั้งแรกในชีวิต ความรู้สึกแรกตอนไปถึงที่วัดใหญ่ฯ ข้าพเจ้ารู้สึกเหมือนเคยมาที่นี่มาก่อนและได้กลับมาอีกครั้ง ข้าพเจ้าได้เห็นสมาชิกจำนวนมากที่มาจากทั่วโลกมารวมตัวกันเพื่อเข้าร่วมพิธีในครั้งนั้น ทำให้รู้สึกประทับใจมากและตั้งใจว่าจะมาให้ได้ทุกปี
ในปีถัดมา ข้าพเจ้าตั้งใจจะไปโทซังอีกครั้งเพื่อเข้าร่วมพิธีโอเอชิขิในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งในปีนั้นเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ ครอบครัวของข้าพเจ้ามาพักอาศัยที่สมาคมฯชั่วคราว เนื่องจากใกล้ถึงวันเดินทางไปโทซังแล้ว ขณะอยู่ที่สมาคมฯ ข้าพเจ้าตั้งใจจะสวดโชไดเพื่อเตรียมการไปโทซัง แต่มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งมาบอกช้าพเจ้าว่าให้ทำงานพระก่อน ขณะที่สวดมนต์ข้าพเจ้ารู้สึกไม่ดีต่อผู้ใหญ่คนนั้น ข้าพเจ้าสร้างเหตุที่ไม่ดี โดยไม่รู้ตัว แต่ข้าพเจ้าก็เพียรพยายามที่จะสวดมนต์และทำงานพระไปด้วยเช่นกัน เมื่อถึงวันที่เดินทางไปโทซัง วันนั้นรถติดมากแต่ก็ไปถึงสนามบินฯได้ทันเวลา พอเครื่องจอดที่ญี่ปุ่นฯ ตอนนั้นมีฝนตกปอยๆ เมื่อเดินทางถึงที่วัด ฝนตกหนักกว่าเดิม ข้าพเจ้าช่วยสมาชิกยกกระเป๋าเดินทางเข้าที่พักโดยที่ไม่ได้กางร่ม ทำให้โดนฝนบ้าง เลยกินยาแก้หวัดเผื่อไว้ เช้าวันรุ่งขึ้น ข้าพเจ้ารู้สึกมึนหัวและเริ่มมีไข้ แต่ข้าพเจ้าก็อดทนและเดินไปนมัสการไดโงะฮนซนที่ Hoando ได้ หลังจากนั้นพวกเราไปยืนเข้าแถวต้อนรับพระสังฆราช ข้าพเจ้าได้เห็นท่านอย่างชัดเจน เป็นภาพที่ประทับใจมาก หลังจากที่พระสังฆราชเดินผ่านไป ข้าพเจ้ารู้สึกเหมือนไม่มีแรง จะเป็นลม และอยากอาเจียน จึงต้องกลับที่พัก และไม่ได้ไปเข้าร่วมพิธีต่อจากนั้น อาการไม่สบายเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ ที่หน้าและตัวเป็นผื่นแดงๆ ข้าพเจ้ามีอาการไอ น้ำมูกไหลและอาเจียน ทำให้ไม่ได้ไปสวดมนต์อุชิโตระที่เคียะขุเด็นในคืนแรกแต่ก็สวดมนต์อยู่ที่พักแทน ข้าพเจ้าอธิษฐาน “ข้าพเจ้าขอยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น ดีใจที่ได้ชำระชะตากรรมในดินแดนพุทธะ ขอโทษต่อโงะฮนซนในการสร้างเหตุไม่ดีในอดีตและขอให้ข้าพเจ้ามีพลังชีวิตที่เข้มแข็ง สามารถเข้าร่วมพิธีการต่างๆได้โดยไม่เป็นภาระคนอื่น”
ตอนเย็นพระสงฆ์เรียกสมาชิกมารวมตัวกันและให้คำชี้นำกับพวกเรา หลังจากนั้นพระคุณเจ้าชิวโดะ อิจิริและพระคุณเจ้าชตสึ โนมูระเข้ามาถามอาการของข้าพเจ้า และให้กำลังใจ ท่านบอกว่าตอนกลางคืนอากาศหนาวมากๆ พยายามทำร่างกายให้อบอุ่น มีพี่จากองค์กรอุดรฯคนหนึ่งช่วยเข้าไปบอกกับพระคุณเจ้าเรียวจุ โฮริซาวาว่า ข้าพเจ้าตั้งใจอยากไปสวดมนต์อุชิโตระมากๆ แต่เดินไปไม่ไหว ท่านบอกว่าเดี๋ยวจะขับรถพาไปที่เคียะขุเด็น ขณะที่สวดมนต์ข้าพเจ้ารู้สึกขอบคุณโงะฮนซนมากๆในความเมตตา รู้สึกซาบซึ้งใจมากจนน้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว เมื่อสวดมนต์เสร็จข้าพเจ้าเดินกลับที่พักได้ด้วยตัวเอง แต่อากาศข้างนอกหนาวมากๆ ตอนนั้นต้องใส่เสื้อถึงสี่ชั้นถึงพอจะทำให้อบอุ่นได้
ตอนนั่งเครื่องบินกลับ โชคดีมากที่มีที่ว่างเหลือเยอะ ข้าพเจ้าจึงได้นอนหลับอย่างสบายและพักผ่อนได้เต็มที่ พอกลับถึงบ้าน น้ำที่ท่วมก็ลดลงจนแห้งแล้ว วันรุ่งขึ้นก็ได้รับข่าวว่า เพื่อนยุวชนที่เคยพักที่สมาคมฯด้วยกันเป็นโรคไข้เลือดออก เกล็ดเลือดต่ำมากทำให้ช็อก ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล พ่อแม่จึงพาข้าพเจ้าไปตรวจ ปรากฏว่าข้าพเจ้าก็เป็นโรคไข้เลือดออกเหมือนกัน คุณหมอบอกว่าโชคดีมากที่เกล็ดเลือดยังเหลือเยอะ ทำให้ไม่ช็อกและไม่เป็นอันตรายมาก ตอนนั้นอาการของข้าพเจ้าดีขึ้นมากแล้ว จึงไม่ต้องนอนที่โรงพยาบาล
ณ ตอนนั้นความรู้สึกมากมายมันเข้ามา เป็นความขอบคุณ ที่มีต่อไดโงะฮนซน พระสงฆ์ ผู้อาวุโสหลายๆท่านที่คอยเป็นห่วงข้าพเจ้า และสตาฟฟ์ทุกคนดูแลคนไทยโดยเฉพาะคุณมิชิโกะ ที่ให้ความช่วยเหลือข้าพเจ้าตอนที่ไม่สบาย พาข้าพเจ้าไปห้องพยาบาล เอายามาให้ พยุงข้าพเจ้าตอนที่เดินไม่ไหว และขอบคุณสิ่งแวดล้อมทุกอย่างทีเอื้ออำนวยให้ข้าพเจ้าสามารถผ่านเหตุการณ์ตรงนั้นมาได้ เวลาผ่านมา จนถึงวันนี้ ข้าพเจ้าก็ยังเพียรพยายามที่จะไปโทซังให้ได้ทุกปีเพื่อไปนมัสการและแสดงความขอบคุณต่อไดโงะฮนซนที่มอบชีวิตนี้ให้กับข้าพเจ้าและข้าพเจ้าก็ยินดีที่จะมอบชีวิตนี้เพื่อโงะฮนซนเหมือนกัน ก่อนจะไปโทซังทุกครั้ง มักจะมีอุปสรรคและมารมาทดสอบพวกเราเสมอๆ ในบางครั้งก็ทำให้เกิดความยากลำบากและท้อบ้างแต่เราก็สามารถผ่านมันมาได้ทุกครั้ง ทำให้ข้าพเจ้าเห็นถึงคุณค่าและรู้ว่าการไปโทซังนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เราควรให้ความสำคัญมากๆ นั่นทำให้ข้าพเจ้ายังรู้สึกประทับใจทุกครั้งที่ได้มีโอกาสไปโทซัง

ขอบคุณค่ะ