อะไรคือเรื่องนกคันคุโจในภูเขาหิมาลัย?
คำถาม: 
อะไรคือเรื่องนกคันคุโจในภูเขาหิมาลัย?
คำตอบ: 

คำถามและคำตอบว่าด้วยพื้นฐานการปฏิบัติของนิชิเร็น โชชู
จากวารสารเมียวเคียว เมษายน 2013 หน้า 14-17

อย่าเสียเวลา
บ่อยครั้งผู้คนมักจะเลื่อนการทำเรื่องสำคัญออกไป ยกตัวอย่าง นักเรียนเล่นทั้งวัน แทนที่จะทำการบ้านก่อน และต่อมาในตอนค่ำจึงทำการบ้านให้เสร็จอย่างรีบร้อน ทั้งๆที่พวกเรารู้สึกเสียใจ แต่เวลาซึ่งพวกเราเสียไปนั้นมันไม่มีวันกลับมา ทุกคนมีเวลาเท่ากัน คือ 24 ชั่วโมงใน 1 วันและ 365 วันใน 1 ปี ดังนั้น สิ่งสำคัญคือลดจำนวนเวลาที่ไม่ทำให้เกิดประโยชน์ใดๆออกไปในแต่ละวัน และวิธีดีที่สุดคือ ควรกำหนดเป้าหมาย เป้าหมายนี้ควรจะชัดเจนหรือไม่ตั้งเป้าหมายไว้ในอนาคตที่ไกล สิ่งสำคัญอย่างยิ่งคือตั้งเป้าหมายที่เป็นรูปธรรม อาทิ การเอาชนะความอ่อนแอของตนในการเรียนสูตรคูณภายในฤดูร้อนนี้
นกคันคุโจในภูเขาหิมาลัย
บางที พวกเราบางคนเริ่มต้นด้วยเป้าหมายที่เหมาะสมแต่มีควายกลำบากที่จะดำเนินการอย่งต่อเนื่อง ความเกียจคร้านและการผัดวันประกันพรุ่งอาจจะเป็นปัญหา ณ ที่นี้คือนิทานเรื่องหนึ่งในศาสนาพุทธ:
“กาลครั้งหนึ่ง ลึกเข้าไปในภูเขาหิมาลัยในประเทศอินเดีย มีนกคู่หนึ่งอาศัยอยู่ ในตอนกลางคืน มีอากาศหนาวอย่างยิ่ง และทุกคืน นกตัวเมียจะพูดว่า “ฉันรู้สึกราวกับว่าฉันกำลังจะหนาวจนตาย” ในตอนนั้น นกตัวผู้ตัดสินใจว่าจะสร้างรังในตอนเช้า ทั้งสองพยายามให้ความอบอุ่นซึ่งกันและกัน อย่างไรก็ตาม เมื่อแสงอาทิตย์อบอุ่นในเช้าวันถัดมาส่องมาถึง พวกมันก็ลืมความหนาวของกลางคืนและหมกมุ่นกับความสุขเฉพาะหน้ามากเกินไปจนกระทั่งพวกมันไม่ได้สร้างรัง
คืนนั้น พวกมันสั่นสะท้านจากความหนาวอีกครั้งหนึ่ง แต่เมื่อดวงอาทิตย์ยามเช้าขึ้น พวกมันก็เล่นทั้งวัน พวกมันแสดงพฤติกรรมซ้ำซากเช่นนี้อย่างโง่เขลา และในที่สุดก็ไม่เคยสร้างรัง”
พฤติกรรมของพวกมันมีอยู่เสมอนี้ ทำให้พวกมันถูกเรียกว่า “คันคุโจ” (นกที่มีความทุกข์จากความหนาว)
ท่านคิดอย่างไรเกี่ยวกับนิทานเรื่องนี้? ท่านสามารถโยงเรื่องนี้กับประสบการณ์ของท่านเองหรือ ไม่? พวกเราควรจะระวังที่จะไม่มีใจจดจ่ออยู่กับความสุขเฉพาะหน้าและดังนั้นปัดความรับผิดชอบที่สำคัญ
จงระวังที่จะไม่ละเลยเกี่ยวกับการปฏิบัติศาสนาพุทธของพวกเรา (เคะได)
เคะได คือคำศัพท์ศาสนาพุทธซึ่งหมายถึง ความละเลย ในพระสูตรเขียนว่าความละเลยเป็นอันตรายมากต่อการปฏิบัติของพวกเรา ตามที่พวกเราทราบ รากฐานแห่งการปฏิบัติของพวกเราคือสวดมนต์ทำวาระเช้าและเย็น พวกท่านส่วนใหญ่ต้องพยายามสวดมนต์ทำวาระทุกวัน แต่บางท่านอาจจะคิดว่ามันไม่เป็นไรถ้าจะขาดสวดมนต์ทำวาระเป็นบางครั้ง อย่างไรก็ตาม พระนิชิเร็น ไดโชนิน กล่าวในบทธรรมนิพนธ์ “การดูหมิ่นธรรมะ 14 ประการ” ดังนี้:
“มีความแตกต่างกันมากเพียงใดระหว่างกุศลผลบุญซึ่งได้รับเมื่อนักปราชญ์สวดไดโมขุ กับกุศลผลบุญซึ่งได้รับเมื่อพวกเราสวดไดโมขุ? คำตอบคือ ไม่มีใครเหนือกว่าใคร ทองคำที่คนโง่มีไม่ต่างจากทองคำที่คนฉลาดมี ไฟซึ่งคนโง่จุดขึ้นมาก็เหมือนกับไฟซึ่งคนฉลาดจุดขึ้นมา อย่างไรก็ตาม มีความแตกต่าง ถ้าคนๆหนึ่งสวดไดโมขุในขณะเดียวกันกระทำการฝ่าฝืนกับเจตนาของพระสูตรนี้”
(ชินเพ็น หน้า 1046; MW-3 หน้า 207)
ทางหนึ่งของ “กระทำการฝ่าฝืนกับเจตนาของพระสูตรนี้” คือการละเลย หรือเกียจคร้านเกี่ยวกับการปฏิบัติศาสนาพุทธของพวกเรา ณ ที่นี้พระนิชิเร็น ไดโชนินเตือนพวกเราให้หลีกเลี่ยงการละเลยเช่นนั้น การกระทำที่วิเศษคือสวดมนต์ทำวาระและสวดไดโมขุ พวกเราสามารถได้รับกุศลผลบุญมากมาย ถ้าพวกเราไม่ละเลยการปฏิบัติศาสนาพุทธ ดังนั้น ขอให้พวกเราทุ่มเทความพยายามสวดมนต์ทำวาระและสวดไดโมขุในแต่ละวันอย่างแน่นอน
ความสำคัญของความต่อเนื่องมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องอื่นนอกจากความศรัทธาและการปฏิบัติของพวกเราด้วย เมื่อพวกเราแก้ตัว ทิ้งความรับผิดชอบ และละความพยายาม มันเสียเวลาและเป็นสาเหตุของความเสียใจเมื่อมันสายเกินไป ถ้าพวกเรารู้สึกเกียจคร้าน ขอให้พวกเราเอาชนะมันด้วยไดโมขุของพวกเราและจัดการงานสำคัญสุดความพยายามของพวกเรา อาตมาอธิษฐานขอให้ท่านไม่ปฏิบัติตามพฤติกรรมของนกคันคุโจในภูเขาหิมาลัย

วารสารนิชิเร็น โชชูรายเดือน, สิงหาคม 2013