อะไรคือนิทานเปรียบเทียบเรื่องลูกชายของเศรษฐี?
คำถาม: 
อะไรคือนิทานเปรียบเทียบเรื่องลูกชายของเศรษฐี?
คำตอบ: 

คำถามและคำตอบว่าด้วยพื้นฐานการปฏิบัติของนิชิเร็น โชชู
จากวารสารเมียวเคียว เมษายน 2016 หน้า 18-21

ในสัทธรรมปุณฑริกสูตร พระศากยมุนีสอนนิทานเปรียบเทียบ 7 เรื่องเพื่อที่จะทำให้เข้าใจคำสอนของพระองค์ง่ายขึ้น คำบรรยายของเดือนนี้อยู่ในบท “ความเชื่อและความเข้าใจ” (ชินเงะ; บทที่ 4)ของสัทธรรมปุณฑริกสูตร
กาลครั้งหนึ่ง มีพ่อและลูกชาย วันหนึ่ง ลูกชายออกจากบ้าน เขาแวะเวียนไปทั่วในหลายพื้นที่ ดำเนินชีวิตด้วยความยากจนเป็นเวลา 50 ปี
เมื่อลูกชายหลบหนีอย่างกะทันหัน พ่อมองหาเขาอย่างวุ่นวายแต่ไม่สามารถพบเขา ดังนั้น พ่อจึงอยู่ในเมืองหนึ่งและสร้างบ้านหลังหนึ่ง เขาทำงานหนักมาก และในที่สุด ร่ำรวยมาก
วันหนึ่งลูกชายที่ยากจนซึ่งสวมเสื้อผ้าขาด มาถึงคฤหาสน์ใหญ่ที่เหมือนปราสาทโดยบังเอิญ เศรษฐีที่มีชื่อเสียงอาศัยอยู่ที่นั่น ณ เวลานั้น ลูกชายไม่รู้เรื่องเลยว่าเศรษฐีคือพ่อของเขา ลูกชายไม่อยากให้เจ้าของคฤหาสน์คิดว่าเขาเป็นขโมย เขาจึงเริ่มเดินจากไป
อย่างไรก็ตาม เศรษฐีคิดถึงลูกชายของเขาตลอดเวลาและจำเขาได้ทันที ดังนั้น เขาสั่งคนใช้ไปพาชายคนนี้มาหาเขา ลูกชายกลัวคนใช้ที่สวมเสื้อผ้าดีมากจนกระทั่งเขาร้องลั่น “ข้าไม่ได้ทำอะไรผิด!” หลังจากนั้น เขาเป็นลม
เศรษฐีเกิดความคิด เขาส่งสองในคนใช้หลายคนของเขาที่แต่งตัวซอมซ่อ เหมือนเสื้อผ้าที่ลูกชายของเขากำลังใส่ พวกเขาไปหาและพูด: “เจ้าของบ้านจะจ่ายค่าแรงดีแก่เจ้าเพื่อทำความสะอาดห้อง น้ำ เจ้าอยากจะทำงานนี้ไหม?”
ลูกชายที่แทบจะไม่มีอะไรกิน ตระหนักในคุณค่าของโอกาสนี้สำหรับงานและชีวิตมั่นคง เขาเริ่มทำงานที่คฤหาสน์ของเศรษฐี
เศรษฐีที่จงใจสวมเสื้อผ้าขาด เข้าใกล้ลูกชายของเขาและถามว่า “เจ้าชอบงานของเจ้าได้อย่าง ไร?” เศรษฐีสอนเรื่องต่างๆแก่ลูกชายของเขาและบางครั้งดุด่าเขา ในลักษณะนี้ เขาสร้างความสัมพันธ์แห่งความไว้วางใจกับลูกชายของเขา ลูกชายทำงานที่นั่นเป็นเวลา 20 ปี เขาได้รับความเคารพจากผู้อื่น และในที่สุด เริ่มดูแลสินทรัพย์ของเศรษฐี
วันหนึ่ง เศรษฐีที่รู้ว่าความตายใกล้เข้ามาแล้ว เรียกญาติและหุ้นส่วนอื่นมาพบ เขาพูดว่า “ทุกคนจงฟัง ชายคนนี้คือลูกชายคนเดียวของฉัน ด้วยเหตุผลบางประการ เขาจากฉันไปตอนที่เขาเยาว์วัยแต่ตอนนี้เขากลับมาแล้ว ข้าจะมอบสินทรัพย์ทั้งหมดแก่เขา” ลูกชายตั้งใจฟังพ่อของเขาและรู้สึกยินดีกล่าวว่า “ข้าไม่เคยอยากได้สมบัติใดๆเลย อย่างไรก็ตาม ข้าได้รับมันอย่างไม่คาดคิดมาก่อน” หลังจากนั้น ลูกชายมีชีวิตอย่างมีความสุข ปกป้องสินทรัพย์ที่พ่อของเขามอบให้เขา

ความหมายของนิทานเปรียบเทียบเรื่องนี้
เศรษฐีในเรื่องนี้หมายถึงพระศากยมุนี ลูกชายหมายถึงผู้คนที่รับคำสอนของพระศากยมุนี เศรษฐี(พ่อ)ใช้กุศโลบายมากมายเพื่อส่งเสริมการเติบโตของลูกชาย เช่นกัน พระศากยมุนีพัฒนาผู้ติด ตามพระองค์ด้วยการเทศนาพระสูตรกุศโลบายนานาชนิด หลังจากนั้น ในที่สุด เศรษฐีเปิดเผยว่าชายคนนี้เป็นลูกของเขาและมอบทรัพย์สมบัติทั้งหมดแก่ลูก เรื่องนี้แสดงว่าทุกคนคือลูกของพระพุทธะและแสดงว่าพระศากยมุนีเปิดเผยคำสอนสูงสุด (สัทธรรมปุณฑริกสูตร) เพื่อผู้คน
ด้วยการสวดไดโมขุอย่างจริงใจด้วยความศรัทธาเข้มแข็งต่อโกฮนซน ซึ่งพระพุทธะแท้ (พระนิชิเร็น ไดโชนิน) เปิดเผยเป็นธรรมมหัศจรรย์ซึ่งซ่อนอยู่ในส่วนลึกของสัทธรรมปุณฑริกสูตร พวกเราจึง สามารถแก้ปัญหาต่างๆของพวกเราและดำเนินชีวิตที่มีความสุข
เกี่ยวกับลูกชายของเศรษฐีที่รับสินทรัพย์อย่างไม่คาดคิดมาก่อน สัทธรรมปุณฑริกสูตรกล่าว:
“...พวกเขาจะได้รับอัญมณีเม็ดใหญ่ สมบัติที่ดีที่สุด โดยไม่ต้องแสวงหามัน”
(โฮเคเคียว หน้า 199)
ในที่สุด ชายยากจนรับมรดก (สัทธรรมปุณฑริกสูตร ซึ่งเป็นคำสอนแท้จริง) จากพระพุทธะหลังจากผ่านไปหลายๆปี อย่างไรก็ตาม ท่านมีสมบัตินี้แล้ว สมบัตินี้คือโกฮนซนและความศรัทธาและการปฏิบัติของนิชิเร็น โชชู จงอย่าหลงทางและละทิ้งความศรัทธาและการปฏิบัติของท่าน โปรดสวดมนต์ทำวาระให้เข้มแข็งต่อเนื่องและสวดไดโมขุทุกวันและเป็นบุคคลที่สมควรแก่การเคารพ

วารสารนิชิเร็น โชชูรายเดือน, สิงหาคม 2016 หน้า 13 - 14