คำแนะนำจากพระสังฆราชองค์ที่ 68 พระนิชิเนียว โชนิน ในวาระพิธีสวดไดโมขุเพื่อการโคเซ็น-รุฝุเดือนมีนาคม 2017

คำแนะนำจากพระสังฆราชองค์ที่ 68 พระนิชิเนียว โชนิน

ในวาระพิธีสวดไดโมขุเพื่อการโคเซ็น-รุฝุเดือนมีนาคม

ณ หอประชุมรับรอง วัดใหญ่ไทเซคิจิ ประเทศญี่ปุ่น

5 มีนาคม 2017

ในวาระพิธีสวดไดโมขุเพื่อการโคเซ็น-รุฝุเดือนมีนาคม ซึ่งประกอบในวันนี้ ณ วัดใหญ่
อาตมาปรารถนาแสดงความรู้สึกขอบคุณอย่างจริงใจต่อผู้นับถือที่เข้าร่วมพิธีจำนวนมาก
เดือนมีนาคมใน “ปีแห่งการทำชะคุบุขุ พัฒนาความศรัทธาของท่าน
และช่วยผู้อื่นให้พัฒนาความศรัทธาและการปฏิบัติ” นี้เริ่มต้นแล้ว

อาตมาจินตนาการว่าท่านกำลังอุทิศชีวิตต่อการปฏิบัติ ทั้งวันและคืน
มุ่งสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายการชะคุบุขุของปีนี้
การปฏิบัติชะคุบุขุคือภารกิจสำคัญของพวกเรา ซึ่งผู้ก่อตั้งของพวกเรา พระนิชิเร็น ไดโชนิน
พระพุทธะแท้ในสมัยปัจฉิมธรรม มอบแก่พวกเรา นอกจากนี้ นี่คือการปฏิบัติศาสนาพุทธที่สำคัญที่สุด
และจำเป็นสำหรับพวกเราเพื่อการบรรลุพุทธภาวะในชาตินี้

พระนิชิเร็น ไดโชนินสอนในนบทธรรมนิพนธ์ “จดหมายตอบภรรยาของอบุตสึโบ”ดังต่อไปนี้:

“คนๆหนึ่งหักล้างการดูหมิ่นธรรมะหรือไม่
จะเป็นตัวกำหนดว่าคนๆนั้นจะสามารถพ้นจากบาปกรรมร้ายแรงที่เขาทำในอดีตหรือไม่
กรรมด้านลบของคนๆหนึ่งเองสามารถถูกขจัดถ้าคนๆนั้นสอนศาสนาพุทธแท้แก่ผู้อื่น อย่างไรก็ตาม
ถ้าคนๆหนึ่งเห็นและได้ยินการดูหมิ่นธรรมะและไม่ประณาม เมื่อนั้นคุณสมบัติ 2
ประการของเขาแห่งการมองเห็นและการได้ยินถูกต้องจะเสื่อมลงทันที
และคนๆนั้นจะเป็นบุคคลไร้ความเมตตาและไม่มีน้ำใจ

มหาธรรมาจารย์ฉางอันกล่าว

“ถ้าท่านคบกับผู้[ที่ดูหมิ่นธรรมะแท้]และขาดความเมตตาที่จะแก้ไขพวกเขา
เมื่อนั้นท่านเป็นศัตรูของพวกเขา” ยากอย่างยิ่งที่จะขจัดบาปร้ายแรงเช่นนี้
สิ่งสำคัญที่สุดคือมีจิตใจเข้มแข็งและทำประโยชน์แก่ผู้อื่น” (ชินเพ็น หน้า 906)
เหตุด้านลบของการไม่ทำชะคุบุขุต่อผู้ดูหมิ่นร้ายแรงอย่างยิ่ง พระนิชิเร็น
ไดโชนินเตือนอย่างเข้มงวดว่าถึงแม้ว่าพวกเราสามารถบรรเทาผลกรรมของตนเองด้วยการทำชะคุบุขุ
ถ้าพวกเราเห็นผู้ดูหมิ่นแต่ไม่ประณามพวกเขา พวกเราจะเป็น

“บุคคลไร้ความเมตตาและไม่มีน้ำใจที่คุณสมบัติ 2 ประการแห่งการมองเห็นและการได้ยินถูกต้องจะเสื่อมลงทันที”

“คุณสมบัติ 2 ประการแห่งการมองเห็นและการได้ยินถูกต้อง” อย่างแน่นอนหมายถึงความ
สามารถของคนๆหนึ่งในการมองเห็นและการได้ยิน และความรู้และประสบการณ์ซึ่งได้มาจากความ
สามารถนี้ พระนิชิเร็นไดโชนินชี้ให้เห็นว่าถ้าคนๆหนึ่งเห็นและได้ยินการดูหมิ่นและละเลยที่จะแก้ไขพวกเขา ในที่สุด
ของขวัญแห่งการมองเห็นและการได้ยินที่ดีของบุคคลนี้จะเสื่อมลง

ดังนั้น มหาธรรมาจารย์ฉางอันกล่าวว่าบาปแห่งการไม่ทำชะคุบุขุแต่กลับคบกับผู้ดูหมิ่นร้ายแรงเหลือเกิน
การทำความผิดนี้ยากที่จะขจัด ถ้าท่านเห็นผู้ที่ดูหมิ่นธรรมะแท้
สิ่งจำเป็นคือท่านแก้ไขความผิดของพวกเขาและชะคุบุขุพวกเขาด้วยความเมตตา
และนำพวกเขามารับกุศลผลบุญ

การนำข้อความเหล่านี้ไปคิด พวกเราต้องเข้าใจความหมายแห่งคำขวัญของปีนี้:

“ปีแห่งการทำชะคุบุขุ พัฒนาความศรัทธาของท่าน และช่วยผู้อื่นให้พัฒนาความศรัทธาและการปฏิบัติ”

หลังจากนั้น สิ่งจำเป็นคือสมาชิกในแต่ละเขตมีความสามัคคี บนพื้นฐานจิตใจต่างกายใจเดียวและทำชะคุบุขุ

ในขณะเดียวกัน สิ่งสำคัญอย่างยิ่งในหลักการที่เด่นชัดขึ้นคือสมาชิกในทุกเขตพยายามร่วมกันเพื่อช่วยสมาชิกใหม่ให้พัฒนาความศรัทธาและการปฏิบัติของพวกเขา

“ช่วยผู้อื่นพัฒนาความศรัทธาและการปฏิบัติ” ชี้ให้เห็นการให้กำลังใจและการส่ง
เสริมสมาชิกอื่นให้เป็นผู้นับถือนิชิเร็น โชชูที่ผ่านการฝึกและมีความเชี่ยวชาญ ถึงแม้ว่าพวกเราชะคุบุขุได้
ถ้าพวกเราละเลยไม่ช่วยสมาชิกใหม่พัฒนาความศรัทธาและการปฏิบัติ
ชะคุบุขุของพวกเราจะไม่มีความหมายเลย เพื่อที่จะบรรลุการโคเซ็น-รุฝุ
พวกเราต้องการทรัพยากรมนุษย์จำนวนมาก ดังนั้น
สิ่งสำคัญเหนืออื่นใดคือพวกเราช่วยสมาชิกใหม่พัฒนาความศรัทธาและการปฏิบัติให้เป็นทรัพยากรเพื่อการโคเซ็น-รุฝุในอนาคต และความรับผิดชอบนี้อยู่ที่แต่ละเขต นี่คือเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่ทุกเขตต้องพยายามทุกวิถีทางเพื่อจัดการ

อาตมาหวังว่าแต่ละเขตจะตระหนักว่าการช่วยสมาชิกใหม่ให้เป็นผู้นับถือที่ผ่านการฝึกและมีความเชี่ยวชาญที่จะแบกความรับผิดชอบการโคเซ็น-รุฝุในอนาคตมีความสำคัญอย่างไร ดังนั้น

อาตมาคาดหวังว่าทุกเขตจะผนึกกำลังและรับผิดชอบงานนี้ควบคู่กับการชะคุบุขุ

อาตมาปรารถนาอย่างจริงใจขอให้แต่ละเขตมีการเติบโตและการพัฒนายิ่งขึ้น รวมทั้งความ

สำเร็จตามเป้าหมายของท่าน