คำศัพท์ศาสนาพุทธขั้นพื้นฐาน “4 ความคิดเห็นเกี่ยวกับรูปลักษณ์หนึ่งของน้ำ”

คำศัพท์ศาสนาพุทธขั้นพื้นฐาน
“4 ความคิดเห็นเกี่ยวกับรูปลักษณ์หนึ่งของน้ำ”
วารสารเมียวเคียว มกราคม 2015

การรับรู้ของคนๆหนึ่งต่างกันตามภูมิชีวิตของคนๆนั้น
มีสุภาษิตบทหนึ่งที่กล่าวว่า “มีผู้ที่นั่งบนเกี้ยว (วอ) ผู้ที่แบกมัน และผู้ที่ทำรองเท้าแตะฟาง” สุภาษิตบทนี้หมายความว่าโลกประกอบด้วยผู้คนหลายประเภท ในภาษาญี่ปุ่น มีคำพูด “จูนิน โทอิโร”ซึ่งชี้ให้เห็นว่าผู้คนมีความคิด รสนิยม และลักษณะเฉพาะต่างกัน
ดังนั้น บนโลกนี้มีผู้คนหลายประเภท โดยธรรมชาติเช่นนั้น ผู้คนจึงมีการรับรู้ต่างกันมากมาย ยกตัวอย่างเช่น รถคันหนึ่งเป็นทรัพย์สินที่มีตัวตนและเป็นยานพาหนะสำหรับผู้ที่เป็นเจ้าของรถ สำหรับคนที่ขายรถ มันเป็นสินค้าหรือสินค้าคงคลัง และสำหรับผู้ที่ใช้รถในขณะทำงาน อาทิ คนขับแท็กซี่ รถคือเครื่องมือสำคัญทางธุรกิจ
แม้แต่วัตถุชิ้นเดียวกันก็มีคุณค่าและการรับรู้ต่างกันขึ้นอยู่กับฐานะและสถานการณ์ของผู้มอง ในศาสนาพุทธได้อธิบายหลักการ “4 ความคิดเห็นเกี่ยวกับรูปลักษณ์ของน้ำ” คำนี้แสดงให้เห็นว่าการรับรู้ของผู้คนต่างกันอย่างไรตามภูมิชีวิตของพวกเขา
“4 ความคิดเห็นเกี่ยวกับรูปลักษณ์ของน้ำ” (อิสซูอิ ชิเค็น) คืออะไร?
พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าวในบทธรรมนิพนธ์ “จดหมายตอบโซยะ นิวโด”:
“เปรตมองเห็นแม่น้ำคงคาเป็นไฟ มนุษย์มองเห็นมันเป็นน้ำ และเทวดามองเห็นมันเป็นอมฤต น้ำตัวน้ำตัวมันเองก็คือน้ำ แต่น้ำที่มองเห็นนั้นต่างกันไปตามความสามารถ (กรรม) ของบุคคล”
(ชินเพ็น หน้า 794, MW 5 หน้า 163)
ตามหลักการ 4 ความคิดเห็นเกี่ยวกับรูปลักษณ์ของน้ำ:
เทวดาเห็นน้ำทิพย์รสหวาน;
มนุษย์เห็นน้ำ;
ปลาเห็นแหล่งที่อยู่อาศัยของพวกมัน; และ
เปรตเห็นไฟที่ลุกโชน
ดังนั้น วัตถุชิ้นเดียวกันดูเหมือนว่าต่างกันในสายตาของแต่ละคน ตามกรรมและภูมิชีวิตของผู้สังเกตการณ์ พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าวในบทธรรมนิพนธ์ “การเนรเทศไปแหลมอิสึ” ดังต่อไปนี้:
“ความแตกต่างระหว่างความหลงผิดกับการรู้แจ้งก็เหมือน 4 ความคิดเห็นต่างกันเกี่ยวกับดงต้นสาละ” (ชินเพ็น หน้า 262; MW 2 หน้า 56)
ใน “พระสูตรที่ว่าด้วยคำอธิบายสมัยรูปธรรม” (โซโบ เค็ทสึงิ เคียว) อธิบายหลักการแห่ง 4 ความคิดเห็นเกี่ยวกับดงต้นสาละซึ่งเป็นเรื่องในสมัยโบราณเกี่ยวกับคน 4 คนที่ไปเยือนดงต้นสาละที่ซึ่งพระศากยมุนีเข้าสู่นิพพาน บุคคลแรกมองเห็นสถานที่นี้เป็นผืนดิน ทราย และกำแพงหินที่รกด้วยวัชพืช บุคคลที่ 2 มองเห็นว่ามันเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ซึ่งประดับด้วยทองคำและเงินอย่างเป็นพิธีรีตอง บุคคลที่ 3 มองเห็นว่ามันเป็นสถานที่สำคัญที่ซึ่งพระพุทธะแสดงการปฏิบัติของพระองค์
กล่าวกันว่าบุคคลที่ 4 มองเห็นภูมิชีวิตมหัศจรรย์ของพระพุทธะและธรรมะแท้ เรื่องนี้สอนพวกเราว่าลักษณะภายนอกของบางสิ่งจะถูกมองเห็นต่างกันขึ้นอยู่กับภูมิชีวิตของผู้คน
ได-โกฮนซนคือตัวตนแห่งชีวิตที่รู้แจ้งของพระพุทธะแท้
พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าวในบทธรรมนิพนธ์ “จดหมายตอบโซยะ นิวโด” ดังต่อไปนี้:
“อักษรแต่ละตัวของพระ[สัทธรรมปุณฑริก]สูตรนี้คือพระพุทธะที่มีชีวิตแห่งการรู้แจ้งสูงสุดอย่างไม่มีข้อยกเว้น แต่พวกเราคนธรรมดา มองพระสูตรด้วยตาของมนุษย์ปุถุชนโดยเห็นมันเป็นแค่อักษรที่เรียงต่อกัน... คนตาบอดไม่สามารถเห็นอักษรของพระสูตรนี้ ในสายตาของมนุษย์ปุถุชน มันเป็นแค่คำพูดที่ถูกเขียนขึ้นมา ผู้คนแห่งทวิยานมองเห็นมันเป็นความว่างเปล่าของอากาศ พระโพธิสัตว์มองมันเป็นคำสอนนับไม่ถ้วน อย่างไรก็ตาม พระพุทธะรู้ว่าอักษรแต่ละตัวเป็นพระศากยมุนีที่มีพระวรกายสีทอง”
(ชินเพ็น หน้า 794; MW 5 หน้า 163-164)
ท่านสอนว่าอักษรของสัทธรรมปุณฑริกสูตรเช่นกันถูกมองแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับผลกรรมและภูมิชีวิตของ (มนุษย์ปุถุชน ผู้คนแห่งทวิยาน พระโพธิสัตว์และพระพุทธะ)
ในตาเปล่าของมนุษย์ปุถุชน แม้แต่โกฮนซน ซึ่งพระนิชิเร็น ไดโชนินสร้างขึ้นอาจจะดูเหมือนอักษรซึ่งสลักบนไม้เท่านั้น อย่างไรก็ตาม พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าว:
“อาตมา นิชิเร็น ประจุชีวิตของอาตมา[ลงในโกฮนซน] ด้วยหมึกซูมิ ดังนั้น จงเชื่อในโกฮนซนเจตนาของพระพุทธะคือสัทธรรมปุณฑริกสูตร แต่จิตใจของพระนิชิเร็นมิใช่อะไรนอกจากนัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว” (บทธรรมนิพนธ์ “จดหมายตอบเคียวโอ” ชินเพ็น หน้า 685)
“ถึงแม้ว่า [ไดโมขุของ] มันดาละนี้ถูกเขียนเพียงแค่อักษร 5 ตัวหรือ 7 ตัว มันคืออาจารย์ของพระพุทธะทุกองค์ตลอด 3 ชาติ เป็นตราประทับที่รับประกันการรู้แจ้งของผู้หญิงทุกคน...มันเป็นอาจารย์ที่ทำให้ทุกคนบรรลุการรู้แจ้ง”
(บทธรรมนิพนธ์ “การมอบมันดาละของธรรมมหัศจรรย์” ชินเพ็น หน้า 689; MW 3 หน้า 55)
ท่านสอนว่าไดโกฮนซนคือตัวตนสูงสุดแห่งชีวิตที่รู้แจ้งของพระพุทธะแท้ และจะนำทางมวลมนุษยชาติไปสู่การรู้แจ้ง
พระนิชิเร็น ไดโชนินเขียนในบทธรรมนิพนธ์ “ตา 5 ชนิด”:
“พระสูตรอธิบายว่าถึงแม้ว่าผู้อุทิศชีวิตต่อสัทธรรมปุณฑริกสูตรมีตาเนื้อ เขาจะสำแดงตาเทว ตาปัญญา ตาธรรมะ และตาพระพุทธะด้วย” (ชินเพ็น หน้า 1674)
พวกเราจะสามารถมองเห็นสรรพสิ่งล่วงหน้าอย่างถูกต้องและสามารถบรรลุพุทธภาวะโดยการสวดไดโมขุอย่างจริงใจต่อโกฮนซนด้วยความศรัทธาเข้มแข็ง หลังจากนั้น พวกเราไม่เพียงมีตาของมนุษย์ปุถุชนเท่านั้น แต่จะได้มาซึ่งตาพระพุทธะ ซึ่งรวมถึงความสามารถในการมองเห็นอื่นอีก 4 ชนิดด้วย
“ตา 5 ชนิด” (โกเง็น)
ตา 5 ชนิดคือ:
1. ตามนุษย์ปุถุชน คือความสามารถในการจำแนกสีและรูปร่าง
2. ตาเทว คือความสามารถของเทวดาในการเห็นเกินขอบเขตทางกายภาพของ (ความมืด ระยะทาง หรือสิ่งปิดกั้น)
3. ตาปัญญา คือความสามารถของผู้ที่อยู่ในทวิยานในการมองเห็นความว่างเปล่าของปรากฏการณ์ทั้งหมด
4. ตาธรรมะ คือตาแห่งพระโพธิสัตว์ที่เข้าใจคำสอนทั้งหมดเพื่อที่จะช่วยผู้คน และ
5. ตาพระพุทธะ คือตาซึ่งมองเห็นธรรมชาติแท้จริงของชีวิตที่ต่อเนื่องตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และอนาคต ตาพระพุทธะรวมถึงความสามารถในการมองเห็นอื่นอีก 4 ชนิดด้วย
ผู้คนเผชิญความลำบากมากมายในชีวิต ดังนั้น สิ่งสำคัญ คือ จะจัดการกับความทุกข์ยากอย่างไร ในบทธรรมนิพนธ์ “ว่าด้วยพฤติกรรมของพระพุทธะ” พระนิชิเร็น ไดโชนินอธิบาย:
“เมื่อคนๆหนึ่งมองดูโลกในปัจจุบัน คนๆนั้นสามารถเห็นว่าไม่ใช่เพื่อนของเขาแต่เป็นศัตรูน่าเกรงขามที่จะช่วยให้เขาเติบโต” (ชินเพ็น หน้า 1063)
นอกจากนี้ ในบทธรรมนิพนธ์ “จดหมายตอบเมียวชิน อามะ” พระนิชิเร็น ไดโชนินอธิบาย:
“ความเจ็บป่วยสามารถเป็นแรงกระตุ้นให้แสวงหาหนทางสู่การรู้แจ้งสูงสุด”
(ชินเพ็น หน้า 900)
เมื่อพวกเราเผชิญความทุกข์ยาก พวกเราควรจะรู้ว่านี่คือโอกาสสำคัญที่จะเพิ่มความศรัทธาและขจัดกรรมด้านลบ ถ้าพวกเราปฏิบัติต่อเนื่องด้วยความตั้งใจแน่วแน่นี้ พวกเราจะสามารถเอาชนะความลำบากได้เสมอ นอกจากนี้ พวกเราควรจะเข้าใจว่าคนที่โชคร้ายบนโลกนี้ และผู้ที่กระทำความชั่วกำลังทนทุกข์เนื่องมาจากกรรมด้านลบที่พวกเขาสร้างในอดีต และด้วยหัวใจซึ่งเต็มไปด้วยความเมตตา พวกเราสามารถช่วยคนเหล่านั้นโดยการนำพาพวกเขามาพบโกฮนซน พวกเราจะสามารถได้มาซึ่งตาพระพุทธะ และพัฒนาตนได้ดีแม้ว่าจะมีความทุกข์ยากใดๆโดยการปฏิบัติที่ถูกต้อง
พระสังฆราชนิชิเนียว โชนิน มอบคำแนะนำแก่พวกเราดังต่อไปนี้:
“บ่อยครั้งมาก พวกเราเห็นสิ่งต่างๆด้วยอคติหรืออารมณ์ของพวกเราเอง... พวกเรามักจะเห็นสิ่งต่างๆด้วยความคิดเห็นและความรู้สึกที่บิดเบือน อย่างไรก็ตาม เมื่อพวกเราปฏิบัติศาสนาพุทธของพระนิชิเร็น ไดโชนิน สิ่งเหล่านี้หายไป และพวกเราสามารถมีจิตใจใสสะอาด มองเห็นความจริงของสิ่งต่างๆอย่างถูกต้อง” (โคโตกุ โยบุน หน้า 61)
ขอให้พวกเราจำคำแนะนำนี้ไว้และปฏิบัติอย่างถูกต้องด้วยความศรัทธาเข้มแข็ง เพื่อที่พวกเราสามารถเห็นทุกสิ่งด้วยตาพระพุทธะ ขอให้พวกเราอุทิศตัวเพื่อทำชะคุบุขุด้วยความเมตตาต่อเนื่อง และนำผู้คนไปสู่การบรรลุพุทธภาวะ
วารสารนิชิเร็น โชชูรายเดือน กุมภาพันธ์ 2017 หน้า 21 – 23

อมฤต: อาหารทิพย์ (Ambrosia) ในประเทศอินเดียสมัยโบราณถือว่าเป็นเครื่องดื่มของเทพที่มีรสหวาน ในประเทศจีนเชื่อกันว่ามันจะตกมาจากสวรรค์เมื่อโลกสงบสุข กล่าวกันว่าอมฤตขจัดความทุกข์ของคนๆหนึ่งและทำให้คนๆนั้นเป็นอมตะ คำว่า “อมฤต” (Amrita) หมายถึงความเป็นอมตะ