ประสบการณ์คุณประทุม แหล่งสนาม

1. การได้มาปฏิบัติศรัทธาอย่างจริงจังในนัมเมียวโฮเร็งเงเคียวครั้งแรก มาด้วยสาเหตุอะไร และเมื่อไหร่?
​ข้าพเจ้าชื่อประทุม แหล่งสนาม เกิดวันที่ 26/10/2476 เริ่มสวดมนต์นี้ครั้งแรก วันที่ 23/5/2552 และเริ่มปฏิบัติจริงจังประมาณเดือนกรกฎาคม 2522 อายุได้ 46 ปี
​มาศรัทธาด้วยสาเหตุเพราะป่วย เป็นโรครักษาไม่หาย 5 โรค และเพราะความยากจน โรคที่เป็น 5 โรค ได้แก่ 1.ความดันต่ำ 2.เลือดตกกระเพาะ 3.แพ้ความเย็น ปวดตามข้อ 4.เป็นพยาธิในเลือด 5.กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ (เกือบจะตาย) ไปรักษาที่คลินิค อาศัยอยู่สัตหีบ ค้าขายกับทหารฝรั่งในสมัยนั้น ต้องมาเอายาทุกวันจันทร์ เมื่อทหารฝรั่งถอนกำลังกลับไปหมด จึงไม่มีร้านค้าอยู่ได้ จึงย้ายเข้ามาอยู่กรุงเทพฯ ที่ซอยเอนก ถ.พหลโยธิน เริ่มสวดมนต์ที่นี่ได้ 20 กว่าวัน เพราะตัวเองรักษามาเกือบ 3 ปีแล้ว ก็ไม่หาย ลูกชายคนที่ 3 เห็นแม่กินยามาก ก็บอกว่า แม่ยังกินยามาขนาดนี้เหรอ?
​ในขณะที่อยู่ที่สนามบินอู่ตะเภา สัตหีบนั้น มีเพื่อนคนหนึ่งมาแนะนำ ชื่อคุณนิ่มนวล ให้สวดมนต์นัมเมียวโฮเร็งเงเคียว แต่ตอนนั้น ข้าพเจ้าไม่สนใจ ไม่รับ เพราะคิดเองว่าจะต้องทิ้งศาสนาพุทธ ซึ่งคุณนิ่มนวลเองขณะนั้นก็สวดมนต์โดยไม่ได้ศึกษา จึงไม่สามารถอธิบายอะไรให้เข้าใจได้
​ข้าพเจ้ารู้สึกเสียใจ ที่ได้พูดปฏิเสธ ไม่รับที่จะสวดมนต์นี้ แต่ตัวเอง ใจยังคิดถึง นัมเมียวโฮเร็งเงเคียวอยู่ ยังไม่กล้าสวด พอดีมีโอกาสไปหาคุณนิ่มนวล และได้ยินเขาสวดนัมเมียวโฮเร็งเงเคียว ก็ได้ไปพูดให้คนขายก๋วยเตี๋ยวว่า จะไปสวดนัมเมียวโฮเร็งเงเคียวกับหมอเซ็นศิริ (หมอพสุ)
​คุณนิ่มนวลเมื่อได้ยินว่าป้าประทุมบอกให้ช่วยพาไปหาหมอเซ็นศิริ คุณนิ่มนวลทีแรกไม่ยอมพาไป พอป้ายืนกราน ด้วยความเกรงใจ จึงยอมพาไป ที่แถวนาเกลือ พัทยา ตอนนั้นสมาคมธรรมประทีปยังไม่แยกกับทางโซกา
​หมอพสุบอกป้าว่า ห้ามลุกจากที่ประชุมขณะบรรยายธรรม เพราะมันเป็นอุปสรรคมาร มาขวางคุณต้องตั้งที่บูชา เพื่อขจัดกรรม หมอบอกเพราะคุณมีกรรม คำนี้ป้ากลัวมาก จึงยอมตั้งที่บูชา ได้ขอยืมเงินคุณนิ่มนวล 100 กว่าบาท ตั้งที่หมู่บ้านเฉลิมสุข ทางมาลาดปลาเค้า คุณหมอพสุได้บอกให้คุณนิ่มนวลมาตั้งที่บูชาให้
​วันหนึ่งคุณนิ่มนวลพาป้าไปแมะที่ดินแดง หมอแมะบอกว่าลูกสาวอายุ 17 จะได้ไปเมืองนอก พอ​ธารา ลูกสาวคนหนึ่งกลับมาบ้านได้ยินป้าสวดมนต์นี้แล้วเอ่ยขึ้นมาว่า แม่สวดอะไรอะ เพราะจังเลย ต่อมาลูกคนนี้ ได้แต่งงานไปกับชาวสวิสไปอยู่สวิสเซอร์แลนด์
​หมอพสุสั่งว่า ถ้าอยู่กรุงเทพฯ เขามีเพื่อนคนหนึ่ง ให้ไปหาเขา ชื่อสุรพล เพชรศร อยู่ที่เขตสุทธิสาร ป้าจึงของเบอร์และโทรไปหา ขอคำแนะนำจะไปร่วมประชุม เขาก็บอกให้มาที่เขต หัวหน้าหญิงชื่อ พัชรินทร์ ได้ให้ลูกสาวเขามารับป้าไปประชุม
​ตอนนั้นจนมาก ไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนมาซื้อกับข้าว คุณกริช แนะนำให้รู้จักอาจารย์สุรพล ครั้งแรกยังไม่คิดอะไร พอไปครั้งที่ 2 ตัวเองคิดว่าคนดำๆ คนนี้ คงรับจ้างคนญี่ปุ่นให้แปลภาษามาสอนคนไทย ตอนนั้นอาจารย์สุรพลก็พูดขึ้นเองทันทีว่า สงสัยผมน่ะ สงสัยได้ แต่อย่าสงสัยโงะฮนซน
​วันหนึ่งลูกสาวคนเล็กชื่อน้ำรุ่ง เกิดป่วย ป้าก็ไม่มีเงินไปหาหมอ จึงนำลูกสาววางไว้ที่ตัก สวดมนต์ อธิษฐาน ขอให้เขาหายวันพรุ่งนี้ ขอให้ไปโรงเรียนได้ ปรากฎว่า รุ่งขึ้นก็หาย ไปโรงเรียนได้
​ต่อมาลูกชายชื่อสาธิต โดนบาดเจ็บที่หัวเข่า ร้องไห้มาบอกแม่ ป้าก็บอกให้สวดนัมเมียวโฮเร็งเงเคียว วันรุ่งขึ้นก็หายเป็นปกติ
​พี่มาลัย สาวโฮโซ ป้าได้แนะนำเขาให้สวดมนต์ ให้หนังสือบัวขาว เขาไม่สนใจ จึงไปอธิษฐานต่อโงะฮนซนว่า “อาจารย์สุรพลบอกให้ชาคุบุขุ จึงขจัดกรรมได้ ขอให้ลูกปลูกสร้างพุทธะองค์นี้ได้สำเร็จด้วยเถิด” พี่มาลัยเขามีปัญหาเรื่องลูกชายชื่อเป็ด เป็นตำรวจ จะขอย้ายออกจากนาแก ป้าแนะนำเขาให้นั่งสวดนัมเมียวโฮเร็งเงเคียว ครั้งละ 5 นาทีก็ได้ แต่คุณมาลัยตอบป้าว่า เขาปวดหลัง นั่ง 5 นาทีไม่ได้ ป้าก็บอกว่า นาทีเดียวก็ได้ จนพาเขามาที่ประชุมสุทธิสารได้ พร้อมกับลูกชาย
​พี่มาลัยมีชะตากรรมอีกเรื่อง คือเจอคนมาทวงหนี้กรรม ซึ่งเป็นสามีของเธอเอง ขโมยของ ขโมยน้ำมัน ครกหิน และอื่นๆ มาขายให้ลูกสาวเธอ ป้าก็บอกให้อธิษฐาน ขอให้เราชำระกรรมกับคนๆนี้ให้หมด ต่อมาโดนตบหน้า มาบอกป้า ป้าบอกทันทีว่าเราคยตบหน้าเขามาเมื่อชาติก่อน ซึ่งต่อมาสามีคนนี้ก็จากไปโดยไม่มาอีกเลย ขีวิตก็ดีขึ้น และได้รับพระ
​ที่ป้าป่วยเป็น 5 โรครักษาไม่หายโดยหมอและยานั้น ป้าสวดมนต์อย่างจริงจัง ไม่ถึง 2 เดือน ทุกโรคหายหมด แต่ยังทำงานอะไรไม่ได้ ทำงานก็ป่วยอีก ก็จึงปฏิบัติศรัทธาอย่างเดียว
​ต่อมาคุณพัชรินทร์ ได้บอกให้ป้าไปที่สมาคมธรรมประทีป ได้พบอาจารย์พิภพ ป้ารู้สึกกังวลมาก เพราะอาจารย์พิภพแนะนำให้ไปบอกโงะฮนซน เรื่องความทุกข์ของตัวเอง ขอให้พระแนะนำเปิดทางออกให้ ป้าถามอาจารย์พิภพว่า โงะฮนซนพูดไม่ได้ จะตอบป้ายังไง ท่านว่าเอาเถอะไปทำดู อาจารย์ยังเอายามาให้ลูกชายชื่อจักรกฤษที่ไม่สบาย และพาน้ำรุ่งไปกินข้าว
​ต่อมาจึงมาที่สมาคม หาทางขอคำชี้นำจากอาจารย์พิภพเสมอมา และสวดมนต์ขอจะไปอยู่ที่อเมริกา แต่ไม่ได้ผล จึงมาปรึกษาอาจารย์ก็บอกว่า เธออธิษฐานยังไง ต้องอธิษฐานเปิด อย่าอธิษฐานแบบกำหนด บังคับโงะฮนซน อย่ากำหนดประเทศ จึงกลับมาสวดมนต์ใหม่ สวดไม่ถึง 2 เดือนก็ได้ Visa ไปประเทศออสเตรเลียทั้งครอบครัว และวีซ่าที่ได้ก็เป็น High grade visa ซึ่งเป็นเรื่องเหลือเชื่อ
​จากนั้นจึงเริ่มขายทรัพย์สินที่ประเทศไทยจะไปออสเตรเลียเจอคนเขาโกงจะเอาบ้าน ก็ไปขอโงะฮนซน เมื่อขึ้นศาล ผู้พิพากษาก็พูดแทนเราหมด ชนะความโดยไม่เสียเงินเลย ทั้งที่คู่ความเป็นคนมีอิทธิพลมาก
​ตอนที่ป้ามาประชุมที่สุทธิสาร สามีป้าคือลุงบุญเยี่ยม ยังไม่ศรัทธา ป้าก็อธิษฐานต่อโงะฮนซน ไม่นานนัก ลุงบุญเยี่ยมก็มาที่ประชุมสุทธิสารและได้งานทำ โดยไปทำที่ประเทศบาเรน บริษัทจัดหางานต้องการเงิน 20,000 บาท แต่ลุงมีแค่ 5,000 ให้เขาเอง เขาก็ให้ไป แต่จะไปหักเงินค่าจ้างที่ได้ที่บาเรน โดยเก็บพาสปอร์ตเอาไว้ที่นายจ้างแขก ป้าไปด้วยกับลุง พอไปถึงก็ถูกยึดพาสปอร์ตทั้ง 2 คน ไม่ให้กลับประเทศไทย ป้าอยากกลับ จึงสวดมนต์ขอพร จนได้กลับไทยก่อน ลุงเห็นป้าได้พาสปอร์ตกลับประเทศ จึงเริ่มเอะใจ เริ่มสวดมนต์จริงจังตามที่ป้าบอก จนได้กลับเมืองไทย

2. ชะตากรรมที่มีอยู่ในชีวิต มีอะไรบ้าง
​1. เรื่องอุบัติเหตุที่เพชรบูรณ์ ลุกชายคนโตชื่อโสภณได้ขับรถจะไปที่เขาค้อ เพชรบูรณ์ มีป้า ลุง และคุณนิ่มนวลไปด้วย เกิดยางแตกที่เพชรบูรณ์ ป้าคางแตกอย่างแรง ลุงกระดอนขึ้นลงปวดร้าวที่กระดูกเข่ามาก คุณนิ่มนวลก็บาดเจ็บ และโกรธโสภณมาก คางด้านหน้าของป้าทะลุเข้าถึงด้านในปาก ได้รถรับจากเพชรบูรณ์ไปอยู่ที่โรงพยาบาลบ้านบึง ที่ลูกสาวคุณนิ่มนวลเป็นพยาบาลอยู่ เย็บอยู่ 3 ชั่วโมงและรักษาต่อเนื่อง 15 วัน ดีขึ้นเรื่อยๆ จนหาย
​2. ชะตากรรมตอนอยู่ที่ประเทศบาเรน นายจ้างจะจับป้า หาว่าเราไม่ยอมทำงานตามสัญญา แต่มีคนบอกว่า เราไม่ได้ทำสัญญากับเขา ไม่ตัองกลัว เขาก็ทำอะไรป้าไม่ได้ แต่บอกลูกทั้ง 3 คนที่กรุงเทพฯ ว่าจะไปบาเรน 2 เดือน แต่ถูกนายจ้างกักไว้จนเกือบปี จึงได้กลับ
​3. รถโดยสารที่ไปสัตหีบเกิดอุบัติเหตุ ตอนนั้นอายุ 49 ปี สวดมนต์มาได้ประมาณ 3 ปี จะเดินทางไปชลบุรี โดยนั่งรถบขส.จากกรุงเทพฯไปสัตหีบ ไปหาคนรู้จักกันชื่อ คุณสุกฤษ รถบขส.ได้ไปชนเสาไฟอย่างแรง แล้วไปชนรถยนต์ คนเดินเท้าอีก รวมเสียชีวิต 5 คน (นิสิตนักศึกษาบ้านอำเภอ 4 คน, คนเสียสติเดินถนน 1 คน) ป้าร่างกายไม่ได้บาดเจ็บ แต่ตกใจมาก ตัวสั่น มีคนพาป้าออกมา และพาไปหาคุณสุกฤษ
​พอกลับมากรุงเทพฯ เข้าไปเล่าให้อาจารย์พิภพฟัง ท่านอาจารย์บอกว่า คุณประทุมได้เปลี่ยนชีวิตใหม่ในร่างเดิม และให้ป้าเล่าประสบการณ์ในที่ประชุม

3. กุศลผลบุญที่ประทับใจมาก
​คือการได้ไปอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย มีครอบครัวที่ดี ตั้งแต่ พ.ศ. 2530 อายุประมาณ 54 ปี ได้ไปอยู่เป็นคนสัญชาติออสเตรเลีย พร้อมกับสามีและลูก จนถึงปัจจุบัน ประมาณ 29 ปีแล้ว ปัจจุบันอายุ 83 ปีแล้ว และได้ผลบุญที่ไม่คาดฝันคือได้เงินบำนาญมาตั้งแต่อายุ 65 ปีจนถึงปัจจุบัน รัฐก็ให้บ้านอยู่ฟรีด้วย

4. การออกเยี่ยมสมาชิก และชาคุบุคุของข้าพเจ้า
​ได้ออกเยี่ยมสมาชิกสม่ำเสมอ ชาขุบุขุทุกคนในครอบครัว ตั้งโตะบูชา ประมาณ 50 บ้าน สมาชิกในไทยได้รับพระมากกว่า 20 องค์ สมาชิกในออสเตรเลียได้รับพระประมาณ 5 องค์

5. การรับพระ-รับศีล และการไปโทซัง
​ได้รับศีล-รับโงะฮนซนในปีพ.ศ. 2525 หลังจากเริ่มศรัทธาแล้วได้ 3 ปี ที่สมาคมแต้จิ๋ว ในนามสมาชิกของสมาคมธรรมประทีป พร้อมครอบครัว ในขณะนั้น ครอบครัวมีบุตร 7 คน ชาย 4 คน บุตรสาว 3 คน ทั้งหมดเคยเป็นยุวชน ปัจจุบันมีครอบครัว 6 คน หายไป 1 คน
​ไปโทซัง 2 ครั้ง โดยครั้งแรกไปโดยส่วนตัวประมาณอายุ 72 ปี หรือเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ครั้งที่ 2 ไปเองแต่เข้าไปในวัดในนามของสมาคมธรรมประทีป เมื่อปี พ.ศ.2548

6. ความตั้งใจนับจากนี้ไปในการปฏิบัติศรัทธา
​มีความตั้งใจ ไม่ขอตำแน่งอะไร ขอเพียงได้เผยแผ่ธรรมทั่วโลก ไม่ว่าที่ไหน จะไปร่วมประชุมที่เขต ที่สมาคม และไปร่วมเยี่ยมสมาชิกเดือนละครั้ง และขอบำรุงสมาคมทุกปี
​ขอตั้งใจรับใช้โงะฮนซน ให้สามารถช่วยตัวเองได้ อย่าให้เป็นภาระคนอื่นเขา

ลงท้ายประสบการณ์ของข้าพเจ้า
“ขอขอบพระคุณผู้ที่แนะนำธรรมให้ และทุกท่านที่ได้ประสิทธิประสาทหลักธรรมให้”

ประทุม แหล่งสนาม