ความเมตตาคืออะไร?
คำถาม: 
ความเมตตาคืออะไร?
คำตอบ: 

คำถามและคำตอบว่าด้วยพื้นฐานการปฏิบัติของนิชิเร็น โชชู

การขจัดความทุกข์และการมอบความสุข
ท่านมีความรู้เกี่ยวกับคำ 慈悲(จิฮิ)-“ความเมตตา” หรือเปล่า?
ท่านอาจจะเคยได้ยินคำนี้ในคำบรรยายของพระสงฆ์ ในพจนานุกรมภาษาญี่ปุ่น
คำนี้มักหมายถึงความเห็นอกเห็นใจหรือความสงสาร ยกตัวอย่าง เมื่อพวกเราเห็นสุนัขจรจัด
รู้สึกสงสารสุนัขและอยากให้ความช่วยเหลือ เหล่านี้คือความรู้สึกเห็นอกเห็นใจและความสงสาร
ตรงข้ามกับคำเหล่านี้ ในศาสนาพุทธ คำว่า “จิฮิ” หมายถึงขจัดความทุกข์และมอบความสุข ดังนั้น
ในศาสนาพุทธ หลักการแห่งความเมตตา (จิฮิ) มีความหมายลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ความรักของพ่อแม่
เพื่อเข้าใจหลักการแห่งการขจัดความทุกข์และการมอบความสุขให้มากขึ้น
ขอให้พวกเราดูตัวอย่างความรักของพ่อแม่ “慈 จิ” ในจิฮิหมายถึงมอบความสุข
คำนี้เทียบได้กับคุณธรรมของพ่อ บางครั้ง พ่อดุลูกของเขาทุกเรื่องที่ทำผิด
พ่อทำเช่นนี้เนื่องจากเขาอยากให้ลูกชายหรือลูกสาวของเขาเติบโตและพัฒนาเป็นบุคคลที่มีคุณธรรมที่มีค
วามสุขอย่างแท้จริง การฟังและการทำตามคำสั่งของพ่อลูกสามารถดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขและน่าสนุก
ลูกอาจจะคิดว่าบางครั้งพ่อเป็นคนน่ากลัว
แต่ต่อมาเขาจะรู้ว่าความเข้มงวดของพ่อคือความกรุณาของพ่อด้วย “悲 ฮิ”
ในจิฮิหมายถึงเอาความทุกข์ออกไป คำนี้เทียบได้กับคุณธรรมของแม่ เมื่อลูกเจ็บ
แม่คือคนแรกที่มาและรักษาความเจ็บ เมื่อคนๆหนึ่งมีปัญหา ทะเลาะกับเพื่อน
แม่ฟังอย่างตั้งใจและมอบคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีแก้ไขสถานการณ์
ประเด็นสำคัญที่สุดคือทั้งพ่อและแม่ของท่านไม่ใส่ใจแค่เรื่องของพวกเขาเท่านั้น
พวกเขาเอาใจใส่ความสุขของท่าน และพวกเขาก็ทำตามนั้น ความคิด “เพื่อเห็นแก่ผู้อื่น”
คือคำสอนสำคัญมากในศาสนาพุทธ วลีนี้หมายถึงหัวใจที่มีความเมตตา อย่างไรก็ตาม โชคร้าย
ในสังคมมีคนที่ไม่สามารถดีใจไปกับผู้อื่น
สิ่งสำคัญมากคืออธิษฐานเพื่อความสุขของคนอื่นและดีใจไปกับพวกเขา
พฤติกรรมที่มีความเมตตา
ในสมัยแห่งความลำบากนี้ เกิดอุบัติเหตุและเหตุการณ์น่ากลัวทุกวัน
และสื่อมวลชนกำลังรายงานเรื่องเหล่านี้และแสดงให้เห็นผู้คนที่มีความทุกข์ พระนิชิเร็น
ไดโชนินอธิบายสาเหตุของความทุกข์ ท่านกล่าว:
“ผู้คนทุกวันนี้ล้วนหันหลังให้กับสิ่งที่ถูกต้อง (ทุกๆคนโดยไม่ยกเว้น)
พวกเขามอบใจภักดิ์ต่อความชั่ว นั่นคือเหตุผลที่ทำไมเทพเจ้าที่มีเมตตาจึงละทิ้งประเทศ
ทำไมนักปราชญ์จึงจากไปและไม่กลับมา” (บทธรรมนิพนธ์ “ริชโช อันโคกุ รน” ชินเพ็น หน้า 234; MW 2 หน้า 5-6)

พระนิชิเร็น ไดโชนินเปิดเผยนัม-เมียวโฮ-เร็งเง- เคียว ซึ่งคือรากฐานของความสุข
เพื่อที่ทุกคนสามารถดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข
ท่านเผชิญความยากลำบากมากมายในขณะที่เผยแผ่คำสอนของท่าน อย่างไรก็ตาม พระนิชิเร็น
ไดโชนินกล่าว:
“ถ้าคนๆหนึ่งเห็นและได้ยินการดูหมิ่นธรรมะและไม่ประณาม เมื่อนั้นคุณสมบัติ 2
ประการของเขาแห่งการมองเห็นและการได้ยินถูกต้องจะเสื่อมลงทันที
และคนๆนั้นจะเป็นบุคคลไร้ความเมตตาและไม่มีน้ำใจ” (บทธรรมนิพนธ์
“จดหมายตอบภรรยาของอบุตสึโบ” ชินเพ็น หน้า 906)
ถึงแม้ว่าพระนิชิเร็น ไดโชนินเผชิญความยากลำบากรุนแรง ท่านก็ยังเผยแผ่ธรรมะแท้
เพื่อที่จะนำผู้คนไปสู่การรู้แจ้ง ท่านสอนด้วยความเข้มงวดของพ่อโดยการหักล้างคำสอนไม่ถูกต้อง
และความกรุณาของแม่ นี่คือพฤติกรรมที่มีความเมตตาของพระพุทธะอย่างแท้จริง
สิ่งสำคัญสำหรับพวกเราคือลงมือทำด้วยความเมตตาในฐานะทูตของพระพุทธะ
เพื่อที่จะก้าวหน้าสู่การโคเซ็น-รุฝุ
ไดโมขุที่พระนิชิเร็น ไดโชนินสวดคือไดโมขุเพื่อตัวเองและเพื่อผู้อื่น ดังนั้น
ไดโมขุที่พวกเราสวดทุกวันจึงมีความเมตตาไพศาลของพระนิชิเร็น ไดโชนิน
ไดโมขุนี้ไม่เพียงจะช่วยพวกเราเท่านั้น แต่ช่วยผู้อื่นด้วย พวกเราเหลือเวลาอีกไม่ถึง 3 ปีก่อนจะถึงปี ค.ศ.
2015 ขอให้พวกเราทุ่มเทความพยายามทำชะคุบุขุ
เพื่อที่คนมากมายสามารถพบศาสนาพุทธแท้จริงและมีความสุขด้วยพลังแห่งการสวดไดโมขุ
วารสารนิชิเร็น โชชูรายเดือน, ตุลาคม 2012 หน้า 10 - 11
“จิ” มาจากคำ “ไมตรี” (maitri) ในภาษาสันสกฤต “ฮิ” มาจากคำ “กรุณา” (karuna) ในภาษาสันสกฤต