คำแนะนำจากพระสังฆราชองค์ที่ 68 พระนิชิเนียว โชนิน ในวาระพิธีสวดไดโมขุเพื่อการโคเซ็น-รุฝุเดือนกรกฎาคม 2017

คำแนะนำจากพระสังฆราชองค์ที่ 68 พระนิชิเนียว โชนิน
ในวาระพิธีสวดไดโมขุเพื่อการโคเซ็น-รุฝุเดือนกรกฎาคม
ณ หอประชุมรับรอง วัดใหญ่ไทเซคิจิ ประเทศญี่ปุ่น

2 กรกฎาคม 2017

สวัสดีตอนเช้าทุกคน!
ในวาระพิธีสวดไดโมขุเพื่อการโคเซ็น-รุฝุเดือนกรกฎาคม ซึ่งประกอบในวันนี้ ณ วัดใหญ่อาตมาปรารถนาแสดงความรู้สึกขอบคุณอย่างจริงใจต่อผู้นับถือที่เข้าร่วมพิธีจำนวนมาก ทุกวันนี้ นิชิเร็น โชชูกำลังก้าวหน้าอย่างเข้มแข็งด้วยความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวระหว่างพระสงฆ์กับฆราวาสในแต่ละเขต บนพื้นฐานจิตใจต่างกายใจเดียว ขณะที่พวกเรามุ่งสู่เป้าหมายของพวกเรา-การมีผู้นับถือฮกเคโกะ 800,000 คนในปี ค.ศ. 2021 แห่งการครบ 800 ปีแห่งการเกิดของผู้ก่อตั้ง (พระนิชิเร็นไดโชนิน) ของพวกเรา ในบทธรรมนิพนธ์ “ต่างกายใจเดียว” พระนิชิเร็น ไดโชนินสอนให้จดจำประเด็นสำคัญที่สุด
ขณะที่พวกเรารับงานที่ท้าทายมาดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ท่านกล่าวว่า:
“ด้วยจิตใจต่างกายใจเดียว พวกเขา [ผู้นับถืออัตสึวะระ] จะประสบความสำเร็จทุกสิ่ง
แต่ในทางตรงกันข้าม ในกรณีกายเดียว หลายใจ พวกเขาจะทำอะไรก็ไม่สำเร็จ เรื่องนี้ถูกพิสูจน์ในงานเขียนที่ไม่ใช่ศาสนาพุทธของชาวจีนจำนวน 3,000 กว่าม้วน ยกตัวอย่างเช่น มีการสู้รบระหว่างกษัตริย์โจวแห่งราชวงศ์หยินที่มีทหาร 700,000 นายกับกษัตริย์วูแห่งราชวงศ์โจวที่มีทหาร 800 นาย กษัตริย์โจวแพ้เนื่องมาจากขาดความสามัคคี แต่ในทางตรงกันข้าม กษัตริย์วูชนะเนื่องมาจากความสามัคคี ผู้ที่ขัดแย้งกับตัวเขาเอง จะทำสิ่งใดก็ไม่สำเร็จ เนื่องจากหัวใจของเขาไม่ทุ่มเทให้กับจุดหมายเดียว ถึงแม้ว่ามี 100 หรือ 1,000 คน ถ้าพวกเขาหลอมเป็นหัวใจเดียว พวกเขาจะประสบความสำเร็จทุกสิ่งอย่างแน่นอน” (ชินเพ็น หน้า 1389)
ตามที่พระนิชิเร็น ไดโชนินยืนยันในบทธรรมนิพนธ์ฉบับนี้ กุญแจที่นำไปสู่ความสำเร็จขึ้นอยู่กับการมีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว บนพื้นฐานจิตใจต่างกายใจเดียว มันเป็นข้อเท็จจริงที่ว่าในทุกเขตที่ได้ผลลัพธ์ดี สมาชิกอุทิศชีวิตพวกเขาเองเพื่อทำชะคุบุขุ บนพื้นฐานความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวด้วยจิตใจต่างกายใจเดียว สมาชิกทุกคนในเขตเหล่านี้มีความเข้าใจ ความภูมิใจและความมั่นใจในฐานะทหารเพื่อการโคเซ็น-รุฝุ และพวกเขาก้าวหน้าสู่งานที่ท้าทายแห่งการทำชะคุบุขุด้วยความยินดีมาก มุ่งสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายของพวกเขา พระนิชิเร็น ไดโชนินสอนในบทธรรมนิพนธ์ “การบรรลุการรู้แจ้ง ณ ขั้นแรกของความศรัทธาด้วยสัทธรรมปุณฑริกสูตร” ดังต่อไปนี้:
“ถ้าพวกเขาได้ยินสัทธรรมปุณฑริกสูตร ซึ่งทำให้ผู้คนสามารถบรรลุพุทธภาวะ[การพบ]นี้เป็นเมล็ด[พุทธภาวะ]สำหรับพวกเขา และในที่สุดพวกเขาจะบรรลุการรู้แจ้งแน่นอน ดังนั้น พระเทียนไท้และเมียวลักปฏิบัติตามความคิดนี้และอธิบาย[ในคำอธิบายของพวกเขา]ว่าคนๆหนึ่งควรจะสอนสัทธรรมปุณฑริกสูตรอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เหมือนผู้ที่สะดุดและล้มลงพื้นดิน แต่สามารถใช้พื้นดินนั้นยันตัวพวกเขาเองให้ยืนขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ในทำนองเดียวกัน ถึงแม้ว่าพวกเขาตกนรกในไม่ช้าพวกเขาจะขึ้นมาอีกและบรรลุพุทธภาวะ ผู้คนในสมัยปัจฉิมธรรมจะตกนรกอย่างแน่นอนเนื่องมา จากการหันหลังให้กับสัทธรรมปุณฑริกสูตร อย่างไรก็ตาม คนๆหนึ่งควรจะสอนอย่างแข็งขันและทำให้ผู้คนฟังคำสอนสัทธรรมปุณฑริกสูตร” (ชินเพ็น หน้า 1316)
ในสมัยปัจฉิมธรรม ชะคุบุขุคือวิธีถูกต้องในการเผยแผ่ธรรมะในทุกแง่มุม เนื่องจากวิธีโชจุ ซึ่งถูกใช้ในสมัยสุทธิธรรมและรูปธรรม ไม่สามารถช่วยผู้ที่ไม่มีเมล็ดพุทธภาวะ
ในบทธรรมนิพนธ์ฉบับเดิม พระนิชิเร็น ไดโชนินสอนดังต่อไปนี้:
“ถึงแม้ว่าธรรมะไม่เหมาะกับความสามารถของผู้คน อย่างไรก็ตาม คนๆหนึ่งควรจะสอนอย่างแข็งขันและทำให้พวกเขาฟังอักษร 5 ตัวที่เป็นชื่อของสัทธรรมปุณฑริกสูตร เนื่องจากไม่มีวิธีอื่นที่จะบรรลุพุทธภาวะนอกจากวิธีนี้” (ชินเพ็น หน้า 1315)
ชะคุบุขุคือวิธีดีที่สุดที่ช่วยผู้คนให้ตัดขาดความยึดติดคำสอนที่ไม่ถูกต้อง ยิ่งกว่านั้น ชะคุบุขุนำพวกเขามาสู่คำสอนถูกต้องที่ทำให้มีความสุขแท้จริง ดังนั้น ชะคุบุขุจึงต่างจากการชักจูงบางคนให้ซื้อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ชะคุบุขุประกอบด้วยการพูดคุยจริงจังที่เข้าถึงหัวใจของคนๆหนึ่ง พวกเราต้องรู้ว่าคำพูดและท่าทีของผู้ที่ทำชะคุบุขุมีผลกระทบต่อคนที่ถูกชะคุบุขุอย่างมีนัยสำคัญ
ดังนั้น เมื่อทำชะคุบุขุ สิ่งจำเป็นประการแรกสำหรับทุกท่านคือเคารพในกุศลผลบุญมากมายและไร้ขอบเขตของได-โกฮนซน และอุทิศตัวเองต่อการสวดไดโมขุด้วยความเชื่อมั่นที่สมบูรณ์ด้วยความปิติและกุศลผลบุญจากการสวดไดโมขุ จะทำให้ท่านต้องทำชะคุบุขุ เมื่อมองดูสภาพสับสนอลหม่านในวันนี้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งแสดงถึงสมัยปัจฉิมธรรมที่มีมลทินอย่างแท้จริงอาตมารู้สึกอย่างแรงกล้าว่าพวกเราแต่ละคนต้องสลักคำพูดที่มีค่าดั่งทองคำดังต่อไปนี้ลงในหัวใจของพวกเรา:
“โลกทุกวันนี้สกปรกด้วยมลทิน จิตใจของผู้คนบิดเบือน เต็มไปด้วยความอิจฉา และมีคำสอนชั่วคราวและนอกรีตจำนวนมาก เมื่อเป็นเช่นนี้จึงยากที่จะเผยแผ่ธรรมะแท้ ในเวลาเช่นนี้ ไม่มีประโยชน์ที่จะปฏิบัติการอ่าน การสวดและการคัดลอก[สัทธรรมปุณฑริกสูตร] หรือปฏิบัติสมาธิและนั่งเงียบ ท่านต้องทำชะคุบุขุเท่านั้น ท่านควรจะหักล้างคำสอนนอกรีตด้วยคำสอนที่ถูกต้องสุดความสามารถของท่าน”
(บทธรรมนิพนธ์ “คำถามและคำตอบระหว่างนักปราชญ์กับคนโง่” ชินเพ็น หน้า 403)
พวกเราต้องรู้ว่าตนเองมีภารกิจสำคัญในการหว่านเมล็ดเมียวโฮ-เร็งเง-เคียวแห่งเหตุแท้จริงลงในชีวิตของคนมากมายเท่าที่เป็นไปได้ ในขณะที่พวกเราทำชะคุบุขุ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทุกวันนี้ สมาชิกฮกเคโกะในทุกเขตกำลังพยายามทำชะคุบุขุในฐานะกลุ่มเดียวกัน มุ่งสู่เป้าหมายแห่งการมีผู้นับถือฮกเคโกะ 800,000 คนในปี ค.ศ. 2021 ณ เวลานี้ อาตมารู้สึกว่าสิ่งสำคัญที่สุดอันดับแรก คือ ผู้นับถือที่รวมตัวอยู่ที่นี่ในวันนี้ ด้วยความตั้งใจแน่วแน่ ต้องยืนหยัดและทำชะคุบุขุ (การหักล้างความเชื่อนอกรีตและการเปิดเผยความจริง) ขณะที่มุ่งสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายของพวกเรา ถ้าพวกเราแต่ละคนเริ่มต้นยืนหยัดและทำชะคุบุขุอย่างกล้าหาญ อาตมาเชื่ออย่างแน่วแน่ว่าพวกเราจะบรรลุเป้าหมายแน่นอน ปีนี้ผ่านไปแล้วครึ่งปี และพวกเราเหลือเวลาอีก 6 เดือน พวกเรากำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญอย่างยิ่งสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายของพวกเรา อาตมาอธิษฐานอย่างจริงใจว่าท่านจะอุทิศตัวท่านเองต่อการปฏิบัติของท่านต่อไป เพื่อที่ท่านจะบรรลุเป้าหมายของปีนี้

กษัตริย์โจวแห่งราชวงศ์หยิน [ไม่ทราบวันเกิดและวันตาย]:
กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์หยินในประเทศจีน กล่าวกันว่าพระองค์เป็นกษัตริย์ชั่ว เนื่องจากพระองค์ปกครองประเทศไม่ดี จึงสูญเสียความนิยม และในที่สุด พระองค์พ่ายแพ้กษัตริย์วูแห่งราชวงศ์โจวอย่างเด็ดขาด