จงเรียนรู้จากผู้นับถือในอดีตที่พยายามเผยแผ่ธรรมะที่ถูกต้องในช่วงการบีฑาธรรมที่โหดร้าย

คำบรรยายเพื่อการเผยแผ่
ในวาระการประชุมโทซังของเขตและโทซังส่วนบุคคล ณ วัดใหญ่ไทเซคิจิ
“จงเรียนรู้จากผู้นับถือในอดีตที่พยายามเผยแผ่ธรรมะที่ถูกต้องในช่วงการบีฑาธรรมที่โหดร้าย”
โดยพระคุณเจ้าทันโดะ นางาโนะ
เจ้าอาวาสวัดชินเกียวจิ เมืองโทจิงิ ประเทศญี่ปุ่น

การสร้างวัดบนดินแดนว่างเปล่า ท่านเคยได้ยินเรื่องผู้นับถือฮกเคโกะคนหนึ่งที่สร้างวัดก่อนจะสร้างบ้านของเขาเองหรือไม่?
วัดนี้ถูกเรียกว่าโฮเซ็นจิ ในไอเบ็ตสึ-โจ คามิงาวะ-กุน เกาะฮอกไกโด ในหนังสือเล่มหนึ่งมีชื่อว่า “ประวัติวัดโฮเซ็นจิ” ได้กล่าวว่า
“ผู้นับถือฮกเคโกะจำนวนหนึ่งที่มีความศรัทธาลึกซึ้งจากจังหวัดโอวาริ ได้มาที่ฮอกไกโดในฐานะผู้บุกเบิกตามโครงการพัฒนาที่ดินของรัฐบาล คนเหล่านี้สร้างวัดก่อนที่จะสร้างบ้านของพวกเขาเอง อาตมาถือว่าวัดนี้เป็นแก่นแท้แห่งความศรัทธาของพวกเขา” (หน้า 10)
หนังสือเล่มนี้เขียนโดยพระคุณเจ้าจิริว ซาซากิ ที่รับหน้าที่ ณ วัดโฮเซ็นจิเป็นเวลา 7 ปี
ในตอนต้นสมัยเมจิ (ค.ศ.1887-1896) บนเกาะฮอกไกโดมีเพียงวัดเดียวเท่านั้น และตั้งอยู่ที่ฮาโกดาเตะ-ชิ เมื่อรัฐบาลหาผู้บุกเบิก เพื่อที่จะพัฒนาที่ดินบนฮอกไกโด นายริสะบุโระ อิโตะ ผู้นับถือฮกเคโกะที่มีความศรัทธาแรงกล้าและครอบครัวของเขาก็ตอบสนองโดยการอพยพไปอยู่ที่ฮอกไกโด
ในเวลาเดียวกันนั้นครอบครัวฮกเคโกะบางครอบครัวก็ย้ายไปอยู่ที่ฮอกไกโด หนึ่งในนั้นคือนายคิซาเอมน โซริฮาชิ ได้เสนอว่าพวกเขาจะสร้างวัดของนิชิเร็น โชชูที่นั่น
“พวกเราไม่ได้มาไกลถึงที่นี่เพียงแค่พัฒนาที่ดิน แต่พวกเรามาที่นี่เพื่อเผยแผ่ธรรมะทางภาคเหนือของประเทศนี้ พวกเราต้องสร้างวัดของพวกเราโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้” (ประวัติวัดโฮเซ็นจิ หน้า 66)
เขาพูดเรื่องนี้กับกลุ่มของพวกเขาด้วยความรู้สึกแรงกล้า มันต้องเป็นการตัดสินใจเด็ดเดี่ยวเนื่องจาก ในความเป็นจริง อุปกรณ์ซึ่งพวกเขามีคือหม้อ กาต้มน้ำ
มีดทำครัว เขียง และเคียว จริงๆแล้ว การทำบริเวณพื้นที่ที่ไม่มีคนอยู่ให้พอที่จะอาศัยอยู่ได้ก็ยากอยู่แล้ว คิซาเอมนและพี่ชาย (โซเอมน) ตัดสินใจชวนสมาชิกฮกเคโกะเพิ่มขึ้นเพื่อร่วมโครงการบุกเบิกนี้ มันแน่นอนว่าพวกเขาต้องการคนมากขึ้นเพื่อบรรลุความปรารถนาแรงกล้านี้ ดังนั้น ครอบครัวของนายกิอุเอมนและกิสะบุโระ ทะเคยานางิและนายโซโตจิโร คิมาตะจึงย้ายไปที่ฮอกไกโด คนเหล่านี้ไม่ได้มาแค่สร้างวัดเท่านั้นแต่ใช้ชีวิตของพวกเขาเพื่อการเผยแผ่ธรรมะบนฮอกไกโด นายกิสะบุโระ ซึ่งเป็นช่างไม้ได้สอนผู้อื่น และเลือกตัดต้นไม้ที่เหมาะสมเพื่อการก่อสร้าง มีป่าใหญ่และต้นไม้จำนวนมากเหลือเกินให้เลือก แต่เครื่องมือที่มีซึ่งสามารถตัดต้นไม้ได้คือเคียวเท่านั้น

พวกเขาต้องอบไม้ให้แห้งด้วยเพื่อที่จะประกอบชิ้นไม้ แม้แต่ก่อนที่พวกเขาจะเริ่มก่อสร้างสิ่งใด ต้องมีกระบวน การตระเตรียมเป็นเวลานาน ทุกวันนี้วัดของพวกเรา วัดใหญ่เป็นฝ่ายจัดหา และพวกเรา เจ้าอาวาส ได้รับการแต่งตั้งจากพระสังฆราช ในทางตรงข้าม ผู้นับถือฮกเคโกะแห่งวัดโฮเซ็นจิสร้างวัดด้วยตัวพวกเขาเองและพวกเขาแจ้งให้วัดใหญ่ทราบว่าสร้างวัดเสร็จแล้วและขอให้แต่งตั้งเจ้าอาวาสมาประจำ จากตัวอย่างที่มีมาก่อนนี้พวกเราสามารถเรียนรู้วิธีกระทำโดยอัตโนมัติเพื่อบรรลุการโคเซ็น-รุฝุแทนที่จะพึ่งผู้อื่น หลังจากความยากลำบากผ่านไปครบ 100 ปี พระสังฆราชนิคเค่น โชนินไปประกอบพิธีฉลองวัดโฮเซ็นจิอย่างสง่างามในวันที่ 6 พฤศจิกายน ค.ศ. 1997 ปัจจุบัน อาตมารับหน้าที่เป็นเจ้าอาวาสวัดหนึ่งอยู่ห่างจากวัดโฮเซ็นจิประมาณ 40 นาที
อาตมารู้ว่าฤดูหนาวของเกาะฮอกไกโดหนาวอย่างไร อาตมาเคยเผชิญอุณหภูมิ-29.2 องศาฟาเรนไฮต์ (-34 องศาเซลเซียส)
แต่อาตมานึกไม่ออกว่ามันต้องยากอย่างไรในการสร้างวัดหนึ่งในสมัยเมจิโดยไม่มีไฟฟ้าหรือน้ำ พวกเราต้องปฏิบัติตามจิตใจแห่งความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวระหว่างผู้นับถือเหล่านี้ในสถานการณ์ลำบากเช่นนั้น อะไรมีความหมายที่สุดต่อคนเหล่านี้? มันคือความมุ่งมั่นเพื่อบรรลุการโคเซ็น-รุฝุ ความกล้าและความบากบั่นของพวกเขาไม่ว่าจะมีอะไรมาขวางทางของพวกเขาโดยไม่เสียดายชีวิตของพวกเขา พระสังฆราชนิชิเนียว โชนินกล่าวว่า “พวกเราสามารถช่วยชีวิตของใครก็ได้ด้วยชะคุบุขุ แต่พวกเราไม่ลงมือทำและมัวแต่คิดว่า “ไม่ใช่เขา ไม่ใช่เธอ” และไปเชื่อว่าบางคนไม่ต้องการชะคุบุขุของท่าน ใช่ไหม? มันไม่ใช่ชะคุบุขุเลย หากท่านคิดแองว่าบุคคลนั้นไม่ปฏิบัติเพียงเพราะว่าเขาไม่ฟังท่าน” (วารสารไดนิชิเร็น มีนาคม 2014)
เมื่อท่านมองไปที่บุคคลหนึ่ง ท่านคิดว่าท่านต้องการอัตราความสำเร็จเท่าไหร่ก่อนที่ท่านเดิน หน้าและพูดกับบางคนในเรื่องการปฏิบัติ 30%? หรือ 10%? เมื่อท่านคิดเช่นนี้
ท่านกำลังตั้งสมมุติฐานของท่านเอง ณ ที่นี้ อาตมามีเรื่องหนึ่งอยากจะเล่าให้ท่านฟัง มีคนที่เริ่มโครงการหนึ่งที่ถูกคาดหวังไว้แล้วว่ามีโอกาสล้มเหลว 100% หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดไม่นาน ในสมัยโชวะที่ 27 (ค.ศ. 1952) รัฐบาลประกาศ
“กฎหมายเร่งด่วนเพื่อการพัฒนาพลังงานไฟฟ้า” เพื่อส่งเสริมพลังงานน้ำ เพื่อที่จะฟื้นฟูวิถีดำรงชีวิตของผู้คนหลังจากได้รับความเสียหายและความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจซึ่งเกิดจากสงคราม บริษัทพัฒนาพลังงานไฟฟ้าถูกก่อตั้งเพื่อสร้างเขื่อนมิโบโระ ในจังหวัดกิฟุ ผู้อาศัยในหมู่บ้านโชคาวะแสดงการคัดค้านโครงการนี้อย่างแข็งกร้าว แน่นอน พวกเขาไม่ยอม บ้านของพวกเขา ซึ่งพวกเขาสืบทอดมาจากบรรพบุรุษที่อยู่อาศัยที่นั่นเป็นเวลาหลายศตวรรษ จะอยู่ใต้น้ำและถูกทำลาย ประธานคนแรกของบริษัทพัฒนาพลังงานไฟฟ้า คือ นายทัตสึโนซูเกะ ทาคาซากิ ได้ไปที่ชุมชนและพูดกับผู้อาศัยทีละคนเพื่อโน้มน้าวพวกเขาให้ย้ายหมู่บ้านของพวกเขาเพื่อโครงการสร้างเขื่อน นายทาคาซากิไม่ได้ใช้พนักงานของเขาเพื่อการนี้ เขาพูดเป็นการส่วนตัวกับคนเกือบ 200 คน เขาใช้เวลา 7 ปีเพื่อพยายามเข้าถึงทุกคน มันอาจจะเป็นความมุ่งมั่นของเขาหรือเป็นบุคลิกภาพของเขา ซึ่งอาตมาไม่แน่ใจ แต่ในที่สุดผู้อาศัยทุกคนยอมรับโครงการสร้างเขื่อน และในที่สุดผู้คัดค้านเชิญนายทาคาซากิ ที่ก่อนหน้านี้เป็นศัตรูของชาวบ้าน มาพิธีอำลา (ที่อยู่เดิม) และพวกเขาร้องไห้ร่วมกัน นายทาคาซากิพร้อมชาวบ้านเดินผ่านหมู่บ้านที่จะอยู่ใต้น้ำในไม่ช้า ในการเดินเล่นนี้ เขาเห็นต้นซากุระที่มีอายุ 450 ปีและพูดพร้อมกับการถอนหายใจ “ผมอยากจะเก็บต้นนี้ไว้” และเขาก็ทำจริง เขาจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านต้นซากุระ คือ นายชินทาโร่ ซาซาเบะ มาย้ายต้นไม้จากหมู่บ้านนี้ไปยังเมืองที่ชาวบ้านจะอพยพไปอยู่ ถึงแม้ว่านายซาซาเบะเตือนว่าหลังจากการย้ายครั้งนี้ต้นไม้จะไม่ออกดอกอีก เขาพูดว่า
“แต่อย่างน้อยที่สุดชาวบ้านจะรู้ว่าคุณมีความปรารถนาดี บางทีมันอาจจะคุ้มค่าแก่การลองก็ได้นะ”
โดยไม่คาดคิดมาก่อน ผู้เชี่ยวชาญด้านต้นไม้หลายคนมาช่วยกัน บริษัทก่อสร้างที่รับงานโครงการนี้ให้ความช่วยเหลือด้านการย้ายต้นไม้ ทั้งๆที่รู้ว่าการย้ายต้นซากุระนี้จะลงเอยที่ความล้มเหลว 100% ก็ไม่สามารถหยุดความพยายามในการย้ายต้นซากุระนี้ การย้าย “ต้นซากุระแห่งโชคาวะ” (Shokawa Cherry) ใช้เวลา 40 วัน ตามที่คาดไว้แล้ว และต้นซากุระแห่งโชคาวะก็ไม่ออกดอกในฤดูใบไม้ผลิ แต่อย่างไรก็ตาม ทันทีหลังจากสัปดาห์ทอง (Golden Week) ในเดือนพฤษภาคม มีไกด์รถบัสได้พบดอกไม้จำนวนหนึ่งออกทางตาบริเวณกิ่ง จงจินตนาการว่าชาวบ้านมีความสุขอย่างไรเมื่อทราบข่าวนี้ ตั้งแต่นั้นมาเป็นเวลา 50 กว่าปี และต้นซากุระแห่งโชคาวะยังคงเจริญเติบโตเต็มที่จนถึงทุกวันนี้ ถึงแม้ว่าคนเหล่านี้ยังคงทำงานที่ถูกพยากรณ์ไว้ว่าโอกาสล้มเหลว 100% พวกเขาได้ทำเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ พวกเราต้องพยายามชะคุบุขุผู้อื่น ถึงแม้ว่ามันดูเหมือนว่าจะสิ้นหวัง แต่เนื่องจากพวกเราเป็นผู้ติดตามพระโพธิสัตว์แห่งพื้นโลก งานของพวกเราคือทำชะคุบุขุ ไม่ว่ามันจะดูเหมือนว่าเป็นไปไม่ได้ พึงสังเกตว่าภูมิชีวิตของบุคคลหนึ่งเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ยกตัวอย่าง อุบัติเหตุ ความเจ็บป่วย หรือการถูกปลดจากงานของบางคนทำให้ชีวิตครอบครัวที่ดูเหมือนมีความสุขสงบเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน แม้แต่ในเมื่อมันรู้สึกหมดหวัง
พวกเราต้องพยายามทำเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ ผู้บุกเบิกของพวกเราต่อสู้เพื่อการโคเซ็น-รุฝุทั้งๆที่ผู้มีอำนาจบีฑาธรรมอยู่เสมอ
พวกเราสามารถทำหน้าที่ของพวกเราเมื่อนึกถึงการทุ่มเทของผู้นับถือฮกเคโกะจังหวัดโอวาริ จงชะคุบุขุโดยปฏิบัติตามตัวอย่างผู้บุกเบิกของพวกเรา

ในระหว่างการบีฑาธรรมที่คานาซาวะอันเลวร้าย ผู้นับถือฮกเคโกะจะถูกลงโทษสำหรับการปฏิบัติศาสนาพุทธนิชิเร็น โชชู เนื่องจากพวกเขาถูกทรมานจนกว่าจะเปลี่ยนการนับถือศาสนา นี่คือการปฏิบัติแห่งไม่เสียดายชีวิตของตนอย่างแท้จริง ดังนั้น ผู้นับถือจะเจาะรูบนผนังเพื่อประดิษฐานโกฮนซน และพวกเขาสวดไดโมขุแบบกระซิบช่วงเวลาตีหนึ่งตีสองเมื่อเพื่อนบ้านคนอื่นๆหลับ นายเซ็นโบกุ คุโบะ ผู้นับถือฮกเคโกะแห่งคานาซาวะ ทิ้งพินัยกรรมไว้ให้ลูกและหลานของเขาซึ่งมีคำกล่าว “ขณะที่ข้าพเจ้าสวดมนต์ผ่านรอยแตกของประตูลับ ข้าพเจ้าอธิษฐานว่าทั้งครอบครัวของพวกเราจะสามารถสวดไดโมขุเสียงดังและเสียงของพวกเราจะก้องไปทั่วบ้าน” ประโยคนี้พูดเกี่ยวกับการบีฑาธรรมรุนแรงทางศาสนาจากรัฐบาลในสมัยของเขา พวกเราสามารถรู้สึกถึงความปรารถนาแรงกล้าของนายคุโบะเพื่อสวดไดโมขุเสียงดังโดยไม่มีความลังเลใจ ช่างเจ็บปวดอย่างไรเมื่อถูกห้ามมิให้สวดไดโมขุอย่างอิสรเสรี ในทางตรงข้ามทุกวันนี้ไม่มีใครห้ามพวกเรามิให้สวดมนต์เสียงดัง พวกเราไม่ถูกจับกุมในการทำชะคุบุขุ พวกเราจะไม่ถูกลงโทษสำหรับการสวดไดโมขุเป็นชั่วโมงๆ พวกเราต้องเห็นคุณค่าว่าพวกเราอยู่ในสถานการณ์โชคดี พวกเราต้องทำชะคุบุขุโดยไม่เสียดายชีวิตของตน เหมือนบรรพบุรุษที่ถูกบีฑาธรรมทำในสมัยเอโดะ

ข้อความหนึ่งในบทธรรมนิพนธ์ “ว่าด้วยคำอธิษฐาน” มีใจความว่า
“คำอธิษฐานของผู้อุทิศชีวิตต่อสัทธรรมปุณฑริกสูตรจะไม่มีวันไม่ได้รับคำตอบ” (ชินเพ็น หน้า 630)
คำอธิษฐานของพวกเราจะเป็นจริง พวกเราอธิษฐานขออะไร? คำอธิษฐานที่เป็นรากฐานของพวกเราต้องเพื่อการบรรลุการโคเซ็น-รุฝุและความสำเร็จตามเป้าหมายของเขตทุกปี ยกตัวอย่างเช่น ถ้าท่านอธิษฐานเพื่อการเอาชนะความเจ็บป่วยของท่าน แสดงความต้องการเอาชนะมันและมีสุขภาพดี เพื่อที่ท่านจะสามารถทำงานหนักเพื่อชะคุบุขุ ถ้าท่านต้องการขจัดความเดือดร้อนทางการเงิน จงอย่าอธิษฐานแค่เพื่อสะสมเงินหรือรวย ท่านควรจะอธิษฐานเพื่อให้สถานะการเงินดีขึ้น เพื่อที่ท่านจะมีเวลาและเงินไปเยี่ยมคนมากมายและทำชะคุบุขุ สิ่งสำคัญอย่างยิ่งคือในคำอธิษฐานของท่านต้องให้ความสำคัญกับชะคุบุขุเป็นอันดับแรก เมื่อท่านปฏิบัติและเผยแผ่ธรรมะที่ถูกต้อง โกฮนซนจะคุ้มครองท่านและคำอธิษฐานของท่านจะเป็นจริง พระสังฆราชกล่าวว่า
“ท่านชะคุบุขุสำเร็จหรือไม่ขึ้นอยู่กับความลึกซึ้งในความศรัทธาของท่าน ถ้าชะคุบุขุดำเนินไปไม่ดี สาเหตุอยู่ที่ความศรัทธาของท่าน อาจจะเป็นการขาดการสวดไดโมขุ ขาดการลงมือทำ ความเกียจคร้านเด่นชัด หรือมีการรับรู้ที่ผิด หรือท่านอาจจะไม่กล้าพอ หรือท่านอาจจะมีชีวิตที่สบายตามที่เพ้อฝันแล้วจึงทำให้ท่านพอใจกับการใช้ชีวิตประจำวันโดยไม่ทำชะคุบุขุ จงสำรวจตัวท่านเอง ระบุให้ได้ว่าท่านจำเป็นต้องปรับปรุงอะไร และแก้ไขมัน หลังจากนั้น ท่านจะสามารถทำชะคุบุขุ”
(วารสารไดนิชิเร็น พฤศจิกายน 2011)

จงนำคำแนะนำนี้ไปคิด สวดไดโมขุอยู่เสมอ และฝึกตัวท่านเองให้มีพลังเพื่อเลิกนิสัยแก้ตัวในการไม่ทำชะคุบุขุ หลังจากนั้น บรรลุเป้าหมายของเขตด้วยความสามัคคีแห่งจิตใจต่างกายใจเดียว อาตมาขอจบคำบรรยายของอาตมาโดยการอธิษฐานอย่างจริงใจเพื่อการมีสุขภาพดีและความรุ่งเรืองของท่าน
วารสารนิชิเร็น โชชูรายเดือน เมษายน 2017 หน้า 11-13

เรื่องราวของซะกุระ: ซะกุระได้ชื่อว่าเป็นดอกไม้ประจำชาติของญี่ปุ่น (นิฮน โนะ ฮะนะ)
มาตั้งแต่สมัยเอโดะ นิยาม (คำจำกัดความ)
ของซะกุระที่แสนบอบบางถูกนำไปเปรียบกับชีวิตของทหารในสงครามว่า “ชีวิตสั้นเหมือนดอกซะกุระ”
“ตายอย่างสวยงาม” หรือ “ตายอย่างกล้าหาญทระนง”
(สรุปความ, ที่มา: Spring ฤดูใบไม้ผลิกับความเบิกบานของซะกุระ หน้า 8-9)
ชีวิตของซะกุระ:
โดยทั่วไปมีลักษณะเด่นอย่างหนึ่งคือจะผลิดอกก่อนที่จะผลิใบบนกิ่งก้านที่ดูเหงาหงอยนั้น
ซะกุระจะเริ่มเผยสัญญาณของการมีชีวิตเมื่อฤดูใบไม้ผลิมาเยือนด้วยการแตกตาออกมาทั่วต้น
และค่อยๆโตทีละน้อยพร้อมกับอากาศที่อุ่นขึ้นในแต่ละวัน
แต่ตาที่แตกออกมาแทนที่จะเป็นใบอ่อนกลับเป็นดอกสีขาวสีชมพูแทน
กล่าวกันว่าซะกุระเป็นพืชที่มีอายุสั้น แต่นั่นหมายถึงซะกุระที่เป็นไม้ประดับตกแต่งสวนเท่านั้น
ซะกุระที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ เช่น พันธุ์ยะมะสะกุระที่เกิดตามป่าหรือชายเขาจะมีอายุยืน (เล่มเดียวกัน หน้า 10)

สัปดาห์ทอง (Golden Week): วันหยุดยาวติดต่อกันเป็นพิเศษของญี่ปุ่น
ซึ่งจะมีขึ้นประมาณช่วงปลายเดือนเมษายนยาวไปจนถึงประมาณต้นเดือนพฤษภาคมของทุกปี
ซึ่งในแต่ละปีระยะเวลาความยาวนานต่อเนื่องของวันหยุดนั้นก็จะแตกต่างกันออกไป
ตามแต่ว่าวันหยุดสุดสัปดาห์ วันหยุดพิเศษ และวันหยุดชดเชยในปีนั้นๆจะต่อเนื่องจะมากน้อยเพียงใด
บางปีถ้าวันหยุดทุกอย่างเรียงต่อกันอย่างพอดิบพอดี อาจจะมีวันหยุดยาวกันประมาณ 7 วันไปจนถึง 10 วัน www.matcha-jp.com

วันหยุดราชการในช่วง Golden Week
1.วันที่ 29 เมษายน วันโชวะ (วันพระราชสมภพของอดีตจักรพรรดิโชวะ)
2.วันที่ 3 พฤษภาคม วันรัฐธรรมนูญ
3.วันที่ 4 พฤษภาคม วันพฤกษชาติ
4.วันที่ 5 พฤษภาคม วันเด็ก