โชได (shodai)

โชได (การสวดไดโมขุ หรือนัม-เมียวโฮ- เร็งเง-เคียวต่อโกฮนซน)
คือการปฏิบัติสำคัญในความศรัทธาของนิชิเร็น โชชู อย่างไรก็ตาม คนส่วนใหญ่ปฏิบัติคำอธิษฐาน
(การคิดเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขาอยากได้หรือต้องการ แทนที่จะมีใจจดจ่อกับการถวายไดโมขุแด่โกฮนซน)
แทนที่โชไดดั้งเดิม จึงมีความสับสนระหว่างโชไดกับคำอธิษฐานว่าต่างกันอย่างไร
เมื่อสวดไดโมขุเพื่อให้เป็นไปตามความปรารถนาของตนเอง และไปเชื่อว่านี่เป็นโชได อย่างไรก็ตาม
นี่คือการปฏิบัติคำอธิษฐานเท่านั้น
เมื่อท่านหันหน้าเข้าหาโกฮนซนแห่งศาสนาพุทธแท้ (ฮนมน โนะ โกฮนซน) แห่งมหาธรรมเร้นลับ
3 ประการ 1 ด้วยความศรัทธาต่อโกฮนซน จากนั้นก็ลงมือสวด
การกระทำนี้จึงเรียกว่าไดโมขุแห่งศาสนาพุทธแท้ (ฮนมน โนะ ไดโมขุ)
สิ่งสำคัญคือในจังหวะพอดีของอิชิเน็น (หนึ่งขณะจิต) นี้
พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าวในบทธรรมนิพนธ์
“คำถามและคำตอบว่าด้วยการนับถือสัทธรรมปุณฑริกสูตร”: “ยิ่งกว่านั้น
เนื่องจากชีวิตดำรงอยู่ไม่เกินชั่วขณะหนึ่ง...” (MW 5 หน้า 34)
ชีวิตคือผลของการสะสมแห่งชั่วขณะหนึ่งถึงชั่วขณะหนึ่ง เมื่อไรก็ตามที่ท่านสวดโชได เป็นเวลา
10 นาที (หรือเท่าใดก็ตาม) แต่ละหนึ่งขณะของโชไดสำคัญอย่างยิ่ง
อิชิเน็น 2 ของท่านต้องเป็นอิชิเน็นแห่งความศรัทธา
มีความเชื่อ 3 ข้อซึ่งประกอบเป็นอิชิเน็นแห่งความศรัทธา
1. จงเชื่อในความจริงที่ว่าโกฮนซนคือพระพุทธะแห่งความปิติไม่มีขอบเขตและพระพุทธะดั้ง
เดิมที่มีคุณสมบัติ 3 ประการ 3 โกฮนซน คือ พระพุทธะแท้ (พระนิชิเร็น ไดโชนิน) ในความเป็นจริง
ถ้าท่านมองโกฮนซนอย่างละเอียด ท่านจะสังเกตว่าตรงกลางโกฮนซนจากบนลงล่างไม่ได้เขียนแค่ “นัม-
เมียวโฮ-เร็งเง- เคียว” เท่านั้น แต่เขียน “นัม-เมียวโฮ- เร็งเง-เคียว- นิชิเร็น” เรื่องนี้มีความหมายมาก
2. จงเชื่อในความจริงที่ว่าโกฮนซนคือการทำให้การรู้แจ้งของพระนิชิเร็น
ไดโชนินปรากฏเป็นรูปธรรม
3. จงเชื่อในความจริงที่ว่าโกฮนซนคือหนทางเดียวสำหรับพวกเราซึ่งเป็นมนุษย์ปุถุชน
สามารถเข้าสู่การรู้แจ้ง
เมื่อพวกเราซึ่งเป็นมนุษย์ปุถุชนที่มีชีวิตอยู่ในความหลงผิดของ 6 ภูมิต่ำ 4
สวดเพื่อให้ความปรารถนาของตนให้สมหวังเท่านั้น พวกเราวุ่นอยู่กับการปฏิบัติคำอธิษฐาน
อิชิเน็นแห่งคำอธิษฐานกับอิชิเน็นแห่งความศรัทธาต่างกันอย่างสิ้นเชิง เหมือนกลางคืนกับกลางวัน
จุดมุ่งหมายดั้งเดิมของการสวดไดโมขุต่อโกฮนซน คือ เคียวชิ-เมียวโงะ 5
กับโกฮนซนซึ่งกระตุ้นธรรมชาติพุทธะของพวกเรา นี่คือสิ่งที่พระนิชิเร็น
ไดโชนินหมายถึงเมื่อท่านกล่าวถึงบทธรรมนิพนธ์ “คันจิน โนะ ฮนซน” (สิ่งสักการะเพื่อสังเกตหัวใจและจิตใจของตน) อย่างไรก็ตาม
ต้องเน้นว่ามันไม่ผิดเมื่ออธิษฐานเกี่ยวกับปัญหาของท่านหรือเพื่อสิ่งที่ท่านอยากได้และต้องการ ในที่สุด
คำอธิบายเหล่านี้เกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างการปฏิบัติคำอธิษฐานกับการปฏิบัติความศรัทธาคือแนวทา
งเพื่อช่วยให้พวกเรามีจิตใจถูกต้องและมีใจจดจ่ออย่างเต็มที่เมื่อพวกเราสวดไดโมขุหรือท่องพระสูตรต่อโกฮนซน
พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าวในบทธรรมนิพนธ์ “จดหมายถึงพระกิโจ-โบ”:
“จิงะเงะ ส่วนที่เป็นโคลงของบท (ในสัทธรรมปุณฑริกสูตร) กล่าว
“หนึ่งใจอยากพบพระพุทธะไม่เสียดายแม้ชีวิตของตน” ” (MW 2 หน้า 236)
ความหมายที่แฝงอยู่ในประโยคนี้คือพระพุทธะแห่งความปิติไม่มีขอบเขตและพระพุทธะดั้งเดิมที่มีคุณสม
บัติ 3 ประการ พฤติกรรมของพวกเราในแต่ละชั่วขณะหนึ่งต้องเป็น “หนึ่งใจอยากพบพระพุทธะ
ไม่เสียดายแม้ชีวิตของตน” เท่านั้น
ข้อความนี้อธิบายทางตรงเพื่อเข้าใจธรรมชาติพุทธะในฐานะมนุษย์ปุถุชนให้กระจ่าง
อิชิเน็นของโชไดที่ถูกต้องคือ “หนึ่งใจอยากพบพระพุทธะ ไม่เสียดายแม้ชีวิตของตน”
ในบทธรรมนิพนธ์ “สิ่งสักการะแท้จริง” (คันจิน โนะ ฮนซน) พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าว “ “คันจิน 観心” หมายถึงสังเกตหัวใจและจิตใจของตนและพบ 10 ภูมิอยู่ภายในนั้น” (MW 1 หน้า 49)
พระสังฆราชองค์ที่ 26 พระนิชิคัน โชนิน อธิบายเกี่ยวกับข้อความนี้ดังต่อไปนี้: “
“สังเกตหัวใจและจิตใจของตน” หมายถึงเชื่อในโกฮนซน “พบ 10 ภูมิอยู่ภายใน” หมายถึงสวดนัม-
เมียวโฮ-เร็งเง- เคียว เมื่อท่านเชื่อโกฮนซนและสวดไดโมขุ 10 ภูมิภายในโกฮนซนเป็น 10 ภูมิภายใน
“สังเกตจิตใจของตน” ”
“ชิน-เกียว- กุโชกุ” หมายถึงความศรัทธาและการปฏิบัติอยู่ร่วมกัน
ความศรัทธาอยู่ในการปฏิบัติและการปฏิบัติอยู่ในความศรัทธา
มันจึงถูกเรียกว่าไดโมขุแห่งศาสนาพุทธแท้ (ฮนมน โนะ ไดโมขุ) ไดโมขุประเภทนี้ทำให้ท่าน “เคียวชิ
เมียวโงะ” กับโกฮนซน
เมื่อท่านสวดด้วยอิชิเน็นแห่งคำอธิษฐานเท่านั้นจนถึงจุดที่ท่านไม่สามารถมีใจจดจ่อกับไดโมขุของท่านห
รือแม้แต่มองดูโกฮนซน เมื่อนั้น อิชิเน็นแห่งความศรัทธาของท่านลดลง ดังนั้น
เมื่ออิชิเน็นของท่านในขณะนั้นพอดีคือเพื่อให้เป็นไปตามความปรารถนาของท่าน
ท่านไม่สามารถมีเคียวชิ เมียวโงะกับโกฮนซน ดังนั้น
ในลักษณะนี้การปฏิบัติคำอธิษฐานจึงไม่สามารถเป็นการปฏิบัติไดโมขุแห่งศาสนาพุทธแท้ (ฮนมน โนะ ไดโมขุ)
แท้ที่จริง ในบทธรรมนิพนธ์ใดๆ พระนิชิเร็น
ไดโชนินไม่เคยพูดว่าพวกเราควรจะวุ่นอยู่กับการปฏิบัติคำอธิษฐานเท่านั้น อย่างไรก็ตาม พระนิชิเร็น
ไดโชนินก็ไม่เคยปฏิเสธคำอธิษฐานเช่นกัน ท่านกล่าวในบทธรรมนิพนธ์ “ว่าด้วยคำอธิษฐาน”:
“เมื่อท่านอธิษฐานกับสัทธรรมปุณฑริกสูตร คำอธิษ ฐานของท่านจะได้รับคำตอบ”

เมื่อพระนิชิเร็น ไดโชนินพูดเกี่ยวกับคำอธิษฐาน ท่านประกาศเรื่องที่ท่านตั้งใจเสมอ
ตัวอย่างดังต่อไปนี้จะทำให้ชัดเจน:
1. “ความกังวลของอาตมาคือเธออาจจะตายในวัยเยาว์เท่านั้น ดังนั้น
อาตมากำลังอธิษฐานสุดกำลังของอาตมาเพื่อให้เทพ 6 คุ้มครองเธอ” (บทธรรมนิพนธ์
“จดหมายตอบเคียวโอ” MW 1 หน้า 120)
2. “อาตมากำลังอธิษฐานว่า ไม่ว่าอาจจะวิตกกังวลอย่างไร สัทธรรมปุณฑริกสูตรและลูกสาวของนางยักษ์
10 ตน 7 จะคุ้มครองทุกท่าน อธิษฐานอย่างจริงจังราวกับว่าก่อไฟจากไม้เปียกหรือได้รับน้ำจากพื้นดินแห้ง”
(บทธรรมนิพนธ์ “การตำหนิการดูหมิ่นธรรมะและการขจัดบาป” MW 6 หน้า 53)
3. “ถ้าท่านอธิษฐานอย่างจริงจังเพื่อประโยชน์แก่ผู้อื่น
คำอธิษฐานของท่านจะไม่ได้รับคำตอบได้อย่างไร?” (บทธรรมนิพนธ์ “ว่าด้วยคำอธิษฐาน” เซ็นชู หน้า
1352)
4. “ภายใต้สถานการณ์นี้ อาตมารู้สึกสงสารบุคคล อาทิ ท่านและผู้อื่นมาก แต่อาตมาช่วยได้เพียงเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม อาตมาอธิษฐานต่อสัทธรรมปุณฑริกสูตรทั้งวันและคืน
ท่านต้องไม่ละความพยายามในการถวายคำอธิษฐานด้วยความศรัทธามั่นคงเช่นกัน”
(บทธรรมนิพนธ์ “เรื่องของโอฮาชิ โนะ ทะโร” MW 6 หน้า 155)
ข้อความที่นำมาอ้างเหล่านี้ชี้ให้เห็นความแตกต่างระหว่างโชไดกับคำอธิษฐาน ในนิชิเร็น โชชู
รูปแบบดั้งเดิม เป็นกฎเกณฑ์ทั่วไป ท่านถวายคำอธิษฐานส่วนตัวในคำอธิษฐานในใจวาระที่ 4
ในระหว่างสวดมนต์วาระเช้าในแต่ละวัน วันต่อวัน เดือนแล้วเดือนเล่า
พวกเราจำเป็นต้องเพิ่มความศรัทธาของพวกเราและความเข้าใจเรื่องการปฏิบัติของพวกเราให้ลึกซึ้ง
สิ่งสำคัญที่สุดคือสวดไดโมขุอย่างจริงใจให้มากเท่าที่เป็นไปได้จนถึงจุดที่ท่านรู้สึกพอใจมาก
ในลักษณะนี้ท่านจะชอบการปฏิบัติของท่าน
รับกุศลผลบุญและความปิติไม่มีขอบเขตจากโกฮนซนและได้รับการคุ้มครองจากโชเท็น เซ็นจิ่น 8
ในบทธรรมนิพนธ์ “จดหมายตอบผู้ปกครองมัตสึโนะ” พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าว:
“ในฐานะฆราวาส ท่านควรจะสวดนัม-เมียวโฮ- เร็งเง-เคียวอย่างแน่วแน่ทั้งเช้าและเย็น วันและคืน
และจะรู้เห็นผล ณ วาระสุดท้ายของชีวิตท่าน” (MW 5 หน้า 237)
ในวลีนี้ เน้นความสำคัญของ “อย่างแน่วแน่” เมื่อท่านมีความศรัทธาประเภทนี้ การเสียสมาธิ
หรือความคิดอื่นจะลดลง ประเด็นสำคัญที่สุดเกี่ยวกับ “อย่างแน่วแน่”
คือจงพยายามสวดไดโมขุในลักษณะนี้ เมื่อท่านสวดในลักษณะนี้ ท่านจะมีเคียวชิ-
เมียวโงะกับโกฮนซนและดังนั้นท่านสามารถทำให้พลังชีวิตโผล่ขึ้นมา
เปลี่ยนกรรมของท่านและได้รับการคุ้มครองจากโชเท็น เซ็นจิ่น ท่านต้องมีความมั่นใจในเรื่องนี้
นิชิเร็น โชชูสวดโชไดในลักษณะนี้เป็นเวลากว่า 700 ปีแล้ว
โชไดคือการปฏิบัติศาสนาพุทธที่ลึกซึ้ง ดังนั้น ท่านต้องปฏิบัติอย่างถูกต้อง
อย่างเคร่งครัดและอย่างจริงจังและ เหนือสิ่งทั้งปวง อย่างจริงใจ
พลังพุทธะและพลังธรรมะของโกฮนซนไม่มีขีดจำกัด ขอบเขตของพลังนี้ไม่สามารถเข้าใจได้

ขอให้พวกเราชอบการปฏิบัติของพวกเราและรับกุศลผลบุญมากมายจากโกฮนซน
1. มหาธรรมเร้นลับ 3 ประการ: สิ่งสักการะแห่งศาสนาพุทธแท้ (“ฮนมน โนะ ฮนซน” ในภาษา ญี่ปุ่น)
ซึ่งคือได-โกฮนซน การสวดหรือไดโมขุแห่งศาสนาพุทธแท้ (“ฮนมน โนะ ไดโมขุ” ในภาษาญี่ปุ่น)
ซึ่งคือนัม-เมียวโฮ- เร็งเง-เคียว และมหาวิหารแห่งศาสนาพุทธแท้ (“ฮนมน โนะ ไคดัน”ในภาษาญี่ปุ่น)
ซึ่งคือสถานที่ประดิษฐานได-โกฮนซน
2. อิชิเน็น: ตามตัวอักษรแปลว่า “หนึ่งใจ” ชั่วขณะหนึ่งของชีวิต หรือความจริงสูงสุด
ที่ถูกสำแดงในแต่ละชั่วขณะหนึ่งในมนุษย์ปุถุชนทุกคน
3. คุณสมบัติ 3 ประการ: (“ซัมจิน”ในภาษาญี่ปุ่น “ตรีกาย”ในภาษาสันสกฤต) ซึ่งถูกเรียกว่า 3 กาย หรือ 3
กายที่รู้แจ้ง เช่นกัน กาย 3 ชนิดที่พระพุทธะมี ได้แก่ 1) ธรรมกายหรือกายแห่งธรรม
(“ฮสชิน”ในภาษาญี่ปุ่น) ความจริงขั้นพื้นฐานซึ่งพระพุทธะรู้แจ้ง 2) สัมโภคกาย (“โฮชิน”ในภาษาญี่ปุ่น)
บางครั้งถูกเรียกว่ากายแห่งรางวัล
ซึ่งได้มาเป็นรางวัลจากการปฏิบัติโพธิสัตว์จนสำเร็จและเข้าใจปัญญาของพระพุทธะ
สัมโภคกายไม่เหมือนธรรมกายที่จับต้องไม่ได้ เชื่อกันว่าเป็นกายจริง
ถึงแม้ว่ากายนี้อยู่เหนือความเข้าใจและมนุษย์ปุถุชนมองไม่เห็น 3. นิรมาณกาย (“โอจิน”ในภาษาญี่ปุ่น)
หรือกายเนื้อซึ่งพระพุทธะปรากฏตัวบนโลกนี้เพื่อที่จะช่วยเหลือผู้คน
4. 6 ภูมิต่ำ: คือ “รกกึโด” ในภาษาญี่ปุ่น เป็นส่วนหนึ่งของ 10 ภูมิ
หรือสภาพชีวิตซึ่งแต่ละคนแสดงในชีวิต 6 ภูมิต่ำประกอบด้วย: 1) “จิโกกุ” หรือสภาพนรก 2) “ก๊ะคิ”
หรือสภาพเปรต 3) “จิคุโช” หรือสภาพเดรัจฉาน 4) “ชุระ”หรือสภาพอสุร 5) “นิน”
หรือสภาพมนุษย์หรือความสงบ 6) “เท็น” หรือสภาพเทวหรือความปลาบปลื้มอย่างหลงใหล ใน 6
สภาพนี้ตั้งแต่นรกถึงเทว คนส่วนใหญ่ทั่วโลกใช้เวลาส่วนใหญ่ของพวกเขาวนเวียนอยู่ใน 6 หนทางนี้
ในสภาพเหล่านี้ผู้คนแสดงปฏิกิริยาของเขาต่ออิทธิพลภายนอก และถูกครอบงำอย่างเบ็ดเสร็จ และดังนั้น
จึงอ่อนไหวต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง สภาพเหล่านั้นซึ่งผู้คนอยู่เหนือขอบเขตความไม่แน่นอนของ 6
ภูมิต่ำ และซึ่งประกอบด้วย 4 สภาพของ 10 ภูมิที่เหลือถูกเรียกว่า “4 อริยภูมิ” ได้แก่ 7) “โชมน”
หรือสภาพศึกษา 8) “เอ็นงกุ” หรือสภาพสมาธิ 2 สภาพนี้หมายถึงการฟัง การศึกษา
การเข้าใจและการตระหนัก (รู้ชัดแจ้ง) คำสอนของพระพุทธะ 9) “โบซัตสึ” หรือสภาพโพธิสัตว์
สภาพที่ผู้คนไม่ปรารถนาที่จะรู้แจ้งเพื่อตนเองเท่านั้น
แต่จะอุทิศตัวเขาเองเพื่อการกระทำที่มีความเมตตาด้วย และสุดท้าย 10) “บุตสึ”
หรือสภาพพุทธภาวะหรือการรู้แจ้ง
5. เคียวชิ-เมียวโงะ (การประสานระหว่างความจริงกับปัญญา):
การประสานระหว่างความจริงภววิสัยหรือความจริงแห่งธรรมชาติพุทธะที่อยู่ภายในชีวิตผู้คนซึ่งมีมาแต่
กำเนิด กับปัญญาอัตวิสัยเพื่อเข้าใจความจริงนั้น การประสานเข้ากันของ 2 สิ่งนี้ คือ การบรรลุพุทธภาวะ
พระนิชิเร็น ไดโชนินให้คำจำกัดความธรรมะ ซึ่งเป็นรากฐานแห่งการประสานระหว่างความจริงกับปัญญา เป็นนัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว
ท่านแสดงการรู้แจ้งของท่านเองให้เห็นอย่างชัดเจนในโกฮนซน-การประสานระหว่างความจริงกับปัญญา-
ในรูปของโกฮนซน (สิ่งสักการะ) ในแง่ของการปฏิบัติศาสนาพุทธสำหรับผู้คนในสมัยปัจฉิมธรรม
ความจริงเทียบได้กับโกฮนซน และปัญญาคือความศรัทธาของคนๆหนึ่งต่อโกฮนซน
เมื่อคนๆหนึ่งสวดนัม-เมียวโฮ- เร็งเง-เคียวด้วยความศรัทธาลึกซึ้งต่อสิ่งสักการะนี้
เขาประสานชีวิตของเขากับโกฮนซนและบรรลุพุทธภาวะ
เมื่อคนๆหนึ่งสวดไดโมขุโดยวาจาและอิชิเน็นของคนๆนั้นเพื่อเป็นไปตามความปรารถนาของตนเอง
(จนถึงจุดที่คนๆนั้นไม่สามารถมีใจจดจ่อกับการถวายไดโมขุแด่โกฮนซน) เมื่อนั้น
คนๆนั้นจมลึกอยู่ในความหลงผิดของ 6 ภูมิต่ำ ซึ่งแตกต่างจาก “หนึ่งใจอยากพบพระพุทธะ” อย่างสิ้นเชิง
6. เทพ: พลังในสิ่งแวดล้อมที่คุ้มครองคนที่ปฏิบัติศาสนาพุทธแห่งสัทธรรมปุณฑริกสูตร
(ศาสนาพุทธแท้ของพระนิชิเร็น ไดโชนิน) อย่างถูกต้อง ดู “โชเท็น เซ็นจิ่น” ในเชิงอรรถ 8 ด้วย
7. ลูกสาวของนางยักษ์ 10 ตน (จือระเซ็ตสึเนียว): เช่นกัน รู้จักกันทั่วไปว่าเทพธิดา 10 องค์ ลูกสาว
10ตนของนางหารีตี ได้แก่ ลัมพา (Lamba) วิลัมพา (Vilamba) กูฏทันตี (Kutadanti)
ปุศปทันตี(Pushpadanti) มกุฏทันตี (Makutadanti) เกษิณี (Keshini) อจลา (Achala) มาลาธารี (Maladhari)
กุลตี(Kunti) และสรวสัตตโวจหารี (Sarvasattvojohari)
“คิชิโมจิน”ในภาษาญี่ปุ่นหรือ “หารีตี”ในภาษาสันสกฤต คือ นางยักษ์
กล่าวกันว่าเป็นลูกสาวของยักษ์ในกรุงราชคฤห์ นางมีลูก 500 ตน (บางแหล่งข้อมูลกล่าวว่า 1,000 หรือ
10,000 ตน) ตามที่กล่าวในหารีตีสูตร (คิชิโมจิน-เคียว) และวินัยสงฆ์หมวดทั่วไป (บินะยะ โซจิ)
นางฆ่าลูกของคนอื่นเพื่อนำมาเลี้ยงลูกของนาง
และประชาชนที่กลัวจึงมาขอความช่วยเหลือจากพระศากยมุนี พระพุทธะจึงซ่อนลูกชายคนสุดท้อง
(บินคะระ) ของหารีตี นางค้นหาเป็นเวลา 7 วัน แต่ไร้ผล ในที่สุด ด้วยความสิ้นหวังนางมาขอ
ร้องพระพุทธะ ณ ที่ประทับของพระองค์
พระศากยมุนีตำหนินางในเรื่องพฤติกรรมชั่วและให้นางสัญญาว่าจะไม่ฆ่าลูกคนอื่น หลังจากนั้น
พระองค์คืนลูกแก่นาง ตามที่กล่าวใน “บันทึกแห่งประเทศทางใต้”(นันไค คิคิ ไนโฮ เด็น)
ของหลวงจีนอี้จิง (I-ching)
หารีตีได้รับความเคารพในประเทศอินเดียในฐานะเทพธิดาที่สามารถประทานพรแก่เด็กและทำให้คลอดง่าย ต่อมา การเคารพหารีตีถูกนำเข้ามาในประเทศญี่ปุ่น ในบท “ธารณี” (บทที่ 26)
ของสัทธรรมปุณฑริกสูตร นางและลูกสาว 10 ตนปฏิญาณเบื้องหน้าพระศากยมุนีว่าจะคุ้มครองผู้อุทิศชีวิตต่อสัทธรรมปุณฑริกสูตร
เรื่องเหล่านี้มีคติสอนใจที่สำคัญสำหรับพวกเราในการปฏิบัติศาสนาพุทธแท้
ถ้าพวกเราปฏิบัติอย่างถูกต้องและอย่างจริงจัง เมื่อนั้น ยักษ์เหล่านี้และปีศาจอื่นทั้งหมด
(หน้าที่หรืออิทธิพลด้านลบซึ่งทำหน้าที่ทำลายการปฏิบัติถูกต้องของคนๆหนึ่งและขัดขวางความคิดเห็นที่ถูกต้องของคนๆหนึ่ง ดังนั้น ทำให้ผู้คนไม่มีความสุข) ต้องทำตามคำปฏิญาณต่อพระพุทธะ คือ
เปลี่ยนพวกเขาเองเป็นเทพในศาสนาพุทธหรือพลังปกป้องเพื่อคุ้มครองผู้นับถือศาสนาพุทธแท้
8. โชเท็น เซ็นจิ่น: หมายถึงเทพในศาสนาพุทธ หรือพลังปกป้อง
คือหน้าที่หรืออิทธิพลและการทำหน้าที่ของทุกชีวิตทั่วทั้งจักรวาลซึ่งคุ้มครองทุกคนที่ปฏิบัติศาสนาพุทธแ
ท้อย่างถูกต้องและอย่างจริงจัง ชีวิตสำแดงและแก่นแท้ของโชเท็น
เซ็นจิ่นกำเนิดมาจากชีวิตที่รู้แจ้งของพระพุทธะแท้
และแสดงหน้าที่ทรงประโยชน์แห่งการรู้แจ้งผ่านการประสานพวกเขาเองกับธรรมมหัศจรรย์
นิชิเร็น โชชูรายเดือน ปี 1995
“หนึ่งใจอยากพบพระพุทธะ ไม่เสียดายแม้ชีวิตของตน” : พระนิชิเร็น
ไดโชนินเปิดเผยเหตุแท้จริงซึ่งอยู่ในชีวิตท่านด้วยคำพูดเหล่านี้ เช่นกัน
ประโยคนี้มีความหมายของแนวความคิด “4 พลัง”ในศาสนาพุทธ กล่าวคือ
เนื่องจากพระพุทธะมี[ตัวตน]ธรรมะโดยธรรมชาติ พระพุทธะมีพลังพุทธะและพลังธรรมะ ดังนั้น
ส่วนแรกของประโยค “หนึ่งใจอยากพบพระพุทธะ” ชี้ให้เห็นพลังความศรัทธา และส่วนหลัง
“ไม่เสียดายแม้ชีวิตของตน” เทียบได้กับพลังการปฏิบัติ
(คำบรรยาย “ว่าด้วย “นัม” และอักษร 5 และ 7 ตัว” โดยพระสังฆราชนิคเค่น โชนิน;
การศึกษาภาคฤดูร้อนสำหรับผู้นับถือฮกเคโกะชาวญี่ปุ่น ปี ค.ศ. 1996)