ประสบการณ์คุณธาราทิพย์ รัชตอุดมผล (ลี่ลี่)

สวัสดีสมาชิกทุกท่านค่ะ หนูชื่อ นางสาวธาราทิพย์ รัชตอุดมผล(ลี่ลี่) ปัจจุบันอายุ 15 ปี ศึกษาอยู่ที่โรงเรียนสารสาสน์วิเทศบางบอน, Kinston High School (USA) เป็นสมาชิกยุวชนของเขตบางไผ่ค่ะ

วันนี้จะมาแบ่งปันประสบการณ์ให้สมาชิกทุกคนฟังค่ะ ซึ่งเป็นเรื่องล่าสุดและมหัศจรรย์สำหรับหนูมากๆ ย้อนกลับไปเมื่อต้นปี (2560) เดือนมีนาคมค่ะ ตอนนั้นเป็นช่วงสอบfinal อาทิตย์นั้นเป็นอาทิตย์สุดท้ายของเด็ก ม.3 ซึ่งเราต้องตัดสินใจว่า ช่วง ม.4 เราจะอยู่ที่โรงเรียนเดิมหรือจะไปต่อโรงเรียนอื่น ซึ่งหนูตัดสินใจว่าจะต่อที่โรงเรียนเดิมค่ะ แต่มันก็มีความคิดขึ้นมาว่า ทำไมเราต้องอยู่โรงเรียนเดิม? ทำไมเราไม่ลองไปที่อื่น? เราเบื่อการศึกษาเดิมๆของประเทศไทย ทำไมต้องเรียนแบบนี้อีกตั้ง3ปี มันเป็นอะไรที่น่าเบื่อมากๆ… หลังจากนั้นประมาณ2-3วัน หนูก็ลองค้นหาในอินเตอร์เน็ตเกี่ยวกับโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนดูค่ะ ซึ่งวันนั้นเป็นวันพฤหัสบดีที่ 2 หนูได้ค้นหาข้อมูลอีกครั้งในตอนเช้าเพราะคิดว่าอยากไปลองสอบเล่นๆดู แต่ค้นหากี่โครงการก็ไม่เจอโครงการที่เราชอบเลยจริงๆ สุดท้ายได้ลองไปอ่านคอมเม้นท์ในพันทิปค่ะ ซึ่งก็มีโครงการ EF (Education First)ขึ้นมาพอดีเลยลองกดเข้าไปดูค่ะ ซึ่งบอกตามตรงว่าไม่เคยได้ยินชื่อโครงการนี้มาก่อนเลย แต่เค้าจะมีการสอบในวันเสาร์ค่ะ ซึ่งวันนั้นเป็นวันพฤหัสบดีตอนเช้าก่อนสอบ หนูเลยคิดว่าโครงการนี้แหละที่จะไป แต่ก็ยังไม่ได้สมัครนะคะ พอตอนเย็นๆได้มีการหาข้อมูลของโครงการนี้อีกรอบอ่านกระทู้ของโครงการนี้แค่รอบเดียวหนูตัดสินใจโทรไปสมัครสอบโดยที่ไม่บอกใครเลย บอกแค่เพื่อนสนิท1คน คนในครอบครัวมีแค่แม่คนเดียวที่รู้ค่ะ และหนูคิดไว้ว่าจะไม่อ่านหนังสือไปสอบเพราะคงสอบไม่ผ่านและไม่มีเวลาเตรียมตัวถ้าไปสอบคราวนี้เป็นคราวแรกถือว่าเป็นการทดสอบไม่ใช่การไปสอบเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน(ในความคิดส่วนตัว) พอถึงวันเสาร์หนูได้มีการสอบข้อสอบ ELTiS (speaking, reading, listening) ซึ่งบอกตามตรงว่ามันยากสำหรับหนูมากๆ รู้เลยว่าตัวเองทำไม่ได้ คะแนนไม่ถึงครึ่ง พอสอบช่วงแรกเสร็จ ก็เป็นช่วงสอบทัศนคติ(สัมภาษณ์)ค่ะ หนูได้สอบกับรุ่นพี่ผู้ชายที่ดูน่ากลัวมากๆ แต่หนูพยายามผ่อนคลายและมีสมาธิมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ พอสอบทัศนคติ(สัมภาษณ์)เสร็จ รู้เลยว่าไม่ผ่านเพราะทำอะไรออกมาได้ไม่ดีเลย พี่เค้าเลยเรียกไปคุยพร้อมผู้ปกครองค่ะเพราะว่าสอบทุกอย่างครบหมดแล้ว ผลปรากฏว่าหนูสอบข้อสอบ ELTiS ผ่านเกณฑ์เด็กไทยได้210และสอบทัศนคติได้ 98/100 คือดีใจมากเลยค่ะซึ่งเป็นผลว่าหนูสอบการเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนผ่านค่ะ แต่ยังไม่100% เพราะคะแนนELTiSของหนูมันไม่ได้สูงมาก เป็นอะไรที่ยากมากๆถ้าจะได้การยอมรับเป็นนักเรียนที่high school ของ US เลยมีการสอบใหม่อีกรอบค่ะ เป็นการสอบเพิ่มคะแนนอันเก่า ซึ่งวันนั้นเป็นวันเสาร์ที่29 มีนาคม ตอนที่หนูสอบคือรู้เลยว่าตัวเองมีความทะนงสูงมากๆ เพราะเรามีความรู้สึกว่าข้อนี้เราทำได้ เรารีบทำ รีบๆทำให้เสร็จ แต่ผลปรากฏคือไม่ผ่านซึ่งหนูต้องสอบถึง3รอบ
พอถึงรอบที่4 หนูคิดว่ารอบนี้ต้องเป็นรอบสุดท้ายแล้วนะ เลยสวดมนต์ในใจก่อนทำ พอเริ่มทำรู้สึกมีสมาธิมากขึ้น แต่อยู่ดีๆก็มีพี่คนนึงเดินมาแล้วปิดประตูเสียงดังมากๆ ด้วยความที่เราไม่พอใจมากๆเลยมองแรงไปที่พี่เค้า พี่เค้าเลยขอโทษแล้วเดินออกไปค่ะ พอผ่านไปซักพัก ประมาณ 20 นาทีได้ มีพี่กลุ่มนึงซึ่งมีพี่คนนั้นที่เรามองแรงเดินเข้าห้องมาค่ะ ซึ่งเค้าก็มาถามว่าทำไม่ได้ข้อไหน ทำไม่ได้ตรงไหน เค้าก็มาช่วยแปลศัพท์ค่ะ ซึ่งพี่คนนั้นคนที่เรามองแรง เค้าคือคนที่มาช่วยหนูมากที่สุดแทบจะบอกคำตอบเลยก็ว่าได้ หนูนึกในใจว่าทำไมเราต้องไปมองแรงใส่เค้าด้วย ถ้าเป็นคนอื่นเราไปมองแรงใส่ เค้าคงไม่กลับมาช่วยเราอีกครั้งแน่ๆ ซึ่งคะแนนออกมาคือหนูผ่านค่ะ ได้ 230 คะแนนซึ่งสูงพอสมควรเลย ทำให้หนูได้เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน100%ในวันที 29 มีนาคม
พอหลังจากนั้นสอบเสร็จต้องมีการทำ application ส่งไปให้ host family (ครอบครัวอุปถัมป์), USA ซึ่งเค้าให้เวลาทำไม่ถึง1เดือนค่ะ เป็นเวลาที่น้อยมากๆเทียบกับการทำ application หนึ่งตัวซึ่งตอนนั้นเครียดมากๆ เพราะทุกอย่างมีเวลาที่จำกัดและทุกอย่างเป็นภาษาอังกฤษหมดเลย ซึ่งหนูท้อมากๆในการทำ application ตัวนี้ เพราะเราไม่สามารถให้ใครช่วยเราได้เลย ต้องทำเองทุกอย่าง แต่พอทำไปซัก1อาทิตย์ได้ มีพี่ที่สำนักงานไลน์มาค่ะ เค้าบอกเค้าจะช่วยซึ่งตอนนั้นเหลืออีกประมาณ 4-5 ตัวได้ ซึ่งพี่เค้าก้โทรมาค่ะ มาช่วยทำ มาช่วยแปลศัพท์ มาช่วยแก้ไขประโยค ซึ่งหนูใช้เวลาทำ application ราวๆ 3 อาทิตย์ก็เสร็จ ซึ่งตอนนั้นก็เหลือแค่ร Host Family, โรงเรียน ตอบรับค่ะ ตอนนั้นคือหนูสวดมนต์หนักมากๆ มาสมาคมทุกโอกาศเลยซึ่งปกติก็มาบ่อย แต่ช่วงที่ผ่านมาคือมาบ่อยกว่าเดิม ซึ่งพอเดินไปไหนในสมาคมแทบจะทุกคนจะถามหนูว่าอยู่รัฐอะไรหรอ? เพื่อนก็จะไลน์มาถาม ได้โฮสรึยัง? บอกตามตรงคือมันรู้สึกแย่มากๆเลยค่ะ หนูอยากจะตอบทุกคว่าหนูอยู่ตรงไหนของUS โฮสของหนูชื่ออะไร มีใครบ้าง แต่หนูไม่สามารถตอบได้เลย ซึ่งช่วงนั้นสวดมนต์หนักมากๆแต่ไม่เคยขอพระเลยว่าอยากได้โฮส อยากรู้รัฐ หนูทำได้แค่นั่งรอ E-mail จากสำนักงาน ef ที่ไทยส่งเข้ามาว่าหนูได้โฮส หนูเปิดกล่อง e-mail ทุกเช้า แต่ก็ไม่เคยได้มันเลย ซึ่งรู้สึกท้อมากๆ
จนมาวันนึงวันนั้นเป็นวันศุกร์ที่ 28 เมษายน ซึ่งวันที่ 29 จะต้องไปเข้าค่ายกับทางโครงการ วันนั้นหนูรู้สึกว่าหนูไม่อยากไปแล้ว เพราะท้อมากๆ เราไม่มีอะไรเลย โฮสก็ไม่มี เราเหมือนคนเร่ร่อน เหมือนคนไม่มีคนเอา เลยตัดสินใจไปคุยกับแม่ว่า หนูจะไม่ไปเมกาแล้ว ซึ่งตอนนั้นจ่ายเงินไปส่วนนึงแล้ว หนูตัดสินใจว่าจะทิ้งมันซึ่งมันเป็นจำนวนที่แพงพอสมควร แม่เลยถามว่าคิดดีแล้วหรอ แต่เค้าก็บอกให้หนูตัดสินใจเอง หนูเลยกะว่าโอเคจะไม่ไปไหนแล้ว ตัดสินใจจะอยู่ที่ไทย ไม่ไปไหนทั้งนั้นด้วยอะไรหลายๆอย่าง เลยจะโทรไปหาพี่ที่สำนักงานว่าจะไม่ไปแล้ว แต่ก็กะว่าจะคุยกับเพื่อนก่อน เลยเปิด 4G เพราะตอนนั้นอยู่ข้างนอกเลยปิดไว้ แต่พอเปิดเน็ต กลับได้ e-mail แปลกๆเขียนว่า no reply จาก ef@usซึ่งหนูแปลกใจมากๆเลยกดเข้าไปดู ปรากฏว่าหนูได้โฮสแล้วค่ะ ตอนนั้นที่ได้รับ e-mail คือรู้แค่ชื่อ, อายุ, เป็นsingle parent, อาชีพค่ะ ซึ่งจากตัดสินใจว่าจะโทรไปบอกเค้าว่าไม่ไปแล้ว แต่กลับเป็นว่าต้องบอกเค้าว่าเราได้โฮสแล้ว พี่เค้าดีใจกับหนูมากๆเลยบอกว่าถ้าตอนที่มาค่ายจะเปิดข้อมูลให้ เลยตัดสินใจว่าต้องไปแล้ว แต่ติดที่ตรงว่าไม่อยากไปค่ายเลยเพราะเข้ากับคนยากมากๆ กลัวไม่มีเพื่อน แต่พอไปถึงค่ายคือเป็นสังคมที่ดีมากๆ เค้าจะจับกลุ่มให้ไปทำกิจกรรมร่วมกันซึ่งกลุ่มหนูมีเด็กม.4 แค่3คน ซึ่งพี่ๆคือดูแลเราดีมากๆ เค้าให้คำปรึกษาดีมากๆว่าควรทำยัง แลกเปลี่ยนความรู้กัน และเวลาที่หนูรอคอยคือข้อมูลของโฮสค่ะ ซึ่งเราไม่ได้รู้แค่โฮสอย่างเดียว แต่ได้รู้ทั้งรัฐและโรงเรียนที่หนูจะไปอยู่เลย หนูอยู่เมือง Kinston รัฐ North Carolina โรงเรียน Kinston High school ซึ่งก็ได้มีการพูดคุยกับรุ่นพี่ที่เคยไปแล้วกลับมาแล้วที่ค่ายเรื่อง host family พี่เค้าบอกว่าหนูโชคดีมากๆที่ได้โฮสแบบนี้ และที่สำคัญคือได้เร็วมากๆ ในเวลาไม่ถึงเดือนได้โฮสแล้วเป็นอะไรที่เร็วมากๆ พอกลับมาจากค่ายพี่ที่สำนักงานเข้าก็ส่งข้อมูลที่โฮสส่งมาถึงเราให้และเค้าบอกว่าที่จริง e-mail ที่ ef@us ส่งมาให้ ต้องส่งไปที่สำนักงานใหญ่ ไม่ใช่ส่งให้นักเรียนเลย ตอนนั้นเลยรู้เลยว่าพระช่วยมากๆ เพราะว่าในเวลานั้นเราตัดสินใจว่าจะไม่ไปแต่อยู่ๆกลับมี e-mail เด้งขึ้นมา
ทุกอย่างนี้หนูกล้าพูดเลยว่ามันไม่ใช่ความสามารถของหนูทั้งหมด เพราะว่าความสามารถเหล่านี้หนูไม่สามารถทำคนเดียวได้ถ้าไม่มีพระช่วย หนูไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าหนูจะไปอเมริกาหรืออยู่ไทยต่อถ้าไม่มีพระช่วย ซึ่งเรื่องที่พระช่วยอย่างเห็นได้ชัดเลยคือเรื่องโฮสเพราะว่าหนูได้รับ e-mail วันศุกร์ที่ 28 แต่วันพฤหัสบดีที่ 27 หนูได้มาสวดมนต์ที่สมาคมและขอพระว่าให้หนูได้โฮสซึ่งวันนั้นป็นวันแรกที่หนูขอพระเกี่ยวกับโฮส หนูรู้เลยว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดโกฮนซนช่วยทุกอย่าง ประสบการณ์นี้มันช่วยทำให้หนูมีความศรัทธาที่เข้มแข็งขึ้นมากๆ

ขอบคุณค่ะ
ธาราทิพย์ รัชตอุมผล(ลี่ลี่) สมาชิกยุวชน เขตบางไผ่