จดหมายทัดทานคืออะไร?
คำถาม: 
จดหมายทัดทานคืออะไร?
คำตอบ: 

คำถามและคำตอบว่าด้วยพื้นฐานการปฏิบัติของนิชิเร็น โชชู
จากวารสารเมียวเคียว ตุลาคม 2014 หน้า 14-17

พิธีสำคัญที่สุดสำหรับพระสงฆ์และฆราวาสของนิชิเร็น โชชู คือ พิธีโอเอชิกิ พวกเราส่วนใหญ่ฉลองพิธีนี้ในวันที่ 13 ตุลาคมหรือใกล้กับวันนั้น ณ วัดใหญ่ไทเซคิจิ ประกอบพิธีโอเอชิกิทุกปีในวันที่ 20 และ 21 พฤศจิกายน พระนิชิเร็น ไดโชนินดับขันธ์ ณ บ้านพักของผู้นับถือนามอิเคงามิ มุเนนากะ(คนพี่) ที่บุชุ-อิเคงามิ (เทศบาลโอตะ มหานครโตเกียวในปัจจุบัน) ในวันที่ 13 ตุลาคม ค.ศ. 1282 (ปีที่ 5 แห่งสมัยโคอัน)
โอเอชิกิ คือ พิธีตอบแทนหนี้บุญคุณของพวกเรา และฉลองข้อเท็จจริงที่ว่าพระนิชิเร็น ไดโชนินแสดงการปรากฏตัวตลอดกาลจนถึงการดับขันธ์ของท่านในฐานะพระพุทธะแท้ ส่วนจิงะเงะของบทจูเรียวในสัทธรรมปุณฑริกสูตรที่พวกเราท่องทุกเช้าและเย็นกล่าว: “...บางเวลาดูเหมือนว่าตถาคตปรินิพพาน เวลาอื่นไม่...” (โฮเคเคียว หน้า 440; สัทธรรมปุณฑริกสูตรแปลโดยนายวัตสัน หน้า 230)
ชีวิตของพระพุทธะสิ้นสุดในช่วงเวลานี้เมื่อพระองค์ปรินิพพาน อย่างไรก็ตาม ตามที่กล่าวในบทจูเรียว: “...ตถาคตอยู่บนเขาคิชฌกูฎที่ศักดิ์สิทธิ์เสมอ....ตถาคตเทศนาธรรมะ สอน เปลี่ยนความเชื่อ(ผู้คน)เสมอ...” (อ้างแล้ว, หน้า 229-230) ตามที่ข้อความเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า พระพุทธะอยู่ที่นี่บนโลกนี้ตลอดเวลาและชี้แนะพวกเราซึ่งเป็นคนธรรมดาเพื่อให้บรรลุการรู้แจ้ง การปรากฏตัวที่น่าเคารพของพระพุทธะที่ปรินิพพาน แต่ไม่ปรินิพพานอยู่ที่นี่เสมอตลอด 3 ชาติ
ถึงแม้ว่าพระนิชิเร็น ไดโชนินดับขันธ์ในวันที่ 13 ตุลาคม ค.ศ. 1282 ชีวิตของท่านดำรงอยู่อย่างต่อเนื่องในได-โกฮนซนของมหาวิหารแห่งคำสอนแท้ ณ วัดใหญ่ไทเซคิจิเพื่อชี้แนะพวกเรา ดังนั้น พวกเราฉลองการเปิดเผยการดำรงอยู่ต่อเนื่องของพระนิชิเร็น ไดโชนินในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต และพวกเราตอบแทนหนี้บุญคุณของพวกเรา

จดหมายทัดทาน คือ จดหมายชะคุบุขุ
ณ พิธีโอเอชิกิ เจ้าอาวาสและพระสงฆ์ 6 รูปอ่านส่วนท้ายบทธรรมนิพนธ์ “ริชโช อันโคกุ รน”และ “จดหมายทัดทาน” ซึ่งถูกเขียนเมื่อ 600-700 ปีที่แล้ว ท่านเคยเห็นพระสงฆ์อ่านจดหมายที่เป็นม้วนกระดาษหรือไม่? “จดหมายทัดทาน” 6 ม้วนเขียนโดยพระนิชิเร็น ไดโชนิน พระสังฆราชองค์ที่ 2 พระนิคโค โชนิน พระสังฆราชองค์ที่ 3 พระนิชิโมขุ โชนิน พระสังฆราชองค์ที่ 4 พระนิชิโด โชนิน พระสังฆราชองค์ที่ 5 พระนิชิเกียว โชนิน และพระสังฆราชองค์ที่ 9 พระนิชิอุ โชนิน ตามลำดับ มันถูกเรียกว่าจดหมายโคกุชุ คังเกียว ซึ่งหมายถึง ชะคุบุขุผู้นำประเทศ
ระหว่างสมัยคามากุระ (ค.ศ. 1185-1333) ในสมัยของพระนิชิเร็น ไดโชนิน ผู้คนทนทุกข์แสนสาหัสเนื่องมาจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ สภาพอากาศเลวร้ายที่มีผลต่อการผลิตอาหาร และการเกิดโรคระบาด การต่างประเทศอยู่ในความยุ่งเหยิงเช่นกันเนื่องจากชาวมองโกลรุกรานประเทศญี่ปุ่น ดังนั้น ประเทศอยู่ในสภาวะวุ่นวายอย่างยิ่ง ถึงแม้ว่ามีการอธิษฐานเพื่อสันติสุขของประเทศ รัฐบาลคามากุระที่ปกครองโดยโชกุนและเลขาธิการ มอบใจภักดิ์ต่อศาสนาที่ไม่ถูกต้อง อาทิ เน็มบุตสึ (สุขาวดี) และมนตรยาน (ชินงน) อย่างไรก็ตาม วิธีเดียวที่ดีที่สุดเพื่อปกครองประเทศให้สงบคือด้วยการปฏิบัติตาม ธรรมะแท้แห่งสัทธรรมปุณฑริกสูตร-นัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว โดยการละทิ้งคำสอนที่ไม่ถูกต้องเท่านั้น พวกเราสามารถสร้างโลกแห่งความสุขที่สงบสุขอย่างแท้จริงและปราศจากทุพภิกขภัยและโรคระบาด
ดังนั้น พระนิชิเร็น ไดโชนินเขียนบทธรรมนิพนธ์ “ริชโช อันโคกุ รน” (จดหมายชะคุบุขุ) ในวันที่ 16 กรกฎาคม ค.ศ. 1260 (ปีที่ 1 แห่งสมัยบุนโน) และส่งถึงรัฐบาลคามากุระ หลังจากนั้น พระนิชิเร็น ไดโชนินทำชะคุบุขุต่อเนื่องในทุกโอกาสที่เป็นไปได้ หลังจากพระนิชิเร็น ไดโชนินดับขันธ์ พระนิคโค โชนิน พระนิชิโมขุ โชนิน และพระสังฆราชแต่ละองค์ที่สืบต่อกันมาชะคุบุขุคนที่มีอำนาจในรัฐบาลและสำนักจักรพรรดิ จดหมายชะคุบุขุเหล่านี้คือ “จดหมายทัดทาน”

คำปฏิญาณของพวกเราว่าจะทำชะคุบุขุเพื่อตอบแทนหนี้บุญคุณของพวกเรา
กล่าวกันว่าชีวิตพระนิชิเร็นไดโชนินเริ่มต้นและจบลงด้วยบทธรรมนิพนธ์ “ริชโช อันโคกุ รน” เพื่อที่จะช่วยทุกคน พระนิชิเร็น ไดโชนินเสี่ยงชีวิตของท่านเพื่อทำชะคุบุขุ สาระทั่วไปของบทธรรมนิพนธ์ “ริชโช อันโคกุ รน” และ “จดหมายทัดทาน” คือยึดมั่นธรรมะที่ถูกต้องด้วยการละทิ้งการดูหมิ่น แก่นแท้ของชะคุบุขุคือเผยแผ่ศาสนาพุทธของพระนิชิเร็น ไดโชนินและละทิ้งคำสอนที่ไม่ถูกต้อง นี่คือแก่น พิธีนี้ประกอบด้วยการอ่านบทธรรมนิพนธ์ “ริชโช อันโคกุ รน” และ“จดหมายทัดทาน” ซึ่งมีความหมายสำคัญมากที่ว่าพวกเราแต่ละคนที่ไปวัดปฏิญาณว่าจะทำชะคุบุขุโดยยึดจิตใจของพระนิชิเร็น ไดโชนินที่เป็นตัวอย่างให้กับพวกเรา ขอให้พวกเราไปวัดพร้อมกับสมาชิกในครอบครัวของพวกเราและตอบแทนหนี้บุญคุณพระนิชิเร็น ไดโชนินอย่างแน่วแน่
สิ่งที่พวกเราสามารถทำตอนนี้เพื่อโคเซ็น-รุฝุ คือ ชะคุบุขุคนรอบตัวพวกเรา ทีละคน ข้อเท็จจริงที่ว่าพระสงฆ์และฆราวาสทั่วโลกกำลังพยายามทำชะคุบุขุเพื่อบรรลุเป้าหมายของพวกเราภายใต้คำแนะนำของพระนิชิเนียว โชนิน คือ การแสดงการปฏิบัติคำสอนของพระนิชิเร็น ไดโชนินอย่างถูก ต้องและปฏิบัติตามเจตนาของบทธรรมนิพนธ์ “ริชโช อันโคกุ รน” และ “จดหมายทัดทาน” ด้วยการสวดมนต์ทำวาระและสวดไดโมขุ ขอให้พวกเราทำสุดความสามารถเพื่อบรรลุเป้าหมายของพวกเรา

วารสารนิชิเร็น โชชูรายเดือน กุมภาพันธ์ 2015 หน้า 14-15
หนังสือทัดทานของพระนิชิเร็น ไดโชนิน
นับตั้งแต่นั้นอาตมาไม่ได้รับการติดต่อทางจดหมายเลย และความแคลงใจของอาตมาอาจจะไม่สำคัญ บัดนี้เมื่ออาตมา นิชิเร็น หาข้อมูลในพระสูตรต่างๆเพื่อพิจารณา (สาเหตุของ) แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นระหว่างยามจอและกุน (19-23 นาฬิกา) ในวันที่ 23 สิงหาคม ปีที่ 1 แห่งสมัยโชกะ[1257] อาตมาพบว่านี่คือภัยพิบัติที่มหาการุณย์เทพที่ปกป้องประเทศญี่ปุ่นทำให้เกิดโดยการแสดงความโกรธมากต่อความศรัทธา (ของผู้ปกครอง) ต่อนิกายสุขาวดี และนิกายเซน อาตมาจึงเขียนรายงานซึ่งอาตมาทัดทานว่าประเทศนี้จะถูกอีกประเทศหนึ่งทำลายอย่างแน่นอนถ้าไม่กำจัดนิกายเหล่านี้ และยื่นรายงานฉบับนี้ ผ่านท่าน ถึงพระไซเมียวจิที่ล่วงลับไปแล้วเพื่อให้เขาอ่านอย่างถี่ถ้วน ในวันที่ 16 กรกฎาคม ปีที่ 1 แห่งสมัยบุนโอ [1260] นับตั้งแต่นั้นมา เป็นเวลาผ่านไป 9 ปี มีข่าวที่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าปีนี้มีราชสาส์นจากมหาจักรวรรดิมองโกลมาถึง ตามที่พระสูตรกล่าว ประเทศนั้นจะโจมตีประเทศนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อาตมา นิชิเร็น เป็นบุคคลเดียวเท่านั้น (ที่คำอธิษฐานของเขา) สามารถขับไล่คนป่าเถื่อนทางทิศตะวันตกเหล่านี้ออกไป เมื่อทราบเช่นนี้ อาตมาจึงระบุเช่นนั้นในนิพนธ์ของอาตมา
เพื่อผู้ปกครอง เพื่อประเทศ เพื่อเทพ เพื่อพระพุทธะ ท่านจะส่งต่อ (ถึงผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน)เป็นการภายในไหม อาตมาจะอธิบายรายละเอียดเมื่อได้รับโอกาสชี้แจง
ขอแสดงความนับถือ
21 สิงหาคม ปีที่ 5 แห่งสมัยบุนเออิ [1268]
นิชิเร็น
ถึงยะโดยะ ซาเอมน นิวโด

ไซเมียวจิ: ผู้นี้หมายถึงโฮโจ โทคิโยริ ผู้ปกครองประเทศโดยพฤตินัย ณ เวลานั้น
ยะโดยะ ซาเอมน: นี่คือผู้ติดตามที่โฮโจ โทคิโยริไว้วางใจที่สุด

หนังสือทัดทานของพระนิคโค โชนิน
อาตมานิคโค ลูกศิษย์ของพระนิชิเร็น ไดโชนิน ตามที่หนังสือฉบับนี้ได้กล่าวมาแล้ว ถ้าท่านรีบละทิ้งคำสอนชั่วคราวและคำสอนภาคทฤษฎีและนับถือธรรมะแท้แห่งคำสอนที่แท้จริง (ฮนมน) ของสัทธรรมปุณฑริกสูตร โลกจะสงบและประเทศจะปลอดภัย อาตมาได้แนบจดหมาย เป็นต้นของอาจารย์มาดังต่อไปนี้:
ริชโช อันโคกุ รน (รายงานซึ่งเขียนในปีที่ 1 แห่งสมัยบุนโอ) 1 ม้วน
จดหมายแห่งปีที่ 5 แห่งสมัยบุนเออิ
จดหมายแห่งปีที่ 8 สมัยเดียวกัน
เอกสารโดยการเขียน เป็นต้น
สิ่งที่กล่าวไว้ข้างต้นเคยกล่าวมาแล้วโดยละเอียดในหลายโอกาส บัดนี้ การละทิ้งและเผยแผ่ธรรมะที่แท้คือศิลปะลับเพื่อนำสันติสุขมาสู่ประเทศ ดังตัวอย่างที่เหมาะสมในสมัยที่จักรพรรดิที่สูงส่งปกครองประเทศในประเทศจีนภายใต้การปกครองของจักรพรรดิสุย มหาธรรมาจารย์เทียนไท้เอาชนะความเชื่อนอกรีตของอาจารย์ 10 รูปและระงับความไม่สงบในประเทศ ในประเทศญี่ปุ่นภายใต้การปกครองของจักรพรรดิคัมมุ มหาธรรมาจารย์เด็งเงียวหยุดการดูหมิ่นของ 6 นิกายและขับไล่โจรต่างชาติ
พูดโดยสรุป ละทิ้งความชั่วและยึดมั่นความดี ไม่ว่าภายใน (ศาสนาพุทธ) หรือภายนอก คือคำสอนศักดิ์สิทธิ์ของตถาคตและกฎของวิธีการปกครองที่ดีของผู้ปกครองที่ฉลาด
เมื่อเร็วๆนี้ ภัยพิบัติบนท้องฟ้าและความเสื่อมและความไม่สงบในประเทศรุนแรงมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ดังนั้น จำเป็นต้องมีคนมายืนยันว่าศาสนาพุทธซึ่ง (ผู้ปกครอง) นับถือในสมัยนี้เป็นศาสนาพุทธที่ไม่มีประโยชน์ต่อโลกหรือผู้คนไหม?
พูดโดยสรุป สัทธรรมปุณฑริกสูตรโดยมหาธรรมาจารย์เด็งเงียวในสมัยรูปธรรมเป็นคำสอนภาคทฤษฎี สัทธรรมปุณฑริกสูตรซึ่งพระนิชิเร็น ไดโชนินเผยแผ่ในสมัยปัจฉิมธรรมเป็นคำสอนที่แท้จริง กล่าวอีกนัยหนึ่ง นี่คือลำดับ (ของการเผยแผ่) ซึ่งพระศากยมุนีมอบหมาย การตีความของมหาธรรมาจารย์ (เด็งเงียว) พิสูจน์เรื่องนี้อย่างชัดเจน
เพื่อศาสนาพุทธและเพื่อกฎหมายของผู้ปกครอง ท่านควรจะสอบถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ทันทีและรีบแสดงความเห็น ในที่สุด เนื่องจากพวกเราเข้าสู่สมัยปัจฉิมธรรมแล้ว,ตราบใดที่ยังไม่มีการนับถือคำสอนที่แท้จริง (ฮนมน) ของสัทธรรมปุณฑริกสูตร ภัยพิบัติและความหายนะซึ่งสร้างความทุกข์ทรมานแก่ประเทศจะเพิ่มขึ้นวันแล้ววันเล่าและความขัดแย้งภายในและภายนอกจะเกิดมากขึ้นไม่มีที่สิ้นสุดเมื่อเวลาผ่านไป ในริชโช อันโคกุ รนและเอกสารอื่น ซึ่งอาจารย์เขียน ได้พิจารณาเรื่องเหล่านี้อย่างละเอียด ซึ่งอาตมาก็เห็นด้วยทุกประการ ดังนั้น ถ้าท่านรีบละทิ้งคำสอนชั่วคราวและคำสอนภาคทฤษฎีและนับถือธรรมะแท้แห่งคำสอนแท้จริง (ฮนมน) ของสัทธรรมปุณฑริกสูตร โลกจะสงบและประเทศจะปลอดภัย เพื่อเรื่องนี้ เพื่อโลก และเพื่อธรรมะ อาตมาจึงเขียนหนังสือฉบับนี้
มีนาคม ปีที่ 2 แห่งสมัยเก็นโตขุ[1330]
นิคโค