ประสบการณ์คุณกาญจนา อ่วมศิริ

ดิฉันชื่อ นางกาญจนา อ่วมศิริ ชื่อเล่น หมู ดิฉันขอเริ่มเล่าประสบการณ์ในการปฏิบัติศรัทธาศาสนาพุทธนิกายนิชิเร็น โชชิว ว่า ดิฉันได้มีโอกาสเริ่มเข้ามานับถือศาสนาพุทธนี้ ตั้งแต่อายุ 18 ปี ซึ่งก่อนหน้าที่ดิฉันยังไม่ได้รู้จัก “นัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว” นั้น ดิฉันใช้ชีวิตไปตามเวรตามกรรม วันๆ ไม่ได้ทำอะไร เอาแต่นอน ถึงจะออกไปหางานทำก็ไม่มีใครรับเข้าทำงาน เหมือนคนตาบอด จนกระทั่งวันหนึ่งคุณป้าและคุณลุงของดิฉัน (คุณมาลี) และ (คุณอินทนิล) ไปเยี่ยมคุณย่าที่บ้าน ไปแนะนำให้คุณย่าสวดมนต์ หลังจากนั้น คุณป้าก็ได้แนะนำให้ดิฉันสวดมนต์ด้วย ซึ่งดิฉันตัดสินใจเริ่มสวดมนต์ ประมาณ 1 อาทิตย์ต่อมา ดิฉันได้ไปสมัครงานเพื่อหางานทำ และก็ได้งานทำเลย นี่เป็นครั้งแรกที่ดิฉันได้รับกุศลผลบุญจากการโกฮนซน

ต่อมาดิฉันมีสามี และลูกชายอีก 3 คน สามีของดิฉันเป็นคนไม่มีความรับผิดชอบ เขาเอาแต่เล่นการพนัน ดิฉันต้องไปตามให้เขากลับมาอยู่บ่อยครั้ง เพื่อให้เขามีความรับผิดชอบต่อครอบครัว ตามไปบ่นต่อว่า เขาก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ซึ่งตอนนั้น ดิฉันไม่มีความเข้าใจในหลักธรรมะ ยังไม่เข้าใจถึงการยอมรับชะตากรรม จนวันหนึ่ง ป้ามาลีและเพื่อนสมาชิกได้มาเยี่ยมและให้คำชี้นำแก่ดิฉัน บอกให้ดิฉันสวดมนต์ไดโมขุให้มากยิ่งขึ้น และอย่ามีการต่อว่า อย่าโทษสิ่งแวดล้อม ต้องยอมรับต่อชะตากรรมที่เกิดขึ้นว่าเป็นสิ่งที่เราเคยสร้างเหตุเอาไว้ ถึงต้องมารับกับชะตากรรมนี้ ดิฉันเชื่อคำแนะนำของป้าและเพื่อนสมาชิก โดยตั้งใจปฏิบัติตามคำชี้นำ และสวดมนต์ด้วยความตั้งใจมากยิ่งชึ้น หลังจากนั้นไม่นาน สามีของดิฉันเขากลับมามีความรับผิดชอบต่อครอบครัวดีขึ้น ดิฉันจึงได้รู้ว่านี่คือกุศลผลบุญที่ดิฉันได้รับจากการปฏิบัติตามหลักธรรม โดยมีความเข้าใจยอมรับต่อชะตากรรมและไม่มีการต่อว่าดังเช่นแต่ก่อน

ในช่วงหนึ่ง ดิฉันทำงานอยู่ในหมู่บ้าน มัณฑนา เป็นโครงการแลนด์แอนเฮาส์ ซึ่งขณะนั้น โครงการใกล้จะขายหมด ทำให้ดิฉันต้องหางานใหม่ทำ โดยที่ก่อนหมู่บ้านโครงการดังกล่าวจะขายหมดนั้น ดิฉันก็ได้งานใหม่ คือเป็นแม่บ้านประจำอยู่ในที่ทำการไปรษณีย์ สาขาพุตตาล ซึ่งอยู่ใกล้กับบ้านของดิฉัน และที่ทำการไปรษณีย์ดังกล่าวปิดทำการเร็ว ทำให้ดิฉันมีโอกาสรับงานเสริมหลังเลิกงาน โดยเป็นแม่บ้านดูแลงานบ้านภายในหมู่บ้านได้อีก ทำให้ดิฉันมีรายได้เพิ่มมากขึ้น ระหว่างนั้น ดิฉันมีความตั้งใจอยากที่จะเดินทางไปโทซัน ไปสวดมนต์ต่อหน้าได-โงะฮนซน ซึ่งมีชีวิตของพระนิชิเร็น ไดโชนิน และเพื่อขอบคุณที่ดิฉันได้รับกุศลผลบุญมากมายและทำให้ดิฉันมีความเข้าใจในหลักธรรมมากยิ่งขึ้น จากความตั้งใจที่ดิฉันพยายามเก็บเงินจากรายได้ที่มีไม่มากนัก สะสมเก็บเพื่อเป้าหมายดังกล่าว ต่อมาในปี 2009 ดิฉันก็มีโอกาสเดินทางไปโทซันได้จริงๆ ซึ่งไม่น่าเชื่อจะสามารถได้รับอนุมัติวีซ่าจากสถานฑูตญี่ปุ่น เนื่องจากดิฉันมีอาชีพแม่บ้านและมีเงินสะสมในบัญชีไม่มากนัก ถือเป็นความเมตตาของพระพุทธะและจากความศรัทธาและตั้งใจเพียรพยายามเก็บเงินเท่าที่จะสามารถทำได้อย่างต่อเนื่องของดิฉัน ทำให้ดิฉันได้รับกุศลผลบุญอันยิ่งใหญ่นี้

และในปี 2015 ดิฉันก็มีโอกาสได้เดินทางไปโทซันอีกเป็นครั้งที่ 2 ในครั้งนี้ดิฉันมีความดีใจมากที่พี่สาวของดิฉันร่วมเดินทางไปโทซันครั้งนี้ด้วยกัน และดิฉันตั้งใจอธิษฐานว่า ขอให้การสวดมนต์ของดิฉันเกิดการเปลี่ยนแปลงชีวิตที่ดีชึ้น เพื่อเป็นข้อพิสูจน์ให้แก่ญาติ พี่น้องของดิฉันได้เห็น และอยากที่จะเข้ามาสวดมนต์ นัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียวเช่นเดียวกับดิฉัน และการไปโทซันครั้งที่ 2นี้ ดิฉันได้อธิษฐานขอให้ดิฉันมีบุญวาสนาได้เดินทางไปขอบคุณไดโกฮนซนที่มีชีวิตของพระพุทธะอยู่ที่นั่นได้อีกครั้งที่ทำให้ดิฉันมีโอกาสได้เปลี่ยนแปลงชะตากรรม และเป็นความโชคดีที่ตลอดเวลาป้ามาลีและเพื่อนสมาชิกเดินทางไปเยี่ยมเยือนสมาชิกที่ดูแลอยู่ ทำให้ดิฉันมีโอกาสได้สร้างเหตุที่ดี ร่วมเดินทางไปเยื่ยมเยือนสมาชิกเป็นการทำงานพระ และทำให้ดิฉันมีความเข้าใจในหลักธรรมมากยิ่งขึ้น และได้บำเพ็ญตนเองได้มากยิ่งขื้น ยอมรับชะตากรรมได้มากขึ้น

แต่อย่างไรก็ตาม ดิฉันมีความเสียใจที่ยังไม่สามารถแนะนำคนอื่นๆ ให้สามารถเข้ามารับนับถือและสวด นัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว ได้ ต่อจากนี้ไปดิฉันจะพยายามแนะนำคนอื่นให้หันมานับถือหลักธรรมที่แท้จริงนี้ให้ได้ ตั้งแต่ที่ดิฉันรับนับถือสวดมนต์ตั้งแต่อายุ 18 อย่างต่อเนื่องมาถึงปัจจุบันนี้ ดิฉันยังไม่เคยตกงานเลย และดิฉันยังได้เจอกับสิ่งแวดล้อมที่ดี ทั้งเจ้านายที่ทำงานด้วยและเพื่อนร่วมงานดีต่อดิฉันมากและ เอ็นดูรักใคร่กับดิฉันทุกคนเลย สุดท้ายนี้ ดิฉันต้องขอขอบคุณที่ให้ดิฉันมีโอกาสได้เล่าประสบการณ์ในครั้งนี้ เพื่อเป็นการตอบแทนหนี้บุญคุณของพระพุทธะ

สมาชิกเขตเชียงใหม่
นางกาญจนา อ่วมศิริ