ประสบการณ์คุณวันดี เกียรติไพบูลย์

ฤดูหนาวจะต้องเปลี่ยนเป็นฤดูใบไม้ผลิอย่างแน่นอน




ดิฉันชื่อวันดี เกียรติไพบูลย์ เป็นสมาชิกเขตราชา ได้เข้ามาปฎิบัติศรัทธานิกายนิชิเร็นโชชูโดยการชะคุขุของคุณแม่สามี เมื่อดิฉันได้แต่งงานเข้ามาอยู่ในบ้านของสามีในปี พ.ศ. 2536 หรือประมาณ 25 ปีก่อน ดิฉันมีความรู้สึกแปลกใจเมื่อพบว่าในบ้านของสามีมีโกฮนซนประดิษฐานอยู่ ซึ่งโดยปกติครอบครัวดิฉันเป็นคนจีนก็จะคุ้นเคยกับการมีเจ้าที่หรือตี่จู้เอี๊ยอยู่ภายในบ้าน แต่ในบ้านของสามีนั้นไม่มี มีแต่เพียงโกฮนซน คุณแม่สามีบอกว่าหากเรามีความทุกข์ ให้สวดมนต์ต่อโกฮนซนและปัญหาของเราก็จะได้รับการแก้ไขได้ในที่สุด

ในช่วงแรกๆที่เข้ามาปฎิบัติดิฉันไม่ได้เข้มแข็งอะไรกับการสวดมนต์นี้เท่าไรนัก เนื่องจากยังไม่เข้าใจในหลักธรรม ไม่ได้ศึกษาธรรม จึงทำให้ปฎิบัติไม่ถูกต้อง ดิฉันไม่ค่อยสวดมนต์และไม่ได้ไปร่วมกิจกรรมต่างๆ ทั้งยังมีปากเสียงกับลูกชายที่พยายามชะคุบุขุให้ดิฉันมาปฎิบัติและคัดค้านอย่างหนักแน่นเมื่อดิฉันไปไหว้เจ้าและทำบุญโลงศพอยู่ตลอดเวลาซึ่งดิฉันมักจะไปเป็นประจำทุกอาทิตย์ เมื่อไปถึงสถานที่ไหว้เจ้าลูกชายของดิฉันจะนั่งรออยู่บนรถไม่ยอมลงไปด้วยเด็ดขาด แม้ดิฉันจะเรียกและชักชวน จนบางครั้งดิฉันอารมณ์เสีย นอกจากนี้ดิฉันต้องพบชะตากรรมมีปัญหาครอบครัวและปัญหาสุขภาพของตัวเองโดยดิฉันมีอาการชาที่ช่วงมือจนถึงช่วงไหล่มาจากปัญหาทางเส้นประสาท ต้องรักษาด้วยการทานยาและกายภาพบำบัด ดิฉันใช้เวลาการรักษาตัวเกือบหนึ่งปีต้องทานยาเป็นกำมือจนลูกชายทักว่าทานเยอะขนาดนี้เลยหรือ ช่วงที่ป่วยลูกชายได้ชักชวนให้ดิฉันได้เริ่มกลับมาสวดมนต์และปฎิบัตอย่างเข้มแข็ง และไม่ได้ไปไหว้เจ้าและทำบุญโรงศพในสถานที่นั้นอีกเลยนับแต่นั้นมา ดิฉันได้เรียนรู้ว่าการศรัทธาต่อโกฮนซนเพียงอย่างเดียวเป็นหนทางที่ดิฉันจะสามารถเปลี่ยนแปลงชะตากรรมชีวิตของตนเองได้และได้รับกุศลผลบุญจากการปฎิบัตินี้

ดิฉันสวดมนต์เช้าเย็นทุกวัน สวดไดโมขุวันละหลายชั่วโมง บางครั้งดิฉันสวดไดโมขุวันละ 5 ชั่วโมง เข้าร่วมการประชุมศึกษาธรรมสัปดาห์ละ 4 วัน ทำให้มีความเข้าใจในหลักธรรม และรู้ถึงข้อบกพร่องของตัวเองที่เป็นคนอารมณ์ร้อนและมีความโลภ ทำให้ดิฉันสามารถปรับปรุงนิสัยที่ไม่ดีของตนเองได้ ดิฉันได้รับการปกป้องจากโกฮนซนหลายครั้งที่คลาดจากอุบัติเหตุรถยนต์ ดิฉันเคยขับรถที่ยางแตกจนล้อหลุดแต่มาหลุดตอนดิฉันอยู่ที่ปั๊มน้ำมันพอดี ทำให้สามารถเปลี่ยนล้อได้ทันทีอย่างปลอดภัย ครอบครัวของดิฉันดีขึ้น สามีกลายเป็นคนมีความรับผิดชอบต่อครอบครัวและทำให้ครอบครัวมีความสุขไม่มีการทะเลาะเบาะแว้งที่รุนแรงอีกเลย ด้านสุขภาพ ดิฉันรักษากินยาและทำกายภาพบำบัดจนหมอไม่สามารถรักษาได้แล้ว หมอบอกดิฉันว่าดิฉันจะต้องเข้ารับการฝังเข็มเนื่องจากการกายภาพไม่ได้ผล แต่ดิฉันไม่ต้องการฝังเข็มจึงหยุดไปหาหมอ ดิฉันตัดสินใจหยุดกินยาและสวดมนต์ปฎิบัติเหมือนเดิม ดิฉันนั่งพื้นสวดมนต์ที่บ้านทุกวันแม้ว่าหมอจะสั่งห้ามนั่งพื้นโดยเด็ดขาด สุดท้ายอาการป่วยของดิฉันก็หายไปเองโดยที่ไม่ได้ทานยาและหาหมออีกเลย

ตัวดิฉันเองไม่เคยคิดเรื่องการเดินทางไปโทซัน หรือการไปแสวงบุญที่วัดใหญ่ไทเซขิจิเลยแม้จะปฎิบัติมาถึง 20 ปี แต่เมื่อได้ศึกษาธรรมมากขึ้นจึงเข้าใจว่าการไปโทซันเป็นเรื่องที่สำคัญ ลูกชายของดิฉันได้ชวนให้เดินทางไปโทซัน ดิฉันจึงได้เดินทางไปโทซันศึกษาธรรมภาคฤดูร้อนในเดือนสิงหาคม ปีพ.ศ. 2557 ร่วมกับสมาชิก เมื่อดิฉันได้ไปที่วัดใหญ่ดิฉันมีความสุขมากที่ได้เข้าร่วมพิธีโกไคหิและพิธีอุชิโตระกนเกียว เมื่อได้พบไดโกฮนซนดิฉันรู้สึกซาบซึ้งจนน้ำตาไหล รู้สึกว่าเราได้มาถึงวัดใหญ่แล้วเมื่อมาพบไดโกฮนซน ดิฉันรู้สึกไม่อยากกลับจากวัดใหญ่เลย ความรู้สึกที่อยู่ที่วัดใหญ่นั้นดีมากจนอธิบายไม่ได้ เป็นดินแดนแห่งพระพุทธะและความสงบสุข ดิฉันอธิษฐานต่อไดโกฮนซนว่าขอให้ดิฉันได้เดินทางมาวัดใหญ่ทุกปี

หลังจากนั้นคำอธิษฐานของดิฉันก็เป็นความจริง ดิฉันได้เดินทางไปวัดใหญ่อีกครั้งเพื่อร่วมพิธีโกไทเอะ หรือพิธีวันดับขันธ์พระนิชิเร็นไดโชนิน ในเดือนพฤศจิกายน ปี พ.ศ. 2558 เป็นการไปโทซันที่ประทับใจมากที่สุดครั้งหนึ่งของดิฉัน ดิฉันได้เดินทางไปสวดมนต์ที่วัดเมียวโคจิ และวัดโฮวโจจิในโตเกียว ได้เข้าพิธีโกไคหิที่วัดใหญ่ 3 ครั้ง พิธีอุชิโตระกนเกียว 4 ครั้ง และร่วมพิธีโกไทเอะในวิหารมิเอโดะที่วัดใหญ่ นอกจากนี้เนื่องจากดิฉันได้อยู่ที่วัดใหญ่ต่อหลังจากพิธีเสร็จสิ้นแล้วอีกสองคืนทำให้มีโอกาสได้เข้าร่วมพิธีโอะเอะชิคิ หรือ พิธีวันดับขันธ์ของพระนิชิเร็นไดโชนินที่วัดเมียวเร็นจิ ซึ่งเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดวัดหนึ่งในนิกายนิชิเร็นโชชู นับว่าโชคดีมากเพราะถือว่าดิฉันได้เข้าร่วมพิธีนี้สองครั้งคือที่วัดใหญ่และวัดเมียวเร็นจิ ที่วัดเมียวเร็นจิพระสงฆ์ได้เชิญโกฮนซนโบราณตั้งแต่ 700 ปีก่อนมาผึ่งเพื่อตากอากาศราว 30 องค์ทั่วห้องวิหารแล้วให้พวกเราทุกคนสวดไดโมขุตามจังหวะกลองในขณะที่เดินชมโกฮนซนและสมบัติล้ำค่าของวัดทีละองค์ ซึ่งพระคุณเจ้าอิวาคิริบอกกับพวกดิฉันว่า เป็นเรื่องที่โชคดีมากที่พวกเราได้เข้าร่วมพิธีนี้ในวัดเมียวเร็นจิ เพราะมีคนเพียงไม่กี่คนที่จะได้เข้าร่วมพิธีนี้ นอกจากนี้ในระหว่างที่เราอยู่ที่วัดใหญ่เพิ่มสองวันพวกดิฉันได้ชะคุบุขุคนไทยสามคนที่อยู่ในประเทศญี่ปุ่น จนสุดท้ายทั้งสามคนได้เข้าพิธีรับศีลที่วัดใหญ่ได้ในท้ายที่สุด โดยพระสงฆ์เจ้าอาวาสได้มอบของที่ระลึกให้กับพวกเราที่ช่วยเหลือการชะคุบุขุในวันนั้น หลังออกจากวัดใหญ่พวกเราได้ไปวัดชิโมโนโบะ ซึ่งเป็นวัดที่มีเถาวัลย์พันอยู่รอบบริเวณวัด ซึ่งเป็นเถาวัลย์ที่ใช้พันตู้ประดิษฐานไดโกฮนซนมาจากเขามิโนบุ ซึ่งเมื่อมาถึงที่นี่แล้วเถาวัลย์ที่ควรจะตายแล้วกลับสามารถเติบโตได้อีกครั้งจนพันคดไปทั่วบริเวณวัด เป็นโทซันที่ดิฉันรู้สึกคุ้มค่ามากที่ได้มา ในครั้งนี้ดิฉันได้อธิษฐานต่อไดโกฮนซนขอให้ได้มาวัดใหญ่ปีละหลายๆครั้งจากปีก่อนที่อธิษฐานขอให้ได้มาเพียงปีละครั้งเดียวเท่านั้น

แล้วก็เป็นตามคำอธิษฐานดิฉันได้เดินทางไปโทซันอีกครั้งหนึ่งในอีก 9 เดือนต่อมาคือ โทซันศึกษาธรรมภาคฤดูร้อนในปี พ.ศ. 2559 พร้อมกับคนไทยเกือบสี่ร้อยคน นอกจากนี้ในครั้งนี้ลูกชายยังได้ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงดูแลสมาชิกคนไทยอีกด้วย ดิฉันได้เดินทางไปยังสำนักงานของนิกายนิชิเร็นโชชูในฮ่องกงในขากลับและได้รับการต้อนรับที่ดีรวมถึงได้รับของที่ระลึกจากพระคุณเจ้ามิยาซาวะ เจ้าอาวาสสำนักงานในฮ่องกงอีกด้วย นอกจากนี้พวกเรายังได้มีการพูดคุยเล่าประสบการณ์ รวมถึงพูดคุยเกี่ยวกับกิจกรรมการเผยแผ่ธรรมเป็นการแลกเปลี่ยนกับสมาชิกชาวฮ่องกงอีกด้วย

6 เดือนต่อมา ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี พ.ศ. 2560 ดิฉันและลูกชายได้เดินทางไปโทซันเพื่อร่วมพิธีโคชิเอะ หรือวันดับขันธ์ของพระสังฆราชองค์ที่ 2 พระนิกโคโชนินที่วัดใหญ่ เป็นการเดินทางไปโทซันครั้งแรกที่ไปเพียงสองคนคือดิฉันและลูกชาย และเราต้องเดินทางไปวัดใหญ่ด้วยรถประจำทาง เป็นการเดินทางที่ลำบาก ต้องลากกระเป๋าใบใหญ่ไปตามที่ต่างๆ รวมถึงอากาศหนาวมากเพราะเป็นฤดูหนาวลมแรงมากอีกด้วย พวกเราทั้งหลงทาง หาที่ซื้อตั๋วรถโดยสารไม่เจอ นอกจากนี้ดิฉันยังลืมกระเป๋าสะพายไว้ที่เก้าอี้นั่งในสนามบินอีกด้วย เมื่อดิฉันมาถึงเครื่องซื้อบัตรรถไฟฟ้าใต้ดินจึงพบว่าไม่มีกระเป๋า ซึ่งเงิน พาสปอร์ต และทุกอย่างรวมถึงโทรศัพท์อยู่ในกระเป๋าสะพายของดิฉันทั้งหมด ดิฉันรีบวิ่งกลับไปหากระเป๋า น่ามหัศจรรย์มากที่กระเป๋ายังคงอยู่ที่เดิมที่ดิฉันวางไว้ ทั้งๆที่มีคนเดินไปเดินมามากมาย และยังมีคนนั่งอยู่ข้างๆกระเป๋าดิฉันอีกด้วย นับเป็นกุศลผลบุญของโกฮนซนที่ได้ปกป้องพวกเราไว้ในครั้งนี้ เมื่อมาถึงวัดใหญ่ ที่วัดเงียบมากมีเพียงดิฉันกับลูกชายและสมาชิกต่างประเทศอีกไม่กี่คนจากประเทศสเปน และอินโดนีเซีย รวมกันทั้งหมด 6 คนเท่านั้นในที่พัก วันต่อมาจึงมีสมาชิกไต้หวันอีกหนึ่งร้อยคนมาอยู่ร่วมกันกับเรา ทำให้ที่พักมีความคึกคักขึ้นมาก แม้อากาศจะหนาวและหมอกลงหนามากในตอนกลางคืนจนมองทางแทบไม่เห็น ดิฉันกับลูกชายก็ตัดสินใจเดินเท้าจากสุดขอบวัดใหญ่ไปร่วมพิธีอุชิโตระกนเกียวตอนตีสองทุกคืนโดยไม่ขาด ซึ่งในบางคืนสมาชิกชาวไต้หวันร้อยคนไม่ได้เข้าร่วมพิธีอุชิโตระเพราะหมอกลงหนา แต่ดิฉันกับลูกชายก็เดินกันเพียงสองคนใช้ไฟฉายฝ่าหมอกและความมืดเพื่อไปร่วมอุชิโตระกนเกียวให้ได้ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่หนาวที่สุดของปี แม้เราจะใส่เสื้อกันหนาวพวกเราก็หนาวสั่นอยู่ดี เมื่อไปถึงหน้าวิหารเคียะคุเด็น ก็ต้องยืนรอท่ามกลางความหนาวจนกว่าจะถึงเวลา 02.00 น. ที่พระสงฆ์จะมาเปิดประตูให้เข้าได้ พวกเราก็ต้องยืนรอท่ามกลางความหนาวอยู่แบบนั้น ดิฉันได้เข้าพิธีโกไคหิสามครั้ง และได้นั่งหน้าตลอดซึ่งเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นไดโกฮนซนอย่างใกล้ชิด ดิฉันประทับใจกับการโทซันในครั้งนี้มาก รวมถึงเราได้สวดโคเซ็นรุฝุโชไดกับพระสังฆราช และเข้าร่วมพิธีรำลึกถึงพระนิกโคโชนินสองครั้งที่วัดใหญ่ เมื่อออกจากวัดใหญ่ดิฉันได้สวดมนต์ที่วัดไดกันจิระหว่างที่ดิฉันพักอยู่ที่โรงแรมในชินจุกุ โตเกียว เป็นเวลาสองวัน พระคุณเจ้าได้ให้การต้อนรับกับเราดีมาก นี่เป็นโทซันอีกครั้งหนึ่งที่ดิฉันประทับใจไม่ลืม

หลังจากนั้น 6 เดือน คือ เดือนสิงหาคม ปี พ.ศ. 2560 ดิฉันก็ได้เดินทางไปโทซันศึกษาธรรมภาคฤดูร้อนเป็นครั้งที่สาม ครั้งนี้มีคนไทยไปเกือบ 500 คน และสมาชิกในครอบครัวของดิฉันไปร่วมกัน 17 คน ครั้งนี้เมื่อไปถึงวัดใหญ่ดิฉันมีอาการไม่สบาย ตัวร้อนเป็นไข้ตั้งแต่เมื่อไปถึง ในวันต่อมาอาการกลับรุนแรงขึ้น ดิฉันเวียนหัวและไข้ไม่ลง ดิฉันทานยาพาราตลอดจนหมดแผง จนต้องไปขอยาสมาชิกท่านอื่นมาเพิ่ม แม้จะป่วยแต่ดิฉันก็ตั้งใจที่จะเดินไปร่วมพิธีต่างๆให้ครบ ซึ่งดิฉันตอนแรกคิดว่าตนเองจะเดินไปร่วมพิธีโกไคหิไม่ได้ แต่ดิฉันก็มุ่งมั่นว่าเราจะต้องไปเข้าร่วมพิธีให้ได้แม้เราจะป่วยก็ตาม อาการของดิฉันก็ดีขึ้นเป็นลำดับหลังจากพิธีโกไคหิ วันต่อมามีไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ระบาดในกลุ่มสมาชิกคนไทย ดิฉันก็กลัวมากว่าตนเองจะเป็นไข้หวัดใหญ่หรือเปล่าเพราะมีอาการป่วย แต่โชคดีที่ว่าดิฉันอาการดีขึ้นแล้ว ไม่ได้เวียนหัวหรือมีไข้แบบตอนแรกอีก ดิฉันดีขึ้นมากจนสามารถมาดูแลลูกชายที่ป่วยเป็นไข้หวัดในขากลับได้ ดิฉันรู้สึกเสียดายมากที่พวกเราไม่ได้เข้าร่วมพิธีอุชิโตระกนเกียวกับพระสังฆราชในวันสุดท้ายเนื่องจากมีเหตุการณ์ไข้หวัดระบาด แต่ก็เป็นสิ่งที่ดีเพื่อป้องกันไม่ให้ไข้หวัดระบาดไปยังสมาชิกประเทศอื่นๆ

จากคนที่ไม่เคยคิดว่าจะได้มีโอกาสเดินทางไปสักการไดโกฮนซนที่วัดใหญ่เลยด้วยปัญหาทางเศรษฐกิจและอื่นๆ ดิฉันกลับได้มีโอกาสเดินทางไปโทซันถึง 5 ครั้งภายในสามปี และในปัจจุบันสามารถไปโทซันกับลูกชายได้ปีละ 2 คร้ัง การไปโทซันเป็นการปฎิบัติศรัทธาที่สำคัญที่จะเพิ่มพูนความเข้มแข็งในการปฎิบัติของเราและเป็นการตอบแทนหนี้บุญคุณต่อไดโกฮนซนที่สำคัญ ในวันนี้หากลองมองย้อนกลับไป ชีวิตของดิฉันได้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ จากคนที่มีแต่ความทุกข์ กลายเป็นคนที่มีแต่ความสุข โกฮนซนได้มอบครอบครัวให้กับดิฉัน และให้ดิฉันมีโอกาสได้เข้าร่วมกิจกรรมสวดมนต์ศึกษาธรรมได้หลายวันต่อสัปดาห์ รวมถึงได้เข้าร่วมการโทซันอย่างสม่ำเสมอ เมื่อมองดูชีวิตของดิฉันในตอนนี้ดิฉันรำลึกถึงบทธรรมนิพนธ์ของพระนิชิเร็นไดโชนินซึ่งสะท้อนอยู่ในใจของดิฉันตลอดเวลาว่า “ฤดูหนาวจะต้องเปลี่ยนเป็นฤดูใบไม้ผลิอย่างแน่นอน” ชีวิตของดิฉันที่ทุกข์ทนอยู่ในฤดูหนาวได้เปลี่ยนเป็นฤดูใบไม้ผลิอันอบอุ่น และดิฉันกำลังจะเดินทางไปโทซันอีกครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ ปี พ.ศ. 2561 เพื่อตอบแทนหนี้บุญคุณที่ไดโกฮนซนได้มอบให้กับดิฉัน ขอขอบคุณค่ะ