บทธรรมนิพนธ์ “จดหมายตอบเคียวโอ” ตอน 2

โอโกะ – มีนาคม 2016
วัดไคเมียว-อิน ประเทศสิงคโปร์
พระคุณเจ้าโชสึ โนมูระ

วันนี้ อาตมาอยากจะบรรยายว่าด้วยบทธรรมนิพนธ์ “จดหมายตอบเคียวโอ” ต่อ นี่คือคำบรรยายครั้งที่ 2 ของบทธรรมนิพนธ์ฉบับนี้และอาตมาอยากจะเริ่มตั้งแต่ข้อความดังต่อไปนี้:
“เนื่องจากเรื่องเกี่ยวกับเคียวโอ โกเซ็น อาตมาจึงอธิษฐานต่อสุริยเทพและจันทรเทพเพื่อเขาตลอดวันและคืน โปรดเก็บและรักษาโอมาโมริ โกฮนซนที่อาตมาได้มอบให้ท่านในวันก่อนไว้กับตัวเสมอ ในสมัยสุทธิธรรมและรูปธรรมไม่มีใครรู้เกี่ยวกับโกฮนซนนี้ ยิ่งกว่านั้น การจารึกโกฮนซนนี้ขาดช่วง”
ณ ตอนต้นของข้อความนี้ บทธรรมนิพนธ์ดั้งเดิมกล่าว “เนื่องจากเรื่องเกี่ยวกับเคียวโอ โกเซ็น” “เรื่อง” หมายถึงอะไร? “เรื่อง” นี้สำคัญเพื่อที่จะเข้าใจเจตจำนงของพระนิชิเร็น ไดโชนินและ “เรื่อง”นี้หมายถึงเนื้อหาในจดหมายจากชิโจ คิงโงะและภรรยาของเขา
ชิโจ คิงโงะส่งผู้ส่งข่าวไปเกาะซาโดะและพระนิชิเร็น ไดโชนินรับเงินทำบุญตามที่สามารถเห็นจากข้อความก่อนหน้านี้ “ผู้ส่งข่าว ที่ท่านกรุณาส่งมา ก็มาถึง” ผู้ส่งข่าวคนนี้นำข่าวหรือจดหมายจากชิโจคิงโงะและภรรยาของเขามาให้พระนิชิเร็นไดโชนินด้วย ตามที่ท่านทราบ พระนิชิเร็นไดโชนินตั้ง ชื่อบทธรรมนิพนธ์ฉบับนี้ว่า “จดหมายตอบเคียวโอ” ไม่ใช่ “จดหมายถึงเคียวโอ” เนื่องจากพระนิชิเร็น ไดโชนินรับจดหมายจากคู่สามีภรรยา ต่อมา ท่านเขียนจดหมายฉบับนี้เป็นคำตอบ ถ้าส่วนนี้คือ “เนื่อง จากเนื้อหาในจดหมายของท่านเกี่ยวกับเคียวโอ โกเซ็น” เมื่อนั้น พวกเราสามารถเข้าใจเจตจำนงของพระนิชิเร็น ไดโชนินอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น
ชิโจ คิงโงะเป็นซามูไร ดังนั้น งานของเขาทำให้เขาต้องห่างเหินจากครอบครัวทั้งวัน ดังนั้น ตลอดวันภรรยาของเขา (นิชิเง็น-เนียว) ซึ่งต้องดูแลเคียวโอ โกเซ็น ที่ในตอนนั้นเป็นทารกชายอายุ 1 ขวบที่ทรมานด้วยความเจ็บป่วยสาหัส และทารกหญิงอายุ 2 ขวบ (สึคิมาโร โกเซ็น) ในเวลาเดียวกัน บางที ณ เวลานั้น นิชิเง็น-เนียว นอนไม่พอเนื่องจากปัญหามากมายซึ่งนางต้องเอาชนะ
จดหมายฉบับนี้กล่าวถึงความพยายามของนิชิเง็น-เนียว ซึ่งเป็นแม่และภรรยาทั้งๆที่หัวข้อสำคัญเกี่ยวกับความเจ็บป่วยรุนแรงของลูกชายของนาง (เคียวโอ โกเซ็น) ในตอนจบของจดหมายฉบับนี้ พระนิชิเร็น ไดโชนินมอบคำแนะนำแก่นางว่านาง (นิชิเง็น-เนียว) ต้องสนับสนุนสามีของนาง (ชิโจ คิงโงะ) และบรรลุพุทธภาวะโดยการเชื่อในสัทธรรมปุณฑริกสูตร
“อาตมาจึงอธิษฐานต่อสุริยเทพและจันทรเทพเพื่อเขาตลอดวันและคืน”
ณ ที่นี้ส่วนนี้ “ตลอดวันและคืน”ในบทธรรมนิพนธ์ดั้งเดิมกล่าวว่าเป็น “ตลอดสอง 6 ชั่วยาม” “ตลอดสอง 6 ชั่วยาม” มีความหมายของ “ตลอดวันและคืน” ในประเทศญี่ปุ่นสมัยโบราณ ผู้คนแบ่งเวลากลางวันออกเป็น 6 ชั่วยาม และเวลากลางคืนถูกแบ่งออกเป็น 6 ชั่วยามเช่นกัน ดังนั้น ใน 1 วันจึงมี 6 ชั่วยาม 2 ชนิด หนึ่งคือเวลากลางวันและอีกหนึ่งคือเวลากลางคืน ดังนั้น ความหมายของ “ตลอดสอง 6 ชั่วยาม” ควรจะเป็น “ตลอดวันและคืน”
ในการกล่าวถึงประโยค “อาตมาจึงอธิษฐานต่อสุริยเทพและจันทรเทพเพื่อเขาตลอดวันและคืน” ถ้าไม่พิจารณาความหมายของมันอย่างลึกซึ้ง พวกเราอาจจะคิดว่าพระนิชิเร็น ไดโชนินอธิษฐานต่อสุริยเทพในเวลากลางวันและอธิษฐานต่อจันทรเทพในเวลากลางคืนเพื่อเคียวโอ โกเซ็น
ถ้าท่านอ่านจดหมายถึงชิโจ คิงโงะหรือภรรยาของเขาทั้งหมด พึงสังเกตว่าพระนิชิเร็นไดโชนิน กล่าวถึงสุริยเทพและจันทรเทพในจดหมายเหล่านั้นหลายฉบับ เนื่องจากชิโจ คิงโงะเป็นผู้นับถือพิเศษที่เป็นพยานในการบีฑาธรรมที่ทัตสึโนคุชิเมื่อโชเท็น เซ็นจิ่น (ธรรมบาลเทว) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จันทรเทพคุ้มครองพระนิชิเร็นไดโชนิน ผู้ที่เป็นพยานในการคุ้มครองที่เข้มแข็งนี้จะไม่มีวันลืมสิ่งที่เกิดขึ้น ณ เวลานั้นที่เป็นข้อพิสูจน์ที่เกิดขึ้นจริงและสามารถเข้าใจการคุ้มครองที่เข้มแข็งจากโชเท็น เซ็นจิ่นโดยไม่มีข้อสงสัยใดๆ
เมื่อพวกเราพิจารณาความหมายของข้อความนี้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น พวกเราสามารถเข้าใจว่าพระนิชิเร็น ไดโชนินอธิษฐานต่อโกฮนซนเพื่อให้สุริยเทพและจันทรเทพคุ้มครองเคียวโอ โกเซ็น และพวกเราควรจะพยายามเข้าใจว่าการคุ้มครองของโชเท็น เซ็นจิ่นคือหนึ่งในหน้าที่ของโกฮนซน
“โปรดเก็บและรักษาโอมาโมริ โกฮนซนที่อาตมาได้มอบให้ท่านในวันก่อนไว้กับตัวเสมอ”
ในข้อความนี้พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าวถึงโกฮนซนกี่องค์? ถ้าพวกเราอ่านประโยคภาษาไทยในส่วนนี้พวกเราสามารถเข้าใจทันทีว่าไม่ใช่หลายองค์ ประโยคภาษาญี่ปุ่นดั้งเดิมเป็นอย่างไร? ในกรณีของไวยากรณ์ภาษาญี่ปุ่น พวกเราไม่สามารถเข้าใจอย่างชัดเจนถึงจำนวนโกฮนซนที่พระนิชิเร็น ไดโชนินกำลังกล่าวถึงแต่ประโยคถัดไปกล่าว “โซโนะ โกฮนซน” ซึ่งหมายถึง “โกฮนซนนี้” ดังนั้น พวกเราสามารถเข้าใจว่าพระนิชิเร็น ไดโชนินไม่ได้กล่าวถึงโกฮนซนหลายองค์แต่กล่าวถึงองค์เดียว นี่หมายความว่าพระนิชิเร็น ไดโชนินมอบคำแนะนำ “โปรดเก็บและรักษาโอมาโมริ โกฮนซนที่อาตมาได้มอบให้ท่านในวันก่อนไว้กับตัวเสมอ” นี้แก่บุคคลหนึ่งที่ต้องการการคุ้มครองจากโกฮนซน ท่านคิดว่าบุคคลนี้คือใคร? ถ้าท่านคิดว่าบุคคลนี้ควรจะเป็นแม่ของเคียวโอ โกเซ็น ท่านคิดถูก
ถ้าลูกของท่านอยู่ในสภาวะวิกฤตหรือกำลังจะตาย ท่านไม่สามารถจินตนาการได้ว่าท่านจะต่อ สู้เพื่อลูกของท่านได้มากเท่าใดหรือใน 1 วันท่านจะอธิษฐานอย่างจริงจังกี่ครั้ง มันยากที่จะเข้าใจว่าพ่อแม่กังวลอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แม่ ดังนั้น พระนิชิเร็น ไดโชนินมอบคำแนะนำดังต่อไปนี้ “โปรดเก็บและรักษาโอมาโมริ โกฮนซนที่อาตมาได้มอบให้ท่านในวันก่อนไว้กับตัวเสมอ” ณ ที่นี้ โอมาโมริโกฮนซนหมายถึงโกฮนซนเพื่อการคุ้มครองคนๆหนึ่ง
พระนิชิคัน โชนิน สังฆราชองค์ที่ 26 สอนว่าบุคคลที่ดูแลคนอ่อนแอควรจะเข้าใจ 5 ประเด็น ซึ่งท่านเรียกว่าคุณธรรม 5 ประการของพยาบาล ดังต่อไปนี้ (จากยกุโอ-บน: คำบรรยายว่าด้วยการรักษาความเจ็บป่วย)
1. ความรู้เกี่ยวกับอาหารซึ่งคนป่วยสามารถรับประทานหรือไม่สามารถรับประทาน
2. ไม่รังเกียจอุจจาระ ปัสสาวะ เสมหะหรือสิ่งที่อาเจียนออกมา และไม่แสดงอารมณ์ออกมา
3. ทำหน้าที่ดูแลด้วยความเมตตา และไม่มีเหตุจูงใจต่อรางวัลตอบแทนที่เป็นเงิน เสื้อผ้าหรืออาหาร
4. มีปัญญาเกี่ยวกับยาทิงเจอร์ (ยาดองหรือยาที่หมักแช่ในแอลกอฮอล์) ที่ถูกต้อง
5. การสอนธรรมะแก่คนป่วยและให้แรงดลใจและความกล้าหาญแก่พวกเขา
ถึงแม้ว่าพระนิชิคัน โชนินสอนคำแนะนำข้างต้นเมื่อประมาณ 350 ปีมาแล้ว หลักการเหล่านี้ยังคงนำมาใช้ได้ในปัจจุบัน มันเป็นจริงที่ว่าไม่เพียงแม่ของเคียวโอ โกเซ็นเท่านั้นแต่แม่ทุกคนด้วยต้องมีคุณธรรมลึกซึ้งต่อลูกของพวกเขา
ต่อมา พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าวถึงโกฮนซนนี้และพูด “ในสมัยสุทธิธรรมและรูปธรรมไม่มีใครรู้เกี่ยวกับโกฮนซนนี้ ยิ่งกว่านั้น การจารึกโกฮนซนนี้ขาดช่วง”
ในส่วนนี้ พระนิชิเร็น ไดโชนินเปิดเผยว่าในสมัยสุทธิธรรมและรูปธรรมไม่มีใครรู้เกี่ยวกับโกฮนซนนี้และไม่มีใครจารึกโกฮนซนนี้มาก่อน เมื่อท่านได้ยิน “การจารึกโกฮนซนนี้ขาดช่วง” บางท่านอาจจะคิดว่ามีการจารึกโกฮนซนในอดีต แต่หลังจากนั้นขาดช่วง แต่ความหมายคือไม่เคยมีใครจารึกโกฮนซนนี้มาก่อน
แท้ที่จริง พระนิชิเร็น ไดโชนินเคยค้นคว้าเอกสารและบันทึกทั้งหมดที่พูดถึงสิ่งสักการะในประเทศอินเดีย จีนและญี่ปุ่นและกล่าวในบทธรรมนิพนธ์ “จดหมายตอบนิอิ-อามะ”*:
“โกฮนซนนี้ไม่เคยถูกลงในรายการสิ่งสักการะเหล่านั้นเลย” (ชินเพ็น หน้า 763)
เช่นกัน พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าวในบทธรรมนิพนธ์ “สิ่งสักการะแท้”:
“สิ่งสักการะนี้ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประเทศอินเดียหรือจีน” (ชินเพ็น หน้า 661)
ดังนั้น ไม่มีบุคคลอื่นนอกจากพระนิชิเร็น ไดโชนิน ที่จารึกโกฮนซนนี้ทั้งๆที่ในสมัยสุทธิธรรม รูปธรรมและปัจฉิมธรรมมีพระสงฆ์ตำแหน่งสูงจำนวนหลายรูป
พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าวถึงเหตุผลที่ทำไมแม้แต่พระเทียนไท้และเด็งเงียว ที่เป็นผู้ชำนาญพิเศษในสัทธรรมปุณฑริกสูตร ไม่เปิดเผยและไม่เผยแผ่ไดโมขุ
ในบทธรรมนิพนธ์ “การรักษาความเจ็บป่วย”
“พระเทียนไท้และเด็งเงียวเข้าใจเรื่องนี้ในหัวใจของพวกเขาแต่ไม่เปิดเผยด้วยเหตุผล 3 ข้อ ข้อแรก ยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสม ข้อที่ 2 ผู้คนไม่มีความสามารถที่จะยอมรับ และข้อที่ 3 ทั้งสองไม่ได้รับภารกิจในการอธิบายเรื่องนี้ ทุกวันนี้ ในสมัยปัจฉิมธรรม พระโพธิสัตว์แห่งพื้นโลกจะปรากฏตัวและเผยแผ่” (ชินเพ็น หน้า 1236)
พวกเราต้องเข้าใจภารกิจสำคัญของพระโพธิสัตว์แห่งพื้นโลกและพวกเราเป็นคนที่สามารถทำชะคุบุขุในสมัยปัจฉิมธรรม
ต่อมา พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าวว่าท่านถ่ายเทพลังของท่านทั้งหมดลงในโอมาโมริโกฮนซนโดยใช้ตัวอย่างเรื่องพญาสิงโต: “สิงโต คือ ราชาของสัตว์เดรัจฉาน กล่าวกันว่าก้าวไปข้างหน้า 3 ก้าว ต่อจากนั้นรวบรวมพละกำลังของตัวมันเองเพื่อกระโดด ปลดปล่อยพละกำลังเดียวกันไม่ว่ามันจับมดตัวจิ๋วหรือจู่โจมสัตว์ดุร้าย ในการจารึกโกฮนซนนี้เพื่อการคุ้มครอง พระนิชิเร็นมีค่าเท่ากับพญาสิงโต นี่คือสิ่งที่พระสูตรหมายถึง “พลังแห่งการจู่โจมของสิงโต” ”
ในส่วนนี้ พระนิชิเร็น ไดโชนินอธิบายเกี่ยวกับท่าที จิตใจและพลังของท่านในการจารึกโอมาโมริ โกฮนซนแก่นางโดยยกตัวอย่างพญาสิงโต ในข้อความนี้ “พระสูตร” หมายถึงบทที่ 15 “การโผล่ขึ้นมาจากพื้นโลก”ของสัทธรรมปุณฑริกสูตร ซึ่งกล่าวว่า “บัดนี้ตถาคตปรารถนาที่จะเปิดเผยและประกาศปัญญาของพระพุทธะทั้งหลาย พลังอิทธิฤทธิ์ที่ใช้ได้อย่างอิสระของพระพุทธะทั้งหลาย พลังของพระพุทธะทั้งหลายที่มีพลังแห่งการจู่โจมของสิงโต พลัง (ความปรารถนา) แรงกล้าและเร้าความรู้สึกมากของพระพุทธะทั้งหลาย” (ไคเค็ทสึ หน้า 418)
พวกเราสามารถเข้าใจว่าพระนิชิเร็น ไดโชนินจารึกโอมาโมริ โกฮนซนแก่นิชิเง็น-เนียวในลักษณะนี้ บางทีโอมาโมริ โกฮนซนของนางมีขนาดไม่ใหญ่ตามที่กล่าวในประโยค “โปรดเก็บและรักษาโอมาโมริ โกฮนซนไว้กับตัวเสมอ” อาตมาเชื่อว่าขนาดของโกฮนซนองค์นั้นสามารถเก็บใกล้ตัวนางเสมอไม่ว่านางจะทำอะไรโดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อลูกของนาง ดังนั้น มีความเป็นไปได้ที่โกฮนซน องค์นั้นมีขนาดเล็กเพื่อที่นางสามารถเก็บไว้กับตัวและรักษาไว้เสมอ
อย่างไรก็ตาม อาจจะมีคนที่อาจจะคิดว่าโกฮนซนองค์ใหญ่มีกุศลผลบุญมากและโกฮนซนองค์เล็กมีกุศลผลบุญน้อย จากข้อความในบทธรรมนิพนธ์นี้ พวกเราสามารถเข้าใจว่าโกฮนซนไม่ว่าขนาดใดมีกุศลผลบุญมาก
ต่อมา พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าว:
“จงเชื่อในมันดะละนี้อย่างหมดหัวใจ นัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียวคล้ายเสียงคำรามของสิงโต ดัง นั้น ความเจ็บป่วยอะไรสามารถเป็นอุปสรรค?”
พวกเราสามารถเข้าใจว่าโกฮนซนมีพลังพุทธะที่เข้มแข็ง ดังนั้น สามารถกล่าวว่า “นัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียวคล้ายเสียงคำรามของสิงโต” ถ้าเป็นเช่นนั้น พระนิชิเร็น ไดโชนินให้กำลังใจแม่ของเคียวโอ (นิชิเง็น-เนียว) ด้วยคำพูดเหล่านี้: “ดังนั้น ความเจ็บป่วยอะไรสามารถเป็นอุปสรรค?”
มันเป็นจริงที่ว่าพวกเราสามารถเอาชนะความเจ็บป่วยต่างๆโดยการสวดไดโมขุต่อโกฮนซนและมีผู้นับถือมากมายที่หายโดยการสวดไดโมขุ แน่นอน พวกเราจำเป็นต้องไปหาหมอและรับการรักษาที่ถูกต้องจากหมอ แต่การสวดไดโมขุก็จำเป็นเพื่อเปลี่ยนกรรมด้านลบที่เป็นปัจจัยของความเจ็บป่วย
ใน “มหาสมถวิปัสสนา” (มะคะ ชิคัน) พระเทียนไท้กล่าวถึง 6 สาเหตุของความเจ็บป่วย:
“การอธิบายสาเหตุของความเจ็บป่วย มี 6 สาเหตุ ประการแรก คือ ความเจ็บป่วยซึ่งเกิดจากความไม่สมดุลของ 4 ธาตุ ประการที่ 2 คือ ความเจ็บป่วยซึ่งเกิดจากคนๆหนึ่งไม่สามารถควบคุมความอยากของเขา ประการที่ 3 คือ ความเจ็บป่วยซึ่งเกิดจากการปฏิบัติสมาธิที่ไม่สมบูรณ์ ประการที่ 4 คือความเจ็บป่วยซึ่งเกิดจากปีศาจเข้าสู่กายของคนๆหนึ่ง ประการที่ 5 คือความเจ็บป่วยซึ่งเกิดจากการทำหน้าที่ของมาร ประการที่ 6 คือ ความเจ็บป่วยซึ่งเกิดจากการปรากฏของกรรมของคนๆหนึ่ง”
(ชินเพ็น หน้า 911)
อาตมาอยากจะอธิบายเกี่ยวกับ 6 สาเหตุของความเจ็บป่วยอย่างสั้นๆ
1. ความเจ็บป่วยซึ่งเกิดจากความไม่สมดุลของ 4 ธาตุ
นี่คือความเจ็บป่วยซึ่งเป็นผลจากความไม่สมดุลของ 4 ธาตุหลักซึ่งรวมตัวกันเป็นร่างกายมนุษย์ คือ ดิน ไฟ น้ำ และลม ความไม่สมดุลของธาตุดินรวมถึงการเจ็บป่วยของกล้ามเนื้อ ประสาท โครงกระดูก ผม บริเวณหลอดเลือด ผิวหนัง ฟันและอื่นๆในทำนองนั้น ความไม่สมดุลของธาตุน้ำรวมถึงความผิดปกติของเลือด ฮอร์โมน การหลั่งเอนไซม์ เหงื่อและอวัยวะย่อยอาหาร ความเจ็บป่วยซึ่งเกี่ยว ข้องกับธาตุไฟรวมถึงการเจ็บป่วยซึ่งมาจากไข้ ความดันโลหิต ความร้อนจัดในฤดูร้อนและอื่นๆในทำนองนั้น ความเจ็บป่วยของธาตุลมเกี่ยวข้องกับอวัยวะที่ใช้ในการหายใจและการหมุนเวียน และรวมทั้งความเจ็บป่วยซึ่งเป็นผลจากอากาศหนาวและไอเสีย
2. ความเจ็บป่วยซึ่งเกิดจากคนๆหนึ่งไม่สามารถควบคุมความอยากของเขา
เหตุผลสำหรับความเจ็บป่วยนี้คือนิสัยการกินหรือการดื่มมากเกินไปหรือไม่ระมัดระวัง และการเจ็บป่วยเช่นนั้นรวมถึงความเจ็บปวดของกระเพาะอาหารและลำไส้ โรคตับ สภาพการขาดสาร อาหาร(ทุโภชนาการ) ความอ่อนเพลียทางกาย เป็นต้น อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น พวกเราสามารถป่วยจากการรับประทานน้ำแข็ง สุรา โคล่า กาแฟหรือยามากเกินไปในแต่ละวัน ในทางตรงกันข้าม ความเจ็บป่วยสามารถเกิดจากการรับประทานอาหารที่มีปริมาณแคลอรี่ไม่เพียงพอ จากสภาพการขาดสารอาหาร อาหารปนเปื้อน อาหารที่มีสารอาหารไม่ครบ หรือจากสารอาทิ บุหรี่หรือยาเสพติด
3. ความเจ็บป่วยซึ่งเกิดจากการปฏิบัติสมาธิที่ไม่สมบูรณ์
อาจกล่าวได้ว่าการเจ็บป่วยเหล่านี้เกิดขึ้นเนื่องมาจาก อาทิ การไม่เอาใจใส่ความรู้สึกทางจิตใจซึ่งเป็นนิสัยประจำวันที่ผิดปกติ อิริยาบถที่กระดูกสันหลังอยู่ในตำแหน่งไม่เหมาะสม การขาดการออกกำลังกาย การอดนอน การทำงานหนักเกินไปหรืออารมณ์แปรปรวน นอกจากนี้ อาจกล่าวได้ว่าในปัจจุบัน มีความเจ็บป่วยอื่นมากมายซึ่งเกิดขึ้นเนื่องมาจากใจอ่อนหรือจุดอ่อนอื่นด้านจิตวิทยาของพวกเรา อาทิ อุบัติเหตุทางจราจรอย่างกะทันหันและความบาดเจ็บ ซึ่งพวกเราควรจะระมัดระวังเพื่อหลีกเลี่ยงอยู่เสมอ
4. ความเจ็บป่วยซึ่งเกิดจากปีศาจเข้าสู่กายของคนๆหนึ่ง
ความเจ็บป่วยประเภทนี้หมายถึงการเจ็บป่วยซึ่งเกิดขึ้นเมื่อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรค (เชื้อ จุลินทรีย์) ที่ทำให้เกิดโรคติดเชื้อเพิ่มทวี ไข้หวัดใหญ่ (ไวรัสอินฟลุเอ็นซา) และโรคติดต่อโดยสัมผัสอื่น ๆ จัดอยู่ในประเภทนี้
5. ความเจ็บป่วยซึ่งเกิดจากการทำหน้าที่ของมาร
ในศาสนาพุทธ กล่าวกันว่าอาการเจ็บป่วยเหล่านี้ทำลายจิตใจใฝ่แสวงหาและปัญญาซึ่งอยู่บนพื้นฐานศาบสนาพุทธของผู้ปฏิบัติรวมทั้งขโมยความดีและกุศลผลบุญของผู้คน เมื่อบุคคลหนึ่งที่ยืนหยัดความศรัทธาล้มป่วยเนื่องมาจากการกระทำของมารเหล่านี้ เขาเริ่มมีความสงสัยอยู่ในใจเกี่ยวกับความศรัทธาของเขา และในที่สุด ละทิ้งความศรัทธา (ปัญญาซึ่งอยู่บนพื้นฐานศาสนาพุทธ) ของเขาและไม่อยากสวดมนต์ พูดกันทางการแพทย์ เหล่านี้คือโรคของจิตใจ อาทิ ความเจ็บป่วยทางจิตใจและความผิดปกติทางอารมณ์ ยิ่งไปกว่านั้น การทำสงครามไม่หยุดหย่อน ซึ่งเกิดขึ้นจากความโลภ (ที่ไม่รู้จักพอโง่เขลา) และความโกรธ และซึ่งทำให้คนเสียชีวิตจำนวนมาก คือการทำหน้าที่ของมารเช่นกัน
6. ความเจ็บป่วยซึ่งเกิดจากการปรากฏของกรรมของคนๆหนึ่ง
ความเจ็บป่วยเหล่านี้ ซึ่งเป็นผลจากกรรมในอดีตชาติ สติปัญญาของมนุษย์ไม่สามารถเข้าใจ คนๆหนึ่งอาจจะกล้าพูดว่าความเจ็บป่วยเหล่านี้รวมถึงโรคทางกรรมพันธุ์ ความผิดปกติแต่กำเนิด ความอ่อนแอตั้งแต่แรกเกิด ตาบอด หูหนวกและเป็นใบ้ รวมทั้งความไม่แข็งแรงทางร่างกาย แม้แต่ด้วยวิทยาศาสตร์การแพทย์ของวันนี้ก็ไม่มีหนทางรักษาความเจ็บปวดเหล่านี้ จึงไม่มีหนทางอื่นสำหรับพวกเราที่จะรักษาความเจ็บปวดเหล่านี้นอกจากการมีความศรัทธาถูกต้องต่อธรรมะแท้ ซึ่งพวกเราสามารถเปลี่ยนกรรมของพวกเราในอดีตและพยายามชำระชีวิตของพวกเราให้บริสุทธิ์
เมื่อพวกเราพิจารณา 6 สาเหตุของความเจ็บป่วย แม้ว่าสมัยนี้อายุรแพทย์สามารถพยายามรักษากรณีที่ “1. ความเจ็บป่วยซึ่งเกิดจากความไม่สมดุลของ 4 ธาตุ” “2) ความเจ็บป่วยซึ่งเกิดจากคนๆหนึ่งไม่สามารถควบคุมความอยากของเขา และ “3) ความเจ็บป่วยซึ่งเกิดจากการปฏิบัติสมาธิที่ไม่สมบูรณ์”จนหาย แต่ในกรณีที่ “ 4) ความเจ็บป่วยซึ่งเกิดจากปีศาจเข้าสู่กายของคนๆหนึ่ง” “5) ความเจ็บป่วยซึ่งเกิดจากการทำหน้าที่ของมาร” และ “6) ความเจ็บป่วยซึ่งเกิดจากการปรากฏของกรรมของคนๆหนึ่ง”จำเป็น ต้องมีพลังชีวิตเข้มแข็ง กุศลผลบุญแห่งการชำระอายตนะ 6 ให้บริสุทธิ์และกุศลผลบุญแห่งการขจัดกรรมด้านลบโดยการสวดไดโมขุมากมายต่อโกฮนซน
อาตมาคิดว่าเมื่อคนๆหนึ่งป่วยหนัก คนๆนั้นอาจจะรู้สึกเศร้ามากและคิด “ทำไมต้องเป็นฉัน?” หรือ “ทำไมไม่มีใครสามารถช่วยฉันได้?” เขาอาจจะรู้สึกราวกับว่าเขากำลังยืนอยู่ตามลำพังในความมืดเป็นเวลานาน มันเหมือนภูมินรก ถ้าเขาตกอยู่ในภูมิชีวิตต่ำ เขาจะสูญเสียพลังชีวิตที่เข้มแข็งเพื่อเอาชนะความเจ็บป่วยของเขา ดังนั้น สิ่งสำคัญในเวลาเช่นนี้ คือ มีจิตใจเข้มแข็งเพื่อเอาชนะความเจ็บป่วยโดยไม่ตกอยู่ในภูมิชีวิตต่ำ
อาตมาหวังว่าท่านจะจำคำพูดที่มีค่าดั่งทองคำของพระนิชิเร็น ไดโชนินในบทธรรมนิพนธ์ “จดหมายตอบเมียวชิน อามะ” และสวดไดโมขุมากมายต่อโกฮนซน:
“ความเจ็บป่วยของเธอต้องเป็นงานของพระพุทธะ ตามที่บรรยายในวิมลเกียรติสูตร (โจเมียว-เคียว) และนิรวาณสูตร พระสูตรเหล่านี้อธิบายเหตุผลว่าทำไมผู้ที่ป่วยสามารถบรรลุพุทธภาวะ ความเจ็บป่วยสามารถเป็นแรงกระตุ้นให้แสวงหาหนทางสู่การรู้แจ้งสูงสุด” (ชินเพ็น หน้า 900)
เมื่อพวกเราป่วย สิ่งสำคัญสำหรับพวกเราคือยึดมั่นข้อความจากบทธรรมนิพนธ์ “จดหมายตอบเคียวโอ” ซึ่งคือ “นัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียวคล้ายเสียงคำรามของสิงโต ดังนั้น ความเจ็บป่วยอะไรสามารถเป็นอุปสรรค?” ด้วยโดยการเชื่อในโกฮนซนอย่างแน่วแน่ปราศจากความสงสัยและขยันสวดไดโมขุ เมื่อพวกเราป่วย ขอให้มีจิตใจเข้มแข็งเหมือนสิงโตเพื่อเอาชนะความเจ็บป่วย
อาตมาอยากจะจบคำบรรยายของอาตมาด้วยคำอธิษฐานของอาตมาขอให้ท่านก้าวหน้าในความศรัทธาและการปฏิบัติต่อเนื่อง ขอขอบคุณมาก!
วารสารไคเมียว ฉบับที่ 82 เมษายน - พฤษภาคม 2016 หน้า 26-30

ข้อความเพิ่มเติม
*“โอ-อามะขอให้อาตมาจารึกโกฮนซนแก่นาง แต่อาตมาลำบากใจต่อคำขอของนาง เหตุผลมีดังต่อไปนี้: ในงานเขียนของบัณฑิตทางศาสนาพุทธหลายรูปที่เดินทางจากประเทศอินเดียไปประเทศจีนหรือในงานเขียนของพระสงฆ์ที่เดินทางจากประเทศจีนไปประเทศอินเดียไม่เคยกล่าวถึงโกฮนซนมาก่อน ใน “จดหมายเหตุการเดินทางสู่ดินแดนตะวันตก” (ไดโต ซาอีกิ คิ) “ชีวิตของพระถังซำจั๋ง”(จิอน เด็น) และ “การสืบทอดตะเกียง” (เด็นโต โรกึ) บรรยายสิ่งสักการะทั้งหมดโดยไม่มีการยกเว้นซึ่งประดิษฐานในวัดทั่วประเทศอินเดีย[และในคำบรรยายเหล่านั้นไม่มีโกฮนซน] ในบรรดาสิ่งสักการะของวัดต่างๆซึ่งถูกบรรยายโดยนักปราชญ์เหล่านั้นที่เดินทางจากประเทศจีนไปประเทศญี่ปุ่นหรือจากคนฉลาดเหล่านั้นที่เดินทางจากประเทศญี่ปุ่นไปประเทศจีน อาตมาไม่พบการกล่าวถึงโกฮนซนนี้ เนื่องจากบันทึกทั้งหมดเกี่ยวกับวัดแรกในประเทศญี่ปุ่น อาทิ วัดกันโงจิ วัดชิเท็นโนจิและวัดอื่นรวม ทั้งเรื่องเก่าแก่มากมาย เริ่มต้นด้วย “บันทึกเหตุการณ์ของประเทศญี่ปุ่น” (นิฮง โชกิ) ระบุชื่อโดยไม่มีการละเว้น สิ่งสักการะในวัดเหล่านี้ซึ่งเป็นที่รู้จักโดยทั่วไป แต่ โกฮนซนนี้ไม่เคยถูกลงในรายการสิ่งสักการะเหล่านั้นเลย” (บทธรรมนิพนธ์ “จดหมายตอบนิอิอามะ”)

จดหมายเหตุการเดินทางสู่ดินแดนตะวันตก: หนังสือซึ่งพระถังซำจั๋งเขียนที่ว่าด้วยการเดินทางไปทวีปเอเชียกลางและประเทศอินเดียระหว่าง ค.ศ. 629 ถึง ค.ศ. 645 เพื่อค้นคว้าพระสูตรในศาสนาพุทธ
การสืบทอดตะเกียง: เขียนโดยพระเตาหยวน พระสงฆ์จีนนิกายฌาน (เซน) สมัยราชวงศ์ซุ่ง (ซ้อง) ในค.ศ. 1004 รายละเอียดเกี่ยวกับเชื้อสายการสืบทอดตั้งแต่พระพุทธะ 7 องค์ในอดีตผ่านพระสังฆราช นิกายเซนชาวอินเดียและชาวจีนถึงพระฟาเยน เว็นอี้ (ค.ศ. 885-958) จำนวน 1,701 องค์
วัดกันโงจิ: วัดแห่งนิกายอวตังสก 1 ใน 7 วัดใหญ่แห่งเมืองนารา ก่อสร้างใน ค.ศ. 588
วัดชิเท็นโนจิ: ก่อตั้งโดยเจ้าชายโชโตกุใน ค.ศ. 587