บทธรรมนิพนธ์ “จดหมายตอบเคียวโอ” ตอน 3

โอโกะ - เมษายน 2016
วัดไคเมียว-อิน ประเทศสิงคโปร์
พระคุณเจ้าโชสึ โนมูระ

สำหรับพิธีโอโกะเดือนเมษายนนี้ อาตมาอยากจะบรรยายว่าด้วยบทธรรมนิพนธ์ “จดหมายตอบเคียวโอ” ต่อ ต่อไปนี้คือส่วนหนึ่งของบทธรรมนิพนธ์ซึ่งพวกเราจะให้ความสนใจในวันนี้
“ในสัทธรรมปุณฑริกสูตรเขียนว่าผู้ที่นับถือไดโมขุแห่งสัทธรรมปุณฑริกสูตรจะได้รับการคุ้ม ครองจากคิจิโมจิน (หารีตี) และจือระเซ็ตสึเนียว (บุตรีทั้ง 10 ของนาง) พวกเขาจะมีความสุขของไอเซ็น (พระราคราชเทว) และโชคลาภที่ดีของบิชะมน (ไวศรวัณ) จะไม่เกิดอันตรายไม่ว่าพวกเขาจะเล่นที่ไหน พวกเขาจะไม่รู้สึกกลัวเหมือนพญาสิงโตไม่ว่าพวกเขาจะไปที่ไหน
ในบรรดาจือระเซ็ตสึเนียว การคุ้มครองของโคไดเนียว (กุนตี) ลึกซึ้งที่สุด แต่การคุ้มครองนี้ขึ้น อยู่กับความศรัทธาของท่าน ดาบจะไม่มีประโยชน์ถ้าอยู่ในมือของคนขี้ขลาด ดาบแห่งสัทธรรมปุณฑริกสูตรที่มีพลังมากต้องกวัดแกว่งโดยผู้ที่กล้าหาญในความศรัทธา ทำให้คนๆนั้นเข้มแข็งยิ่งขึ้นตามที่คำโบราณว่า “เหมือนการมอบท่อนโลหะเรียวยาวแก่ยักษ์กินคน” ”
ณ ที่นี้ “คิชิโมจิน” “จือ-ระเซ็ตสึ-เนียว” “ไอเซ็น” และ “บิชะมน” คือชื่อของโชเท็น เซ็นจิ่น ที่เป็นธรรมบาลเทว ส่วนนี้ พระนิชิเร็น ไดโชนินสอนเกี่ยวกับการคุ้มครองที่เข้มแข็งของโชเท็น เซ็นจิ่นและให้กำลังใจพวกเรา ขอให้เชื่อในโกฮนซนด้วยความศรัทธาเข้มแข็ง
เนื่องจากพระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าวถึงโชเท็น เซ็นจิ่นในข้อความนี้ อาตมาจึงอยากจะพูดเกี่ยว กับ 3 ประเด็นเกี่ยวกับแนวความคิดเรื่องโชเท็น เซ็นจิ่นดังต่อไปนี้
1.โชเท็น เซ็นจิ่น คือ ตัวตนในภูมิเทวในสวรรค์
2.โชเท็น เซ็นจิ่น คือ เทวดาที่กล่าวคำปฏิญาณว่าจะคุ้มครองทุกคนที่เชื่อในสัทธรรมปุณฑริกสูตร
3.ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับความเข้าใจเรื่องโชเท็น เซ็นจิ่น
1. โชเท็น เซ็นจิ่น คือ ตัวตนในภูมิเทวในสวรรค์
คำสอนศาสนาพุทธเกี่ยวกับเทพหรือเทวดาไม่เหมือนกับแนวความคิดเรื่องเอกเทวนิยม (mono-theism) เกี่ยวกับพระเจ้าองค์เดียวในศาสนาอื่น อาตมาเชื่อว่าทุกท่านเรียนรู้เกี่ยวกับ 10 ภูมิแห่งนรก เปรต เดรัจฉาน อสุร มนุษย์ เทว ศึกษา สมาธิ โพธิสัตว์และพุทธภาวะแล้ว ตามที่ท่านทราบ หลายคนอาศัยอยู่บนโลกมนุษย์นั่นคือภูมิมนุษย์และในภูมิเทว เหมือนในโลกมนุษย์มีเทวดาหลายองค์
ในศาสนาพุทธกล่าวกันว่าตัวตนทั้งหมดใน 6 ภูมิแห่งนรก เปรต เดรัจฉาน อสุร มนุษย์และเทว ยกเว้นผู้ปฏิบัติศาสนาพุทธ จะมีการเวียนว่ายตายเกิดอยู่ภายใน 6 ภูมินี้เท่านั้นเสมอหลังความตายของพวกเขา
เช่นกัน คำสอนศาสนาพุทธกล่าวว่าพวกเขาทั้งหมดอาศัยอยู่ใน 3 ภพนั่นคือกามภพ รูปภพและอรูปภพ
ใน 3 ภพ ภพที่ 1 ถูกเรียกว่ากามภพ ตัวตนแห่งนรก เปรต เดรัจฉาน อสุร มนุษย์ และสวรรค์ 6 ชั้นแห่งกามภพมีชีวิตอยู่ในภพนี้ ณ ที่นี้ สวรรค์ 6 ชั้นแห่งกามภพเป็นส่วนหนึ่งของภูมิเทว พวกเขาทั้งหมดมีความอยากต่างๆ รวมทั้งความอยากได้อาหาร ความต้องการทางเพศ และความอยากได้ชื่อ เสียงและอื่นๆ
ภพที่ 2 ถูกเรียกว่ารูปภพ ในภพนี้ มีสวรรค์ 18 ชั้น (*คำสอนหินยานมี 16 ชั้น) และรวมกันถูกเรียกว่าสวรรค์แห่งรูปฌาน 4 เทวดาทั้งหมดในภพนี้มีกายเนื้อและมีข้อจำกัดบางอย่าง แต่พวกเขาไม่มีความอยาก และมีแสงเป็นอาหาร
ภพที่ 3 ถูกเรียกว่าอรูปภพ ในภพนี้ มีสวรรค์ 4 ชั้นและรวมกันถูกเรียกว่าสวรรค์แห่งอรูปฌาน 4 มันถูกเรียกว่าอรูปภพเนื่องจากเทวดาในภพนี้ไม่มีรูปร่างหรือเนื้อหนัง
ท่านอาจจะรู้ตอนนี้ว่ามีสวรรค์มากมายและเทวดามากมายในภูมิเทว ซึ่งถูกสอนในคำสอนศาสนาพุทธ
2. โชเท็น เซ็นจิ่นคือเทวดาที่กล่าวคำปฏิญาณว่าจะคุ้มครองทุกคนที่เชื่อในสัทธรรมปุณฑริกสูตร
ตามที่กล่าวในบทที่ 1 ของสัทธรรมปุณฑริกสูตร เทวดาอยู่ที่นี่แล้วก่อนที่พระศากยมุนีพุทธะพร้อมที่จะเทศนาสัทธรรมปุณฑริกสูตร ซึ่งคือจุดมุ่งหมายในการมาประสูติของพระองค์บนโลกนี้ในที่สุด:
“ณ เวลานี้ ชกุได คันอินอยู่ที่นั่นพร้อมทั้งผู้ติดตาม 20,000 องค์ เช่น เมียวเง็ตสึเท็นชิ ฟุโคเท็นชิ โฮโค เท็นชิ และท้าวจตุโลกบาลพร้อมกับผู้ติดตามพวกเขา 10,000 องค์” (ไคเค็ทสึ หน้า 57)
ณ ที่นี้ “ชกุได คันอิน” หมายถึง ไทชะขุ-เท็นที่เป็นผู้ปกครองสวรรค์ชั้นตรัยตรึงศนั่นคือสวรรค์ชั้นที่ 2 ในสวรรค์ 6 ชั้นแห่งกามภพและอาศัยอยู่ในปราสาทคิเค็นโจ ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาพระสุเมรุ “เมียวเง็ตสึ เท็นชิ” คือจันทรเทพ “ฟุโค เท็นชิ” คือเทพเมียวโจหรือศุกร์เทพ “โฮโค เท็นชิ” หมายถึงสุริยเทพ และ “ท้าวจตุโลกบาล” หมายถึงธฤตราษฎร์ (จิโคกุ-เท็น) วิรูฒกะ (โซโจ-เท็น) วิรูปักษ์ (โคโมขุ-เท็น) และไวศรวัณ (บิชะมน-เท็น) หรือเรียกว่า “ทะมน-เท็น” ที่เป็นเทพโลกบาลที่คุ้มครองทิศตะวันออก ใต้ ตะวันตกและเหนือตามลำดับ พวกเขาเป็นผู้ติดตามไทชะขุ-เท็น
หลังจากข้อความนี้ในบทที่ 1 บทนี้บรรยายถึงเทวดาอื่นๆรวมทั้ง “ได-จิไซ เท็นชิ” ที่อยู่บนสุดของสวรรค์ 6 ชั้นแห่งกามภพและถูกเรียกว่า “มารแห่งสวรรค์ชั้นที่ 6” และ “บนเท็นโน” หรือ “ได-บนเท็นโน” ที่เป็นผู้ปกครองสหาโลกและอยู่ในรูปภพ
พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าวในบทธรรมนิพนธ์ “จดหมายถึงโฮเร็น”:
“ท้าวไวศรวัณ (เวสสุวรรณ) และผู้อื่นที่ประกอบเป็นท้าวจตุโลกบาลคือมหาราชาที่เป็นหัวหน้าของ 4 ทวีป...เทวดาที่เรียกว่าพระอินทร์เป็นผู้ปกครองสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มารแห่งสวรรค์ชั้นที่ 6 อยู่บนสุดของกามภพและปกครอง 3 ภพ...เทวราชที่รู้จักกันทั่วไปว่ามหาพรหมได้รับการยกย่องอย่างสูงในบรรดาเทวดาใน 3 ภพ เขาอยู่บนสุดของรูปภพ พร้อมกับมารแห่งสวรรค์ชั้นที่ 6 และพระอินทร์ และเขาครอบครองระบบโลกขนาดใหญ่” (ชินเพ็น หน้า 811)
บทที่ 1 เปิดเผยว่าเทวดาจำนวนมากร่วมพิธีเทศนาสัทธรรมปุณฑริกสูตร และบท “การปฏิบัติที่สงบสุข” บทที่ 14 ของสัทธรรมปุณฑริกสูตรบรรยายว่าเทพที่อยู่ ณ พิธีกลางอากาศล้วนปฏิญาณว่าจะคุ้มครองผู้อุทิศชีวิตต่อสัทธรรมปุณฑริกสูตร:
“เทพทั้งหมดจะคุ้มครองเขาทั้งวันและคืนอยู่เสมอเพื่อเห็นแก่ธรรมะ” (ไคเค็ทสึ หน้า 396)
และบทนี้กล่าวต่อ: “ยุวโอรสแห่งเทวดาจะบริการรับใช้เขา ดาบและไม้พลองจะไม่สัมผัสเขา และยาพิษจะไม่มีพลังทำอันตรายเขา” (ไคเค็ทสึ หน้า 402)
เช่นกัน บท “ธารณี” บทที่ 26 ของสัทธรรมปุณฑริกสูตร บรรยายเหตุการณ์ที่ซึ่ง 2 ปราชญ์แห่งพระไภสัชยราชโพธิสัตว์และพระประทานสูรโพธิสัตว์ (ยุเซะ) ทวิโลกบาล: ไวศรวัณและธฤตราษฎร์ นางยักษ์หารีตีและลูกสาว 10 ตนของนาง ปฏิญาณต่อหน้าพระพุทธะว่าจะคุ้มครองผู้ที่ยึดมั่นสัทธรรมปุณฑริกสูตร
ดังนั้น พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวในบทธรรมนิพนธ์ “จดหมายตอบเคียวโอ”: “ผู้ที่นับถือไดโมขุแห่งสัทธรรมปุณฑริกสูตรจะได้รับการคุ้มครองจากคิจิโมจิน (หารีตี) และจือระเซ็ตสึเนียว (บุตรีทั้ง 10 ของนาง)” ท่านอาจจะเข้าใจในสิ่งที่พระนิชิเร็นไดโชนินพูดซึ่งปรากฏในสัทธรรมปุณฑริกสูตร
3. ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับความเข้าใจเรื่องโชเท็น เซ็นจิ่น
ก่อนหน้านี้ อาตมาเพิ่งจะกล่าวถึงชื่อของโชเท็น เซ็นจิ่น อาทิ ไทชะขุเท็น เมียวเง็ตสึ เท็นชิ, ฟุโค เท็นชิ โฮโค เท็นชิ ท้าวจตุโลกบาล ได-จิไซ เท็นชิ ไดบนเท็นโน คิชิโมจิน และ จือ-ระเซ็ตสึ-เนียว
อาตมาอยากจะเน้นประเด็นสำคัญเกี่ยวกับความเข้าใจในโชเท็น เซ็นจิ่น อาตมาคิดว่าพวกท่านส่วนใหญ่รู้คำสอนเรื่อง “การเปรียบเทียบ 5 ระดับ”:
1. การเปรียบเทียบระหว่างคำสอนศาสนาพุทธกับคำสอนที่ไม่ใช่ศาสนาพุทธ
2. การเปรียบเทียบระหว่างศาสนาพุทธมหายานกับศาสนาพุทธหินยาน
3. การเปรียบเทียบระหว่างสัทธรรมปุณฑริกสูตรกับคำสอนก่อนสัทธรรมปุณฑริกสูตร
4. การเปรียบเทียบระหว่างคำสอนแท้ (ฮนมน) กับคำสอนภาคทฤษฎี (ชกุมน)
5. การเปรียบเทียบระหว่างศาสนาพุทธแห่งการหว่านกับศาสนาพุทธแห่งการเก็บเกี่ยว
ด้วยคำสอนเรื่อง “การเปรียบเทียบ 5 ระดับ” พวกเราสามารถเข้าใจว่าคำสอนศาสนาพุทธแห่งการหว่านสูงส่งกว่าคำสอนอื่นใดบนโลกนี้ ท่านอาจจะเข้าใจว่าคำสอนที่ไม่ใช่ศาสนาพุทธไม่เหมือน คำสอนศาสนาพุทธแห่งการหว่าน
ชื่อของโชเท็น เซ็นจิ่นส่วนใหญ่ถูกเปิดเผยในคำสอนที่ไม่ใช่ศาสนาพุทธหรือคำสอนก่อนสัทธรรมปุณฑริกสูตรในศาสนาพุทธ แต่พวกเราควรจะเข้าใจว่ามีความแตกต่างในความหมายของชื่อเหล่านี้ระหว่างคำสอนที่ไม่ใช่ศาสนาพุทธกับสัทธรรมปุณฑริกสูตร ประเด็นคือว่าโชเท็น เซ็นจิ่นทั้งหมดกล่าวคำปฏิญาณว่าจะคุ้มครองคนที่เชื่อในสัทธรรมปุณฑริกสูตร ถึงแม้ว่าบุคคลหนึ่งเชื่อในสัทธรรมปุณฑริกสูตร พวกเราสามารถเข้าใจว่าโชเท็น เซ็นจิ่นจะคุ้มครองบุคคลที่เชื่อในโกฮนซนนั่นคือสิ่งสักการะแท้เท่านั้นเมื่อพวกเราพิจารณาการเปรียบเทียบระหว่างคำสอนแท้ (ฮนมน) กับคำสอนภาคทฤษฎี (ชกุมน) และการเปรียบเทียบระหว่างศาสนาพุทธแห่งการหว่านกับศาสนาพุทธแห่งการเก็บเกี่ยว
พูดอย่างเป็นรูปธรรม ถึงแม้ว่าท่านสามารถเห็นชื่อสุริยเทพบนโกฮนซน โปรดอย่าคิดว่านี่คือสุริยเทพของชาวอียิปต์หรือสุริยเทพของชาวกรีก เทพอื่นบนโกฮนซนก็เช่นเดียวกัน พวกเราไม่ควรปะปนโกฮนซนกับศาสนาอื่น พวกเราควรจะเข้าใจว่าโชเท็น เซ็นจิ่นเหล่านี้มาจากคำสอนศาสนาพุทธแห่งการหว่าน
พระสังฆราชองค์ที่ 2 พระนิคโค โชนิน ที่รับมรดกธรรมะโดยตรงจากพระนิชิเร็นไดโชนิน กล่าวใน “7 คำสอนว่าด้วยโกฮนซนซึ่งสืบทอดจากอาจารย์สู่ลูกศิษย์” (โกฮนซน ชิจิคะ โนะ โซโจ)เกี่ยวกับความหมายของการเขียนชื่อพระนิชิเร็นบนโกฮนซน:
“มีความหมายว่าไดโมขุ พระศากยมุนี พระประภูตรัตน์พุทธะ พระวิศิษฐ์จาริตรโพธิสัตว์ พระอนันตจาริตรโพธิสัตว์ เป็นต้น พระสมันตภัทรโพธิสัตว์ พระมัญชุศรีโพธิสัตว์ เป็นต้น พระสารีบุตร พระมหากัสสป เป็นต้น ไดบนเท็น ไทชะขุเท็น ท้าวจตุโลกบาล สุริยเทพ จันทรเทพ เป็นต้น คิชิโมจิน จือระเซ็ตสึ-เนียว เป็นต้น เทพธิดาดวงอาทิตย์ (เท็นโช) และฮะชิมันโพธิสัตว์ เป็นต้น ทั้งหมดคือนิชิเร็น” (ชินเทอิ หน้า 2721)
พวกเราควรจะเข้าใจว่าพระนิชิเร็นไดโชนินและพระสังฆราชที่สืบต่อกันมาที่สืบทอดมรดกธรรมะเท่านั้นสามารถเข้าใจความหมายแท้ของโกฮนซน ดังนั้น โปรดอย่าคิดว่าท่านเข้าใจความหมายทุกด้านของโกฮนซนรวมทั้งโชเท็น เซ็นจิ่น เนื่องจากคำสอนว่าด้วยโกฮนซนคือคำสอนแห่งการส่งมอบมรดกธรรมะที่รับโดยพระสังฆราชเท่านั้น เรื่องนี้สำคัญมาก
หลังจากที่ท่านเข้าใจประเด็นพื้นฐานบางประการเกี่ยวกับโชเท็น เซ็นจิ่น อาตมาจะไปต่อด้วยข้อความจากบทธรรมนิพนธ์ของวันนี้:
“ในสัทธรรมปุณฑริกสูตรเขียนว่าผู้ที่นับถือไดโมขุแห่งสัทธรรมปุณฑริกสูตรจะได้รับการคุ้ม ครองจากคิจิโมจิน(หารีตี) และจือระเซ็ตสึเนียว(บุตรีทั้ง 10 ของนาง)”
ณ ที่นี้ มีการกล่าวถึงชื่อของธรรมบาลเทวดังต่อไปนี้: “คิชิโมจิน” หมายถึง “เทพที่เป็นแม่ของยักษ์” และ “จือระเซ็ตสึเนียว”หมายถึง “บุตรีทั้ง 10 ของนาง” ท่านอาจจะประหลาดใจว่าทำไมยักษ์จึงสามารถเป็นธรรมบาลเทว
เนื่องจากเทวดามีพลังมาก ในความหมายหนึ่ง ถ้าพวกเขากระทำในด้านลบโดยใช้พลังของพวกเขาในทางที่ผิด พวกเราเรียกพวกเขาว่าปีศาจ ถ้าพวกเขาทำหน้าที่คุ้มครองผู้คนโดยใช้พลังของพวกเขา พวกเราเรียกพวกเขาว่าธรรมบาลเทว ในกรณีของ “คิชิโมจิน” และ“จือระเซ็ตสึเนียว” พวกเขากล่าวคำปฏิญาณว่าจะใช้พลังมหาศาลของพวกเขาเพื่อคุ้มครองทุกคนที่เชื่อในสัทธรรมปุณฑริกสูตร
ตามที่ท่านเรียนรู้เกี่ยวกับคำสอน “การเปรียบเทียบ 5 ระดับ” แล้ว โปรดฟังในขณะที่นึกถึงคำสอนนี้ ชื่อ “คิชิโมจิน” และ “จือระเซ็ตสึเนียว”เหล่านี้มาจากคำสอนก่อนสัทธรรมปุณฑริกสูตรและพฤติกรรมของพวกเขาก็เหมือนยักษ์ที่มีพลังมากในคำสอนก่อนสัทธรรมปุณฑริกสูตร แต่พวกเขาถูกเปิดเผยอีกครั้งหนึ่งในสัทธรรมปุณฑริกสูตรเป็นธรรมบาลเทวที่ไม่ประพฤติตัวเหมือนยักษ์ แต่มีพลังเข้มแข็งและคุ้มครองผู้นับถือสัทธรรมปุณฑริกสูตร ดังนั้น ถึงแม้ว่าชื่อเหมือนกัน ความหมายต่างกันระหว่างคำสอนก่อนสัทธรรมปุณฑริกสูตรกับคำสอนสัทธรรมปุณฑริกสูตร
บท “ธารณี” บทที่ 26 ของสัทธรรมปุณฑริกสูตรกล่าว:
“จือระเซ็ตสึเนียว พร้อมด้วยคิชิโมจิน ลูกหลานของเธอ และบริวารของเธอ ทั้งหมดนี้เดินทางไปสถานที่ซึ่งพระพุทธะประทับและพูดกับพระพุทธะอย่างพร้อมเพรียงกัน คำพูด “ภควัต พวกเรา ก็เช่นกันปรารถนาที่จะปกป้องและคุ้มครองผู้ที่อ่าน ท่อง ยอมรับ และยึดมั่นสัทธรรมปุณฑริกสูตรและไม่ให้พวกเขาตกอยู่ในความเสื่อมหรืออันตราย” (ไคเค็ทสึ หน้า 581)
ถึงแม้ว่าท่านสามารถเห็นชื่อ “จือระเซ็ตสึเนียว” และ “คิชิโมจิน”เหมือนกันบนโกฮนซนถ้าไม่มีมรดกธรรมะ พวกเราจะไม่มีวันเข้าใจความหมายแท้ของชื่อเหล่านี้ในโกฮนซน พวกเราต้องเชื่อในโกฮนซนโดยไม่มีความสงสัยเท่านั้นและพวกเราไม่ควรคิดว่าคนๆหนึ่งเข้าใจความหมายของโกฮนซนทุกด้าน เนื่องจากความคิดนี้จะนำไปสู่การดูหมิ่นแห่งความทะนงตัว ความเข้าใจผิวเผิน ตามความพอใจของตัวเองในการดูหมิ่นธรรมะ 14 ประการ ตามที่อาตมากล่าวมาแล้ว พระนิชิเร็น ไดโชนินและ พระสังฆราชที่สืบต่อกันมาที่สืบทอดมรดกธรรมะเท่านั้นสามารถเข้าใจความหมายแท้ของโกฮนซน
ดังนั้น ขอให้พวกเราเชื่อในโกฮนซนและยึดมั่นข้อความในบทธรรมนิพนธ์ส่วนนี้:
“ผู้ที่นับถือไดโมขุแห่งสัทธรรมปุณฑริกสูตรจะได้รับการคุ้มครองจากคิจิโมจิน (หารีตี) และจือระเซ็ตสึเนียว (บุตรีทั้ง 10 ของนาง)”
หลังจากนั้น พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าว:
“พวกเขาจะมีความสุขของไอเซ็น (พระราคราชเทว) และโชคลาภที่ดีของบิชะมน (ไวศรวัณ)”
ณ ที่นี้จากข้อความในบทธรรมนิพนธ์นี้ พวกเราสามารถเข้าใจว่าไอเซ็นมีความหมายของความสุขและบิชะมนแสดงโชคลาภที่ดี ผู้ที่สวดไดโมขุและเชื่อในโกฮนซนโดยไม่มีความสงสัยจะมีความสุขมากและได้รับโชคลาภที่ดีตลอด 3 ชาติของชีวิต พวกเราสามารถเข้าใจว่าโชเท็น เซ็นจิ่นทำให้พวกเรา ผู้นับถือโกฮนซน ได้รับกุศลผลบุญเช่นกัน ต่อมา พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าว: “จะไม่เกิดอันตรายไม่ว่าพวกเขาจะเล่นที่ไหน พวกเขาจะไม่รู้สึกกลัวเหมือนพญาสิงโตไม่ว่าพวกเขาจะไปที่ไหน”
ข้อความเหล่านี้มาจากบท “การปฏิบัติที่สงบสุข” บทที่ 14 ของสัทธรรมปุณฑริกสูตร:
“ใครก็ตามที่อ่านพระสูตรนี้จะปราศจากความกังวลและความกระวนกระวายตลอดเวลา เช่นกัน เขาจะไม่มีความเจ็บป่วยหรือความเจ็บปวด สีหน้าของเขาสดใสและชื่นบาน เขาจะไม่เกิดในความยากจนหรือความยากไร้ ในสถานการณ์แย่หรืออันตราย...ถ้าคนพูดถึงเขาในแง่ร้ายและด่าว่าเขา ปากของพวกเขาจะปิดสนิท เขาจะเดินเล่นโดยปราศจากความกลัวดุจพญาสิงโต” (ไคเค็ทสึ หน้า 402)
ผู้ที่เชื่อในโกฮนซนจะได้รับกุศลผลบุญมากมายนับไม่ถ้วนและการคุ้มครอง
ต่อมา พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าว:
“ในบรรดาจือระเซ็ตสึเนียว การคุ้มครองของโคไดเนียว (กุนตี) ลึกซึ้งที่สุด แต่การคุ้มครองนี้ขึ้น อยู่กับความศรัทธาของท่าน ดาบจะไม่มีประโยชน์ถ้าอยู่ในมือของคนขี้ขลาด ดาบแห่งสัทธรรมปุณฑริกสูตรที่มีพลังมากต้องกวัดแกว่งโดยผู้ที่กล้าหาญในความศรัทธา ทำให้คนๆนั้นเข้มแข็งยิ่งขึ้นตามที่คำโบราณว่า “เหมือนการมอบท่อนโลหะเรียวยาวแก่ยักษ์กินคน” ”
เหตุผลที่ทำไม “การคุ้มครองของโคไดเนียว (กุนตี) ลึกซึ้งที่สุด” คือว่าในบท“ธารณี” ของสัทธรรมปุณฑริกสูตร พระพุทธะเรียกชื่อโคไดเนียว หนึ่งในจือระเซ็ตสึ-เนียว และสั่งให้เธอคุ้มครองธรรมาจารย์
บทนี้กล่าว:
“โคไดเนียว, เธอและบริวารของเธอควรจะปกป้องและคุ้มครองธรรมาจารย์เช่นนั้น!”
(ไคเค็ทสึ หน้า 581)
จนถึงส่วนนี้ พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าวถึงการคุ้มครองเข้มแข็งของโชเท็น เซ็นจิ่นและตั้งแต่ข้อความถัดไปเป็นต้นไป ท่านอธิบายว่าถ้าไม่มีความศรัทธาเข้มแข็งต่อโกฮนซน คนๆนั้นไม่สามารถได้รับการคุ้มครองเหล่านี้
พูดกันด้วยความจริง พวกเราอาจจะเผชิญความลำบากเป็นครั้งคราว พวกเราไม่สามารถปฏิเสธความเป็นไปได้ที่ว่าผู้คนจะมีปัญหาหรือตายเนื่องมาจากพายุไต้ฝุ่น ฝนตกหนัก น้ำท่วม สึนามิ แผ่น ดินไหว ภูเขาไฟ หิมะตกหนัก พายุทอร์นาโด แบคทีเรีย ไวรัส และการปล่อยกัมมันตภาพรังสีและอื่นๆ ถึงแม้ว่าคนๆหนึ่งพยายามใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ คนๆนั้นไม่สามารถหยุดแผ่นดินไหวหรือสึนามิ ถ้าเป็นอย่างนั้นพวกเราควรจะทำอะไรในเมื่อมันเกิดขึ้นจริง? อาตมาคิดว่ามีหลายโอกาสที่พวกเราจะแสวงหาการคุ้มครองจากโกฮนซนและโชเท็น เซ็นจิ่นอย่างจริงจังในชีวิตของพวกเรา อาตมาเชื่อว่าเคียวโอ โกเซ็นและโดยเฉพาะนิชิเง็น-เนียว, รวมทั้งสมาชิกในครอบครัวของพวกเขา, ณ เวลานั้นต้อง การการคุ้มครองด้วย
พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าว: “แต่การคุ้มครองนี้ขึ้นอยู่กับความศรัทธาของท่าน”
ถ้าคนๆหนึ่งไม่เชื่อในโกฮนซน, คนๆนั้นจะไม่ได้รับการคุ้มครองทั้งหมดตามที่ถูกเปิดเผยในสัทธรรมปุณฑริกสูตร ในทางตรงข้าม ผู้ที่มีความศรัทธาเข้มแข็งต่อโกฮนซนจะได้รับการคุ้มครองเข้มแข็งจากโชเท็น เซ็นจิ่น
เช่นกัน พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าวในบทธรรมนิพนธ์ “จดหมายถึงโฮเร็น”:
“การพยายามปฏิบัติคำสอนของพระสูตรนี้โดยไม่มีความศรัทธาก็เท่ากับการเข้าไปในภูเขาที่เต็มไปด้วยสมบัติโดยไม่มีมือหรือการพยายามเดินทาง 1,000 ลี้โดยไม่มีเท้า” (ชินเพ็น หน้า 814)
ถ้าท่านต้องการการคุ้มครอง ถ้าท่านต้องการกุศลผลบุญ โปรดสวดไดโมขุ(โชได)และชะคุบุขุด้วยความศรัทธาเข้มแข็งต่อโกฮนซนโดยปฏิบัติตามคำแนะนำของพระสังฆราชนิชิเนียว โชนิน
อาตมาจะต่อบทธรรมนิพนธ์ “จดหมายตอบเคียวโอ” ณ คำบรรยายโอโกะครั้งหน้าและอาตมาจะเริ่มตั้งแต่ข้อความดังต่อไปนี้:
“ดาบจะไม่มีประโยชน์ถ้าอยู่ในมือของคนขี้ขลาด ดาบแห่งสัทธรรมปุณฑริกสูตรที่มีพลังมากต้องกวัดแกว่งโดยผู้ที่กล้าหาญในความศรัทธา ทำให้คนๆนั้นเข้มแข็งยิ่งขึ้นตามที่คำโบราณว่า “เหมือนการมอบท่อนโลหะเรียวยาวแก่ยักษ์กินคน” ”
อาตมาอยากจะจบคำบรรยายของอาตมาด้วยคำอธิษฐานของอาตมาขอให้ท่านก้าวหน้าในความศรัทธาและการปฏิบัติต่อเนื่อง ขอขอบคุณมาก!
วารสารไคเมียว ฉบับที่ 83 มิถุนายน - กรกฎาคม 2016 หน้า 31-36

ข้อความเพิ่มเติม

ไทชะขุ-เท็น帝釈天: (สันสกฤต: สักกะ เทวานัม อินทร์) หนึ่งใน 2 เทพหลักที่ปกป้องศาสนาพุทธพร้อมกับบนเท็น梵天(พระพรหม)
ตรัยตรึงศ(Trayastrimsha): สวรรค์แห่ง 33 เทพ สวรรค์ชั้นที่ 2 ใน 6 ชั้นของกามภพ ตรัยตรึงศถูกแปลเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า “โทริ”หมายถึง 33 สวรรค์นี้ตั้งอยู่บนยอดเขาพระสุเมรุ ที่อยู่ของ 33 เทพ,รวมทั้งพระอินทร์ (ตรัย = สาม, ตรึงศ(ตรึง-สะ) = สามสิบ; จะรู้จักกันในนามดาวดึงส์มากกว่า)
บิชะมน-เท็น毘沙門天: หรือบิชะมน หนึ่งใน 4 ท้าวจตุโลกบาล ที่อาศัยอยู่กึ่งกลางด้านทิศเหนือของภูเขาพระสุเมรุและปกป้องทิศเหนือ, พร้อมกับยักษ์และรากษส (รากสด) บิชะมนมาจาก “ไวศรวัณ”ในภาษาสันสกฤต ชื่อนี้ถูกแปลเป็นทะมน (การฟังคำสอนมากมาย) กล่าวกันว่าเทพนี้ปกป้องสถานที่ซึ่งพระพุทธะเทศนาเสมอและฟังคำสอนของพระพุทธะ
คิชิโมจิน: ในภาษาญี่ปุ่นหรือ “หารีตี”ในภาษาสันสกฤต นางยักษ์ กล่าวกันว่าเป็นลูกสาวของยักษ์ในกรุงราชคฤห์ นางมีลูก 500 ตน(บางแหล่งข้อมูลกล่าวว่า 1,000 หรือ 10,000 ตน) ตามที่กล่าวในหารีตีสูตร(คิชิโมจิน-เคียว) และวินัยสงฆ์หมวดทั่วไป(บินะยะ โซจิ) นางฆ่าลูกของคนอื่นเพื่อนำมาเลี้ยงลูกของนาง และประชาชนที่กลัวจึงมาขอความช่วยเหลือจากพระศากยมุนี พระพุทธะจึงซ่อนลูกชายคนสุดท้อง บินคะระ ของหารีตี นางค้นหาเป็นเวลา 7 วัน แต่ไร้ผล ในที่สุด ด้วยความสิ้นหวังนางมาขอ ร้องพระพุทธะ ณ ที่ประทับของพระองค์ พระศากยมุนีตำหนินางในเรื่องพฤติกรรมชั่วและให้นางสัญญาว่าจะไม่ฆ่าลูกคนอื่น หลังจากนั้น พระองค์คืนลูกแก่นาง
จือระเซ็ตสึเนียว (ลูกสาวของนางยักษ์ 10 ตน): เช่นกัน รู้จักกันทั่วไปว่าเทพธิดา 10 องค์ ลูกสาว 10 ตนของนางหารีตี ได้แก่ ลัมพา(Lamba) วิลัมพา(Vilamba) กูฏทันตี(Kutadanti) ปุศปทันตี(Pushpadanti) มกุฏทันตี(Makutadanti) เกษิณี(Keshini) อจลา(Achala) มาลาธารี(Maladhari) กุนตี(Kunti) และสรวสัตตโวจหารี(Sarvasattvojohari)
ไอเซ็น愛染(ราคราช): เทพในศาสนาพุทธที่กล่าวกันว่าทำให้กิเลสของผู้คนบริสุทธิ์และทำให้ผู้คนเป็นอิสระจากความหลงผิดและความทุกข์ซึ่งสะสมมาจากกิเลส เมื่อมองไปที่โกฮนซน ชื่อนี้อยู่ด้านซ้าย หมายถึงหลักการที่ว่ากิเลสคือการรู้แจ้ง