คำแนะนำจากพระสังฆราชองค์ที่ 68 พระนิชิเนียว โชนิน ในวาระพิธีสวดไดโมขุเพื่อการโคเซ็น-รุฝุเดือนมกราคม 2018

คำแนะนำจากพระสังฆราชองค์ที่ 68 พระนิชิเนียว โชนิน
ในวาระพิธีสวดไดโมขุเพื่อการโคเซ็น-รุฝุเดือนมกราคม
ณ หอประชุมรับรอง วัดใหญ่ไทเซคิจิ ประเทศญี่ปุ่น
1 มกราคม 2018
ณ ตอนต้นฤดูใบไม้ผลิปีที่ 766 แห่งการสถาปนาศาสนาพุทธแท้ “ปีแห่งการกระทำ” อาตมาขอสวัสดีปีใหม่!
อาตมาเชื่อว่าทุกท่านที่ร่วมพิธีสวดไดโมขุเพื่อการโคเซ็น-รุฝุ ณ ต้นปีนี้ รวมทั้งพระสงฆ์และผู้นับถือฆราวาสอื่นๆของนิชิเร็น โชชูทั้งหมด ต้อนรับการเริ่มต้น “ปีแห่งการกระทำ” ด้วยความรู้สึกสดชื่น และกล่าวคำปฏิญาณใหม่ว่าจะเพียรพยายามให้มากขึ้นในการปฏิบัติของท่าน
ตามที่ท่านทราบ พระสงฆ์และฆราวาสของนิชิเร็น โชชูกำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างเข้มแข็งในการปฏิบัติสุดกำลังของพวกเขาทั้งวันและคืน บนพื้นฐานความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวระหว่างพระสงฆ์กับฆราวาส ด้วยจิตใจต่างกายใจเดียว ขณะที่พวกเรามุ่งสู่เป้าหมายแห่งการมีผู้นับถือฮกเคโกะ 800,000 คนในปี ค.ศ. 2021 ซึ่งเป็นศุภวาระการครบ 800 ปีแห่งการเกิดของพระนิชิเร็น ไดโชนิน (ผู้ก่อตั้งของพวกเรา)
การมีผู้นับถือฮกเคโกะ 800,000 คนคือคำปฏิญาณซึ่งพวกเรากล่าวเบื้องหน้าพระรัตนตรัย นี่คือเป้าหมายสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งพวกเราต้องบรรลุไม่ว่าในกรณีใดด้วยความพยายามร่วมกันของพระสงฆ์และฆราวาสของนิชิเร็น โชชูทุกคน ทั้งนี้เนื่องจากพวกเราจำเป็นต้องช่วยคนมากมาย ที่ได้รับความทรมานเนื่องมาจากพิษแห่งการดูหมิ่น ซึ่งทุกวันนี้แห่งสมัยปัจฉิมธรรม พวกเราต้องชำระโลกที่สับสนอลหม่านอย่างมากซึ่งเปื้อนมลทิน 5 ประการ ให้บริสุทธิ์ ดังนั้น พวกเราต้องสร้างความสงบสุขแท้ และทำให้เกิดดินแดนพระพุทธะแท้
เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายนี้ พวกเราแต่ละคนต้องมีความตระหนักและความตั้งใจที่ว่าพวกเราเป็นลูกศิษย์และผู้ติดตามพระโพธิสัตว์แห่งพื้นโลกก่อน และอุทิศตัวพวกเราเองต่อการสวดไดโมขุอย่างจริงจัง สิ่งจำเป็นคือ ด้วยกุศลผลบุญและความปิติจากการสวดไดโมขุ พวกเราทำชะคุบุขุด้วยความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวบนรากฐานจิตใจต่างกายใจเดียว
พระนิชิเร็น ไดโชนินสอนในบทธรรมนิพนธ์ “ปรากฏการณ์ทั้งหมดอยู่ในหนึ่งขณะจิต” ดังต่อ ไปนี้:
“คำถาม ถ้าบุคคลหนึ่งที่ไม่มีความรู้ ที่ไม่สามารถอ่านหรือเขียน สวดนัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว เขาจะได้รับกุศลผลบุญอะไร?
คำตอบ สมมุติว่าบุคคลนี้ที่ไม่รู้หนังสือ ไม่สามารถอ่าน เขียน หรือไม่เข้าใจแม้แต่คำเดียว แต่เขาศรัทธาและสวดนัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว เขาจะได้รับกุศลผลบุญแห่งวจีกรรมก่อนจากบรรดา 3 ทางของการกระทำ คือ ความคิด คำพูดและการกระทำ เมื่อเขาได้รับกุศลผลบุญ [จากทั้ง 3 ทางของการกระ ทำ] เขาจะสามารถได้รับเมล็ดพุทธภาวะลงในหัวใจของเขาและตัวเขาเองเป็นอิสระจากความทุกข์แห่งชีวิตและความตายอย่างแน่นอน พระสูตรนี้สูงส่งยิ่งกว่าคำสอนอื่นทั้งหมด เนื่องจากกล่าวว่าแม้แต่ผู้ที่ดูหมิ่นสัทธรรมปุณฑริกสูตร [จะสามารถบรรลุการรู้แจ้ง] ด้วยความสัมพันธ์ย้อนกลับ เช่นเดียวกับผู้ที่ดูหมิ่นพระสทาปริภูตโพธิสัตว์ ไม่จำเป็นต้องกล่าวก็ได้ว่าผู้ที่ศรัทธาพระสูตรนี้ด้วยความสัมพันธ์ด้านบวกสามารถบรรลุพุทธภาวะเช่นกัน ดังนั้น มหาธรรมาจารย์เด็งเงียวกล่าว “ทั้งผู้นับถือและผู้ดูหมิ่นจะบรรลุพุทธภาวะแน่นอน” ” (ชินเพ็น หน้า 115)
คำถามซึ่งถูกถามคือ “บุคคลหนึ่งที่ไม่มีความรู้ ที่ไม่สามารถอ่านหรือเขียน” และ “ที่ไม่เข้าใจแม้แต่คำเดียวของพระสูตรหรือคำอธิบายประกอบ” จะได้รับกุศลผลบุญชนิดไหน ถ้าคนๆนั้นสวดนัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว
คำตอบคือแม้แต่บุคคลหนึ่งที่ไม่รู้หนังสือก็สามารถได้รับกุศลผลบุญแห่งวจีกรรม [ในบรรดา 3 ทางแห่งการกระทำ: ความคิด, คำพูดและการกระทำ] ก่อน ถ้าคนๆนั้นสวดไดโมขุด้วยความศรัทธา
ถ้าคนๆหนึ่งได้รับกุศลผลบุญแห่งวจีกรรม คนๆนั้นจะได้รับเมล็ดพุทธภาวะลงในหัวใจของเขา หลังจากนั้น คนๆหนึ่งจะเป็นอิสระจากความทุกข์แห่งชีวิตและความตายแน่นอน และบรรลุการรู้แจ้ง ความสูงส่งของสัทธรรมปุณฑริกสูตรที่เหนือกว่าพระสูตรอื่นคือแม้แต่ผู้ที่ดูหมิ่นสัทธรรมปุณฑริกสูตรก็สามารถบรรลุพุทธภาวะด้วยความสัมพันธ์ย้อนกลับ เช่นเดียวกับผู้ที่พูดให้ร้ายและสาปแช่งพระสทาปริภูตโพธิสัตว์ ในบท “พระสทาปริภูตโพธิสัตว์” (ฟุเคียว; บทที่ 20) ของสัทธรรมปุณฑริกสูตรกล่าว ถึงเรื่องนี้
พระสทาปริภูตโพธิสัตว์ปรากฏตัวในสมัยรูปธรรมหลังจากการดับขันธ์ของพระภีษมครรชิตสวรราชพุทธะ (อิอนโนะ-บุตสึ) เขายืนยันว่ามวลมนุษย์มีธรรมชาติพุทธะ [และโค้งแสดงความเคารพผู้คนที่เขาพบ], ท่องคำพูด 24 ตัวอักษรในสัทธรรมปุณฑริกสูตรดังต่อไปนี้:
“อาตมามีความเคารพท่านสุดซึ้ง อาตมาไม่กล้าปฏิบัติต่อท่านด้วยการดูหมิ่นหรือความทะนงตัว ทำไมล่ะ? เนื่องจากทุกท่านกำลังปฏิบัติวิถีทางโพธิสัตว์และบรรลุพุทธภาวะแน่นอน”
(โฮเคเคียว หน้า 500; สัทธรรมปุณฑริกสูตร แปลโดยนายวัตสัน เบอร์ตัน หน้า 266-267)

เนื่องจากข้อความนี้ประกอบด้วยอักษรจีนโบราณ 24 ตัว มันจึงถูกเรียกว่า 24 ตัวอักษรของสัท ธรรมปุณฑริกสูตร เมื่อใดก็ตามที่พระสทาปริภูตโพธิสัตว์เห็นพุทธบริษัท 4 (ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก และอุบาสิกา) เขาจะโค้งแสดงความเคารพพวกเขา ท่องคำสอน 24 ตัวนี้ เขาไม่เคยดูหมิ่นผู้คนแต่เขากลับสรรเสริญ ยืนยันว่ามวลมนุษย์มีภูมิพุทธภาวะ นั่นคือเหตุผลที่ทำไมเขาถูกเรียกว่าพระสทาปริภูตโพธิสัตว์ (แปลว่า “ไม่เคยดูหมิ่น”) อย่างไรก็ตาม เขาถูกบีฑาธรรม และถูกทำร้ายด้วยไม้พลอง กิ่งไม้ ก้อนหิน และกระเบื้อง ทั้งๆที่ถูกกระทำเช่นนี้ เขาโค้งแสดงความเคารพผู้คนต่อเนื่อง ผู้ที่ทำไม่ดีกับพระสทาปริภูตโพธิสัตว์ตกนรกครั้งหนึ่ง แต่ต่อมา พวกเขาได้รับการช่วยเหลือด้วยความสัมพันธ์ย้อน กลับซึ่งพวกเขาสร้างโดยการได้ยินสัทธรรมปุณฑริกสูตร
ในลักษณะนี้ กุศลผลบุญของเมียวโฮ-เร็งเง-เคียวที่แม้แต่ผู้ที่ดูหมิ่นพระสทาปริภูตโพธิสัตว์ก็สามารถบรรลุการรู้แจ้งด้วยความสัมพันธ์ย้อนกลับ ไม่จำเป็นต้องกล่าวก็ได้ว่าผู้ที่มีความสัมพันธ์ด้านบวกจะบรรลุพุทธภาวะอย่างแน่นอน
ดังนั้น มหาธรรมาจารย์เด็งเงียวสอนว่า “ทั้งผู้นับถือและผู้ดูหมิ่นจะบรรลุพุทธภาวะแน่นอน”
เกี่ยวกับคำพูดเหล่านี้ของมหาธรรมาจารย์เด็งเงียว พระนิชิเร็น ไดโชนินสอนในบทธรรมนิพนธ์ “10 คำสอนสูงส่งซึ่งถูกบรรยายในหลักการโดดเด่นของสัทธรรมปุณฑริกสูตร” ดังต่อไปนี้:
“ผู้ที่สรรเสริญสัทธรรมปุณฑริกสูตรสะสมโชคลาภดีความสูงเท่ากับภูเขาพระสุเมรุ ในขณะที่ ความผิดที่คนๆหนึ่งกระทำโดยการดูหมิ่นสัทธรรมปุณฑริกสูตรเปิดทางสู่นรกแห่งความทรมานไม่สิ้นสุด ถึงจะเป็นอย่างนั้น สำหรับผู้ที่ศรัทธาสัทธรรมปุณฑริกสูตร พระสูตรเป็นกลองสวรรค์ และสำหรับผู้ที่ดูหมิ่น พระสูตรเป็นกลองพิษ ทั้งผู้นับถือและผู้ดูหมิ่นสัทธรรมปุณฑริกสูตรจะบรรลุพุทธภาวะแน่นอน” (ชินเพ็น หน้า 1348)
ตามที่ข้อความนี้สอน ผู้ที่นับถือสัทธรรมปุณฑริกสูตรสามารถสะสมโชคลาภดีความสูงเท่ากับภูเขาพระสุเมรุ ในขณะที่ผู้ที่ดูหมิ่นพระสูตรนี้สร้างเหตุเพื่อตกนรกแห่งความทรมานไม่สิ้นสุด
สำหรับผู้ที่ศรัทธาสัทธรรมปุณฑริกสูตร พระสูตรเป็นกลองสวรรค์ และผู้ที่ได้ยินเสียงกลองสวรรค์จะละเว้นการกระทำกรรมชั่ว ในทางตรงข้าม สำหรับผู้ที่ดูหมิ่น พระสูตรเป็นกลองพิษ กล่าวกันว่าเมื่อกลองอาบยาพิษถูกตี ทุกคนที่ได้ยินเสียงกลองจะตายทันที นี่คือคำอุปมาซึ่งแสดงให้เห็นว่าคำสอนศาสนาพุทธสามารถทำให้ทุกคนที่ได้ยินจะเป็นอิสระจากกิเลส ดังนั้น ด้วยความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากับเมียวโฮ-เร็งเง-เคียว ไม่มีข้อสงสัยว่าทั้งผู้นับถือและผู้ดูหมิ่นสัทธรรมปุณฑริกสูตรจะบรรลุพุทธภาวะแน่นอน
อย่างถูกต้อง วลี “ทั้งผู้นับถือและผู้ดูหมิ่นจะบรรลุพุทธภาวะแน่นอน” มีความสำคัญอย่างยิ่ง
เมื่อพวกเราทำชะคุบุขุ สิ่งสำคัญคือพวกเราชี้ให้เห็นความผิดของคำสอนที่ไม่ถูกต้องและสอนผู้คนอย่างอดทนเกี่ยวกับความเลอเลิศและความสูงส่งแห่งศาสนาพุทธของพระนิชิเร็น ไดโชนิน ทั้งนี้เนื่องจาก ถึงแม้ว่าผู้ที่ถูกพวกเราชะคุบุขุอาจจะต่อต้านหรือหันหลังให้กับพวกเรา ในที่สุด พวกเขาจะศรัทธาศาสนาพุทธแท้ด้วยความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากับศาสนาพุทธนี้ โดยการมีเมล็ดเมียวโฮ-เร็งเง-เคียวถูกหว่านลงในชีวิตของพวกเขา
โดยเฉพาะ ปีนี้คือ “ปีแห่งการกระทำ” ความศรัทธาของคนๆหนึ่งจะไม่มีวันออกผลหรือก่อให้ เกิดกุศลผลบุญ ถ้าคนๆนั้นไม่กระทำ
พระนิชิเร็น ไดโชนินสอนในบทธรรมนิพนธ์ “จดหมายถึงพระชิคุโก-โบ*ที่อยู่ในถ้ำคุก” ดังต่อ ไปนี้:
“เมื่อผู้อื่นปฏิบัติสัทธรรมปุณฑริกสูตร พวกเขาอ่านมันด้วยปากของพวกเขาแต่ในหัวใจของพวกเขาไม่เชื่อ และถึงแม้ว่าพวกเขาเชื่อในหัวใจของพวกเขา พวกเขาไม่ลงมือทำ ท่านกำลังยึดมั่นพระสูตรทั้งกายและใจ ช่างน่าชมเชย!” (ชินเพ็น หน้า 483)
ในปีนี้ “ปีแห่งการกระทำ” อาตมาอธิษฐานอย่างจริงใจว่าพวกเราทุกคนจะนับถือคำพูดที่มีค่าดั่งทองคำเหล่านี้และอุทิศตัวพวกเราเองต่อการปฏิบัติเพื่อตัวเองและผู้อื่นด้วยจิตใจร่าเริง ด้วยความพยายามเหล่านี้ อาตมาปรารถนาว่าทุกเขตจะบรรลุเป้าหมายชะคุบุขุของปีนี้แน่นอน อาตมาขอจบคำเทศนาเนื่องในวันขึ้นปีใหม่

ข้อความเพิ่มเติม:
ชิคุโก-โบ [ค.ศ. 1245-1320]: อีกชื่อหนึ่งของพระนิชิโร หนึ่งในพระสงฆ์อาวุโส 6 รูปที่เป็นลูกศิษย์ของพระนิชิเร็น ไดโชนิน หลังจากการดับขันธ์ของพระนิชิเร็น ไดโชนิน พระนิชิโรฝ่าฝืนเจตนารมณ์ของอาจารย์โดยนำรูปปั้นพระศากยมุนีออกจากเขตสุสานของพระนิชิเร็น ไดโชนิน