ความสำคัญของ “信ชิน” (ความศรัทธา) อักษรเดียว

วัดไทเซคิจิ
คำบรรยายโอโกะ – มกราคม 2018

สุขสันต์วันปีใหม่ ค.ศ. 2018 “ปีแห่งการกระทำ” นี้ ทุกท่านกำลังยึดมั่นเรื่องการปฏิบัติ 3 ข้อสำหรับปีนี้อย่างแน่นอน:
1. บรรลุเป้าหมายชะคุบุขุของท่านโดยสวดมนต์ทำวาระและสวดไดโมขุทุกวัน
2. ร่วมพิธีโอโกะทุกเดือนและพาครอบครัว แขกของท่าน และเพื่อนผู้นับถือไปร่วมทุกพิธีและการประชุม
3.ไปโทซังเพื่อเพิ่มความศรัทธาของท่านให้ลึกซึ้งขึ้นและให้กำลังใจผู้อื่นไปโทซังเพื่อพัฒนาความศรัทธาของพวกเขา

ท่านกำลังก้าวหน้าในกิจกรรมชะคุบุขุของท่าน และช่วยผู้คนให้พัฒนาความศรัทธา ซึ่งท่านพยายามให้บรรลุเป้าหมายอย่างแน่นอน ในการสร้างองค์กรฮกเคโกะที่มีผู้นับถือ 800,000 คนในปี ค.ศ. 2021 แห่งการครบ 800 ปีแห่งการมาเกิดของผู้ก่อตั้ง (พระนิชิเร็น ไดโชนิน) ของพวกเรา
พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าวในบทธรรมนิพนธ์ “ว่าด้วยคำทัดทานฮะชิมันโพธิสัตว์” ดังต่อไปนี้:
“ประเทศอินเดียถูกเรียกว่าประเทศดวงจันทร์ (กัสชิ) นี่คือชื่อซึ่งชี้ให้เห็นการมาประสูติของพระศากยมุนีพุทธะ ฟุโซ่คือชื่อประเทศญี่ปุ่นในสมัยโบราณ ดินแดนอาทิตย์อุทัย (นิฮน) และนักปราชญ์จะไม่ปรากฏตัวในประเทศนี้ได้อย่างไร? ดวงจันทร์โคจรจากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออก ซึ่งคือการบ่งบอกว่าศาสนาพุทธที่กำเนิดในประเทศอินเดียจะเผยแผ่ไปทางทิศตะวันออก ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก ซึ่งคือลางดีของศาสนาพุทธที่กำเนิดในประเทศญี่ปุ่นจะค่อยๆกลับสู่ประเทศอินเดีย” (ชินเพ็น หน้า 1543)
ในแง่ประวัติศาสตร์ ศาสนาพุทธกำเนิดในประเทศอินเดียและเผยแผ่ผ่านประเทศจีนสู่ประเทศญี่ปุ่น ในช่วงเวลานี้ คำสอนถูกแปลเป็นภาษาจีน และพระสูตรฉบับภาษาจีนถูกนำเข้าไปในประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากอักษรจีนเป็นอักษรภาพที่สื่อความหมาย อักษรแต่ละตัวจึงมีความหมาย และอักษรตัวเดียวเทียบได้กับคำพูดทั้งหมด
โดยเฉพาะ พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าวเกี่ยวกับพระกุมารชีวะ ที่แปลสัทธรรมปุณฑริกสูตร ดัง ต่อไปนี้:
“ในปัจฉิมลิขิตของการแปลสัทธรรมปุณฑริกสูตร เซ็งเจา (僧肇) ยุวศิษย์ที่ยึดมั่นคำสอนของพระศากยมุนีพุทธะกล่าวว่า “พระกุมารชีวะ (อาจารย์แห่งคำสอนไตรปิฎก) กล่าวกับจักรพรรดิเหยาซิงว่า “ในอดีต อาตมาอยู่ในประเทศอินเดีย ในตอนนั้น อาตมาเดินทางไปทั่วประเทศอินเดียอย่างทั่วถึงและค้นหาและวิจัยคำสอนมหายาน เมื่ออาตมาได้รับการสอนคำสอนมหายานจากมหาธรรมาจารย์สุริยโสมะ ท่านลูบกระหม่อมของอาตมาอย่างนุ่มนวลและส่งมอบพระสูตรนี้และพูดว่าดวงอาทิตย์แห่งพระพุทธะ* ตกทางทิศตะวันตกและแสงที่ยังเหลืออยู่ส่องสว่างทิศตะวันออกเฉียงเหนือ คำสอนนี้มีกรรมสัมพันธ์กับประเทศทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ท่านสั่งสอนให้อาตมาสอนและเผยแผ่พระสูตรนี้อย่างทุ่มเท” ตามที่อาตมาเข้าใจ จากที่ได้มองประเทศอินเดีย ญี่ปุ่นคือประเทศซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ” (ชินเพ็น หน้า 93)
(หมายเหตุ:*บ่อยครั้ง พระพุทธะถูกเปรียบเทียบกับดวงอาทิตย์เนื่องจากพระองค์ขจัดความมืดหรือความหลงผิดของผู้คน)

แต่เดิม พระกุมารชีวะ [ค.ศ. 344-413] เป็นพระสงฆ์ (นักแปลที่กำเนิดในแคว้นกุฉา) แต่จักรพรรดิเหยาซิง แห่งประเทศจีนเรียกตัวให้มาทำงานและตามที่รายงาน ท่านร่วมงานกับพระสงฆ์ 500 รูปที่ทำหน้าที่นักแปลเพื่อรัฐบาลของประเทศ
ในความพยายามพิสูจน์ว่าการแปลของท่านได้แสดงเจตนารมณ์ของพระพุทธะอย่างถูกต้อง ท่านฝากพินัยกรรมฉบับหนึ่งซึ่งระบุว่าท่านต้องการให้เผาร่างของท่านหลังจากท่านดับขันธ์และกล่าวว่า ถ้าลิ้นของท่านถูกเผาจนเป็นขี้เถ้า ขอให้ทิ้งพระสูตรฉบับที่ท่านแปลไปทั้งหมด ตำนานกล่าวว่าหลังจากการดับขันธ์ของท่าน เมื่อร่างของท่านถูกเผา ลิ้นของท่านยังคงไม่ถูกเผา ดังนั้น ผลงานแปลชั้นยอดของท่านจึงสืบทอดมาถึงทุกวันนี้
พระกุมารชีวะทุ่มเทอย่างเต็มที่ในการเลือกใช้อักษรแต่ละตัวและคำแต่ละคำ ตามที่กล่าวมาแล้ว พระกุมารชีวะแปลพระสูตรแห่งเมียวโฮ-เร็งเง-เคียว จุดมุ่งหมายสูงสุดของพระศากยมุนีพุทธะในการมาประสูติบนโลกนี้
ในบทธรรมนิพนธ์ “ว่าด้วยการบรรลุพุทธภาวะ” พระนิชิเร็น ไดโชนินเขียนเกี่ยวกับความ หมายลึกซึ้งของเมียวโฮ-เร็งเง-เคียวดังต่อไปนี้:
“ความจริงมหัศจรรย์ซึ่งอยู่ภายในมวลมนุษย์มิใช่อะไรนอกจากเมียวโฮ-เร็งเง-เคียว ดังนั้น โดยการสวดเมียวโฮ-เร็งเง-เคียวนี้ พวกเขาสามารถรู้ว่าความจริงมหัศจรรย์นั้นอยู่ภายในตัวพวกเขา [เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว] เป็นราชาของพระสูตรและแสดงความจริงสูงสุดเป็นตัวอักษรและหลักการ ดังนั้น ถ้อยคำของมัน ในตัวมันเองก็คือตัวตนแท้ และตัวตนแท้ ในตัวมันเองก็คือเมียวโฮ-เร็งเง-เคียว”
(ชินเพ็น หน้า 45)

กล่าวอีกนัยหนึ่ง อักษรจีนซึ่งใช้ในพระสูตรแห่งเมียวโฮ-เร็งเง-เคียวไม่ใช่อักษรธรรมดา อักษรเหล่านี้ตัวมันเองแสดงตัวตนแท้และปรากฏการณ์ทั้งหมดในจักรวาลและการรู้แจ้งของพระพุทธะ ดังนั้น เมื่อพวกเราสวดไดโมขุแห่งเมียวโฮ-เร็งเง-เคียว ซึ่งคือแก่นสำคัญแห่งคำสอนแท้ (ฮนมน) ของ สัทธรรมปุณฑริกสูตร ต่อโกฮนซนแห่งคำสอนแท้ (ฮนมน) ความสับสนและความหลงผิดของพวกเราในฐานะมนุษย์ปุถุชนจะถูกชำระให้บริสุทธิ์และถูกเปลี่ยนเป็นการรู้แจ้งของพระพุทธะ ด้วยพลังกุศลผลบุญของไดโมขุ
บทธรรมนิพนธ์ “คำสอนปากเปล่า” มีข้อความดังต่อไปนี้:
“ชื่อของบท [“พระชนมายุของตถาคต”(เนียวไร จูเรียว;บทที่ 16)] นี้ [ของสัทธรรมปุณฑริกสูตร] คือเรื่องที่มีความหมายมากที่เทียบได้กับชีวิตแท้ของพระนิชิเร็น มันมิใช่อะไรนอกจากการส่งมอบมรดกซึ่งถูกบรรยายในบท “พลังอิทธิฤทธิ์ของตถาคต” (จินริคิ;บทที่ 21) สัทธรรมปุณฑริกสูตร ตถาคตหมายถึงพระศากยมุนีพุทธะ หรือในความหมายกว้างคือพระพุทธะทุกองค์ใน 3 ชาติและ 10 ทิศ อย่างไรก็ตาม ในความหมายถูกต้อง ตถาคตคือ [พระพุทธะดั้งเดิม] ที่สถานภาพแท้คือ 3 กายที่รู้แจ้งที่ไม่ถูกสร้างและไม่ประดับประดา บัดนี้ ในสมัยปัจฉิมธรรม จากมุมมองของพระนิชิเร็นและผู้ติดตาม ในทางทฤษฎี ตถาคตหมายถึงมวลมนุษย์ อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริง ตถาคตแสดงถึงลูกศิษย์ของพระนิชิเร็นและผู้นับถือ ดังนั้น 3 กายที่รู้แจ้งที่ไม่ถูกสร้างและไม่ประดับประดาหมายถึงผู้อุทิศชีวิตต่อสัทธรรมปุณฑริกสูตรในสมัยปัจฉิมธรรม ชื่อที่น่าเคารพของ 3 กายที่รู้แจ้งนี้คือ นัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว นี่คือสิ่งที่ถูกกล่าวถึงว่าเป็นมหาธรรมเร้นลับ 3 ประการแท้ [ซึ่งซ่อนอยู่ในส่วนลึก] แห่งบทจูเรียวของสัทธรรมปุณฑริกสูตร” (ชินเพ็น หน้า 1765)
อักษร 5 ตัวและ 7 ตัวของนัมเมียวโฮ-เร็งเง-เคียวมีความหมายครบถ้วนของมหาธรรมเร้นลับ 3ประการ บนพื้นฐานการส่งมอบแก่นแท้ของสัทธรรมปุณฑริกสูตรจากพระศากยมุนีพุทธะสู่พระวิศิษฐ์จาริตรโพธิสัตว์
พระนิชิเร็น ไดโชนิน ที่เป็นการกลับชาติมาเกิดของพระวิศิษฐ์จาริตรโพธิสัตว์ ผู้อุทิศชีวิตต่อสัทธรรมปุณฑริกสูตร และพระพุทธะแท้แห่งสมัยปัจฉิมธรรม มาเกิดบนโลกนี้ ท่านเปิดทางสำคัญเพื่อนำทุกคนแห่งชมพูทวีป(ทั้งโลก)ไปสู่ความศรัทธาและการปฏิบัติแท้ของมหาธรรมเร้นลับ 3 ประการและทำให้เกิดความสงบสุขแท้ของโลก (การโคเซ็น-รุฝุ)
พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าวเกี่ยวกับความศรัทธาและการปฏิบัตินี้ในบทธรรมนิพนธ์ “ปรากฏ การณ์ทั้งหมดอยู่ในหนึ่งขณะจิต” ดังต่อไปนี้:
“คำถาม ถ้าบุคคลหนึ่งที่ไม่มีความรู้ ที่ไม่สามารถอ่านหรือเขียน สวดนัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว, เขาจะได้รับกุศลผลบุญอะไร?
คำตอบ สมมุติว่าบุคคลนี้ที่ไม่รู้หนังสือ ที่ไม่สามารถอ่าน เขียน หรือไม่เข้าใจแม้แต่คำเดียว แต่ถ้าเขาศรัทธา และสวดนัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว เขาจะได้รับกุศลผลบุญแห่งวจีกรรมก่อนจากบรรดา 3 ทางของการกระทำ: ความคิด คำพูดและการกระทำ เมื่อเขาได้รับกุศลผลบุญ[จากทั้ง 3 ทางของการกระทำ] เขาจะสามารถได้รับเมล็ดพุทธภาวะลงในหัวใจของเขาและตัวเขาเองเป็นอิสระจากความทุกข์แห่งชีวิตและความตายอย่างแน่นอน” (ชินเพ็น หน้า 115)
ถึงแม้ว่าผู้คนไม่สามารถอ่าน ถ้าพวกเขายึดมั่นความศรัทธาและการปฏิบัติเพื่อพวกเขาเองและเพื่อผู้อื่นอย่างขยัน ด้วยความศรัทธาที่สมบูรณ์ต่อได-โกฮนซนของมหาวิหารแห่งคำสอนแท้ (ฮนมน) พวกเขาจะสามารถบรรลุการรู้แจ้งอย่างแน่นอน
จุดมุ่งหมายแท้ของพระพุทธะคือนำทุกคน (โดยไม่มีการแบ่งแยกและไม่คำนึงถึงภูมิชีวิตของผู้ คน) ไปสู่การปฏิบัติศาสนาพุทธที่ถูกต้องเพื่อทำให้พวกเขาสามารถบรรลุการรู้แจ้งและเปลี่ยนโลกเป็นดินแดนพุทธะ เนื่องจากนี่คือจุดมุ่งหมายที่สมบูรณ์ของศาสนาพุทธแท้ สติปัญญาของแต่ละบุคคลและความสามารถทางกายจึงไม่เกี่ยวข้อง
ในบทธรรมนิพนธ์ “ไดโมขุแห่งสัทธรรมปุณฑริกสูตร” พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าว:
“ในที่สุด ความศรัทธาคือรากฐานเพื่อการเข้าสู่หนทางพระพุทธะ” (ชินเพ็น หน้า 353)
นอกจากนี้ ท่านกล่าวในบทธรรมนิพนธ์ “คำสอนปากเปล่า” ดังต่อไปนี้:
“การบรรลุพุทธภาวะของพระพุทธะทุกองค์ใน 3 ชาติเกิดจากอักษร “信”(ชิน)ตัวเดียว”
(ชินเพ็น หน้า 1737)
พวกเรากำลังปฏิบัติศาสนาพุทธแท้ของพระนิชิเร็น ไดโชนิน, ซึ่งคือหนทางเดียวเท่านั้นสู่การบรรลุการรู้แจ้ง อย่างไรก็ตาม พวกเราต้องรู้ว่าด้วยความศรัทธาเท่านั้นจึงจะได้มาซึ่งความสุขแท้และการบรรลุพุทธภาวะ พระนิชิเร็น ไดโชนินสอนว่าพระพุทธะทุกองค์แห่งอดีต, ปัจจุบัน, และอนาคตสามารถบรรลุการรู้แจ้งด้วยอักษร “ชิน”(ความศรัทธา)ตัวเดียวเท่านั้น
ถึงแม้ว่าผู้คนอาจจะมีความรู้มากและสติปัญญาดีเลิศ พวกเขาไม่สามารถบรรลุการรู้แจ้งถ้าการปฏิบัติศาสนาพุทธไม่อยู่บนพื้นฐานความศรัทธา ผู้ที่อาศัยความรู้ตื้นเขินและมั่นใจในความสามารถของพวกเขามากเกินไปอาจจะทะนงตัวและในที่สุดจะพาตัวพวกเขาเองออกจากความศรัทธาและการปฏิบัติแท้ ภายใต้สภาวะเหล่านี้ ไม่มีหนทางสู่การรู้แจ้ง
พระนิชิเร็น ไดโชนินเขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ในบทธรรมนิพนธ์ “จดหมายถึงนิอิเขะ”:
“ผู้ที่มีความรู้แต่ไม่มีความศรัทธาคือคนที่มีความเข้าใจคำสอนศาสนาพุทธแต่ไม่เชื่อ พวกเขาจะไม่บรรลุการรู้แจ้งอย่างแน่นอน ผู้ที่มีความศรัทธาแต่ไม่มีความรู้คือบุคคลที่เชื่อ, ถึงแม้ว่าพวกเขาขาดความรู้, และพวกเขาสามารถบรรลุการรู้แจ้ง” (ชินเพ็น หน้า 1461)
อาจจะมีผู้ที่ไม่เข้าใจคำสอนศาสนาพุทธเลยและผู้ที่ไม่เชี่ยวชาญในการศึกษาศาสนาพุทธ ถ้าพวกเขาเชื่อในโกฮนซนด้วยหัวใจบริสุทธิ์และสวดไดโมขุ และถ้าพวกเขาทุ่มเทความพยายามสุดความสามารถของพวกเขาในการปฏิบัติเพื่อพวกเขาเองและเพื่อผู้อื่น ปฏิบัติตามคำแนะนำของพระ สังฆราชอย่างจริงใจ พวกเขาจะสามารถบรรลุการรู้แจ้ง
ปีนี้ถูกระบุให้เป็น “ปีแห่งการกระทำ” “การกระทำ” (Action) มีความหมายหลากหลาย แต่ ณ ที่นี้ มันหมายถึงทุ่มเทความพยายามของพวกเราอย่างจริงใจในการสวดไดโมขุ ทำชะคุบุขุ และช่วยผู้ อื่นให้พัฒนาความศรัทธา
พระสังฆราชนิชิเนียว โชนินมอบคำแนะนำแก่พวกเราดังต่อไปนี้:
“สิ่งจำเป็นจริงๆสำหรับพวกเรา ในฐานะพระสงฆ์และผู้นับถือฆราวาสของนิชิเร็นโชชู คือสอนผู้อื่นให้รู้ว่าพวกเขาสามารถมีความสุขอย่างแน่นอน ด้วยความศรัทธาต่อได-โกฮนซน พวกเราทุกคนต้องรู้เต็มอกว่าความยากลำบากจะเกิดขึ้นเมื่อพวกเราทำชะคุบุขุ อย่างไรก็ตาม พวกเราต้องเอาชนะความยากลำบากเหล่านี้ด้วยไดโมขุที่จริงใจและเพิ่มความตั้งใจของพวกเราให้มากขึ้นและปฏิบัติชะคุบุขุจริงจังอย่างแน่วแน่ โดยการทำเช่นนั้น พวกเราสามารถทำให้เกิดความสุขไม่เพียงในชีวิตของผู้ที่พวกเราไปแนะนำศาสนาพุทธแห่งการหว่านด้วยชะคุบุขุเท่านั้น แต่ได้มาซึ่งความสุขของพวกเราเองด้วย”
(ประมวลคำเทศนาของพระสังฆราชนิชิเนียว โชนิน เล่ม 2 หน้า 86)
ภายในฮกเคโกะ พวกเราทุกคนต้องเชื่อในศักยภาพต่างๆและลงมือทำร่วมกัน พวกเราต้องช่วยผู้คนที่ทนทุกข์จากความสับสนและความหลงผิดในสังคม
พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าวในบทธรรมนิพนธ์ “ว่าด้วยคำทัดทานฮะชิมันโพธิสัตว์” ดังต่อไปนี้:
แสงจันทร์เมื่อเปรียบเทียบกับดวงอาทิตย์แล้วจะไม่สว่างเท่า พระศากยมุนีพุทธะอธิบายคำสอนแท้เป็นเวลา 8 ปีเท่านั้น แสงอาทิตย์สว่างกว่าแสงของดวงจันทร์ และเช่นนี้หมายความว่าคำสอนศาสนาพุทธ [ของพระนิชิเร็น ไดโชนิน] ในประเทศญี่ปุ่นจะส่องสว่างความมืดระยะเวลานานของสมัย 500 ปีที่ 5 พระศากยมุนีพุทธะไม่ได้แก้ไขผู้ที่ดูหมิ่นสัทธรรมปุณฑริกสูตร เนื่องจากในสมัยของพระองค์ไม่มีใครดูหมิ่น สมัยปัจฉิมธรรมจะเต็มไปด้วยศัตรูร้ายกาจที่ต่อต้านเอกยาน [แห่งสัทธรรมปุณฑริกสูตร] [บัดนี้คือเวลาปฏิบัติ] สิ่งที่พระสทาปริภูตโพธิสัตว์ (ฟุเคียว) ทำเพื่อก่อให้เกิดกุศลผลบุญ อาตมาให้กำลัง ใจลูกศิษย์ของอาตมาแต่ละคนทุ่มเทความพยายาม [ในการปฏิบัติ] เพิ่มขึ้น”
(ชินเพ็น หน้า 1543)
ณ เวลาปัจจุบัน มีจำนวนคนในประเทศและภูมิภาคต่างๆทั่วโลกที่ศรัทธานิชิเร็น โชชูเพิ่มขึ้น และพวกเราสามารถกล่าวว่าการโคเซ็น-รุฝุกำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง พระนิชิเร็น ไดโชนิน กล่าว: “ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก ซึ่งคือลางดีของศาสนาพุทธที่กำเนิดในประเทศญี่ปุ่นจะค่อยๆกลับสู่ประเทศอินเดีย” (อ้างแล้ว)
อย่างไรก็ตาม มันแน่นอนว่าชะคุบุขุที่ประสบความสำเร็จจะยากยิ่งขึ้น ภายใต้สภาวการณ์เช่น นั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือทำชะคุบุขุตามคำชี้นำของพระสังฆราชนิชิเนียว โชนินดังต่อไปนี้:
“สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับพวกเราในตอนนี้คือมั่นใจในกุศลผลบุญมากมายและไร้ขอบเขตของได-โกฮนซน...หลังจากนั้น ในฐานะลูกศิษย์และผู้นับถือของพระพุทธะแท้ (พระนิชิเร็น ไดโชนิน) พวกเราต้องยึดมั่นความปรารถนาแรงกล้าที่จะช่วยมวลมนุษย์ ปฏิบัติตามเจตนารมณ์ของพระนิชิเร็น ไดโชนิน ด้วยความตั้งใจที่ไม่รู้จักเหนื่อย พวกเราต้องหลอมรวมด้วยจิตใจแห่งต่างกายใจเดียวและอุทิศตัวพวกเขาเองทำชะคุบุขุ บนพื้นฐานจิตใจ “เต็มใจอุทิศชีวิตเพื่อเผยแผ่ธรรมะ” ”
(วารสารไดนิชิเร็น ฉบับ 862 หน้า 23)
ขอให้พวกเราทุ่มเทความพยายามสุดความสามารถในการทำชะคุบุขุและช่วยผู้อื่นให้พัฒนาความศรัทธา ขณะที่พวกเราก้าวหน้าสู่เป้าหมายในการสร้างองค์กรฮกเคโกะที่มีผู้นับถือ 800,000 คนในปี ค.ศ. 2021 แห่งการครบ 800 ปีแห่งการเกิดของผู้ก่อตั้ง (พระนิชิเร็น ไดโชนิน) ของพวกเรา นอกจากนี้ ขอให้พวกเราลงมือทำร่วมกันต่อไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ของพวกเรา (การโคเซ็น-รุฝุ)

ข้อความเพิ่มเติม
“พระกุมารชีวะกล่าวว่า “เมื่ออาตมาตรวจสอบพระสูตรต่างๆซึ่งใช้ในประเทศจีน อาตมาพบว่าพระสูตรเหล่านั้นทั้งหมดต่างจากฉบับดั้งเดิมที่เป็นภาษาสันสกฤต อาตมาจะทำให้ผู้คนเข้าใจเรื่องนี้ได้อย่างไร? อาตมามีความปรารถนายิ่งใหญ่ประการเดียว ร่างกายของอาตมาไม่บริสุทธิ์ เนื่องจากอาตมามีภรรยา แต่ลิ้นของอาตมาเท่านั้นบริสุทธิ์และไม่เคยกล่าวคำเท็จเกี่ยวกับคำสอนศาสนาพุทธ หลังจากอาตมาดับขันธ์ ต้องเผาศพอาตมา ถ้า ณ เวลานั้น ลิ้นของอาตมาถูกเปลวไฟเผา เมื่อนั้นขอให้ท่านทิ้งพระสูตรทั้งหมดที่อาตมาแปลไว้” เช่นนี้คือคำพูดที่เขาพูดครั้งแล้วครั้งเล่าจากแท่นบรรยายธรรม ดังนั้น ทุกคนตั้งแต่ผู้ปกครองลงมาถึงสามัญชนหวังว่าพวกเขาจะไม่ตายก่อนพระกุมารชีวะ เพื่อที่พวกเขาอาจจะเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น
ในที่สุด พระกุมารชีวะดับขันธ์และถูกเผา และกายไม่บริสุทธิ์ของเขาถูกเผาจนกลายเป็นขี้เถ้าเหลือแค่ลิ้นของเขาเท่านั้น ตั้งอยู่บนบัวสีน้ำเงินที่ปรากฏอย่างฉับพลันท่ามกลางเปลวไฟ ลิ้นนี้เปล่งรังสีที่แจ่มชัดของแสง 5 สีที่ทำให้กลางคืนสว่างเหมือนกลางวันและในเวลากลางวันสว่างไสวกว่ารังสีดวงอาทิตย์” (บทธรรมนิพนธ์ “การเลือกเวลา”)

เซ็งเจา (ค.ศ. 384-414): พระสงฆ์รูปหนึ่งในสมัยราชวงศ์จิ้นตะวันออก(ค.ศ.317-420)ในประเทศจีน เขาเกิดที่นครฉางอานและศึกษาปรัชญาเหลาจื๊อและจวงจื๊อ อย่างไรก็ตาม เมื่อได้อ่านวิมลเกียรติสูตร เขาตัดสินใจเป็นพระสงฆ์ในศาสนาพุทธ ต่อมา เขาได้ยินเกี่ยวกับพระกุมารชีวะและเป็นหนึ่งในลูกศิษย์โดดเด่นที่สุดของเขา

3 กายที่รู้แจ้งที่ไม่ถูกสร้างและไม่ประดับประดา (無作三身มุซะ ซันจิน)
นี่คือคำหนึ่งซึ่งใช้บรรยายลักษณะพิเศษของพระพุทธะแท้ของศาสนาพุทธแห่งการหว่าน แต่เดิม “ไม่ถูกสร้างและไม่ประดับประดา”ในภาษาญี่ปุ่น (無作มุซะ) หมายถึงสภาพที่เป็นธรรมชาติและไม่ประดับประดา 3 กายที่รู้แจ้งที่ไม่ถูกสร้างและไม่ประดับประดา หมายถึง สภาพที่เป็นธรรมชาติและไม่ประดับประดาซึ่งมี 3 กายที่รู้แจ้ง(三身ซันจิน) คือ ธรรมกาย (คุณสมบัติของธรรมะ) สัมโภคกาย(คุณสมบัติของปัญญา) และนิรมาณกาย (คุณสมบัติของการกระทำที่มีความเมตตา) เช่นกัน คำนี้ชี้ให้เห็นว่า ในทางตรงข้ามกับพระพุทธะชั่วคราวที่มีลักษณะสูงส่งและประดับประดาอย่างงดงาม พระพุทธะแท้มี 3 กายที่รู้แจ้งภายในตัวท่านเองในฐานะมนุษย์ปุถุชน

ข้อความหนึ่งในบทธรรมนิพนธ์ “คำสอนปากเปล่า” กล่าว:
“3 กายที่รู้แจ้งที่ไม่ถูกสร้างและไม่ประดับประดาคือผู้อุทิศชีวิตต่อสัทธรรมปุณฑริกสูตรในสมัยปัจฉิมธรรม ชื่อที่น่าเคารพ คือ นัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว” (ชินเพ็น หน้า 1765)
ดังนั้น พระนิชิเร็นไดโชนินตัวท่านเองคือการรวมเข้าด้วยกันของสภาพที่เป็นธรรมชาติและไม่ประดับประดาที่มี 3 กายที่รู้แจ้ง และคือตัวตนแท้ของนัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียวเช่นกัน บทธรรมนิพนธ์ฉบับเดียวกันกล่าวต่อ:
“จะได้มาซึ่ง 3 กายที่รู้แจ้งที่ไม่ถูกสร้างและไม่ประดับประดาด้วยคำหนึ่ง คำเดียวนั้นคือ “信ชิน” (ความศรัทธา)” (ชินเพ็น หน้า 1766)
ข้อความนี้สอนว่าโดยการนับถือ มีความศรัทธา และปฏิบัติเมียวโฮ-เร็งเง-เคียว พวกเรา (ผู้คนในสมัยปัจฉิมธรรม) สามารถพัฒนาคุณความดีแห่งสภาพที่เป็นธรรมชาติและไม่ประดับประดาซึ่งมี 3 กายที่รู้แจ้ง (ระบบคำศัพท์ของนิชิเร็น โชชู เล่ม 1 หน้า 174-175)