การปฏิบัติชะคุบุขุและพฤติกรรมของผู้คน

วัดไทเซคิจิ
คำบรรยายโอโกะ - กุมภาพันธ์ 2018

นี่คือ "ปีแห่งการกระทำ" "การกระทำ" หมายถึงทำสิ่งต่างๆ หมายถึงพฤติกรรมของผู้คนพฤติกรรมของบุคคลหนึ่งเปิดเผยระดับสติปัญญาและบุคลิกภาพของคนๆหนึ่งอย่างชัดเจน
ยกตัวอย่าง เกิดอะไรขึ้นเมื่อบุคคลที่มีอารมณ์ร้อนและเห็นแก่ตัวขับรถยนต์? บางสิ่งที่เล็กน้อย จะทำให้เขาโกรธ และในการระเบิดความโกรธ เขาอาจจะระบายอารมณ์ใส่รถคันที่อยู่ข้างหน้าเขา บุคคลเช่นนั้นอาจจะนำผู้อื่นไปสู่อุบัติเหตุและอาจจะฆ่าคนได้ พฤติกรรมเห็นแก่ตัวของบุคคลหนึ่งสามารถเปลี่ยนรถยนต์ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ที่อำนวยความสะดวกกลายเป็นอาวุธที่ทำอันตรายถึงชีวิต ในทางตรงข้าม เมื่อคนขับรถใจดีและมีน้ำใจแม้เพียงเล็กน้อย บุคคลนี้จะใส่ใจความปลอดภัยเป็นอันดับแรก และการกระทำของเขาจะนุ่มนวลต่อรถยนต์ด้วย คนขับรถคันที่เขายอมให้ทางแก่บางทีจะรู้สึกซาบซึ้ง ความแตกต่างน้อยนิดในพฤติกรรมของพวกเราสามารถทำให้ตนเองและผู้อื่นมีความสุขหรือความเศร้าโศก หรือความซาบซึ้ง หรือความเกลียดชัง
เมื่อพวกเราไปวัดใหญ่ บ่อยครั้ง พวกเราเห็นผู้คนหยุดและพนมมือเมื่อพวกเขาเดินผ่านมิเออิโดเคียะกุเด็น และมุตสึโบะ พฤติกรรมนี้คือการแสดงความศรัทธาที่คนเหล่านั้นมีต่อโกฮนซน
เมื่อบุคคลหนึ่งยึดมั่นความศรัทธาแท้ พวกเขาจะพบว่าการกระทำของพวกเขาในชีวิตประจำวันจะมีน้ำใจและมีความเมตตา อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้คนยึดมั่นความเชื่อไม่ถูกต้อง พฤติกรรมของพวกเขามักจะเห็นแก่ตัวและรับใช้ตัวเอง สนใจแต่เรื่องของพวกเขาเองเท่านั้น
พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าวเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้คนในบทธรรมนิพนธ์ "ว่าด้วยจักรพรรดิซูชุน" ดังต่อไปนี้: "หัวใจแห่งคำสอนตลอดพระชนม์ชีพของพระศากยมุนีพุทธะคือสัทธรรมปุณฑริกสูตร และหัวใจแห่งการปฏิบัติสัทธรรมปุณฑริกสูตรถูกเปิดเผยในบท "พระสทาปริภูตโพธิสัตว์" (ฟุเคียว; บทที่ 20) อะไรคือความหมายของความเคารพซึ่งพระสทาปริภูตโพธิสัตว์แสดงต่อผู้คน? ความ หมายแห่งจุดมุ่งหมายแท้แห่งการประสูติของพระศากยมุนีพุทธะบนโลกนี้ถูกแสดงในพฤติกรรมของพระองค์ที่เป็นมนุษย์ ช่างฉลาดและช่างลึกซึ้งยิ่งนัก! ผู้ที่ฉลาดถูกเรียกว่ามนุษย์ ในขณะที่ผู้ที่โง่มิใช่อะไรนอกจากสัตว์" (ชินเพ็น หน้า 1174)
สัทธรรมปุณฑริกสูตรคือคำสอนที่แสดงถึงจุดมุ่งหมายแท้แห่งการประสูติของพระศากยมุนีพุทธะบนโลกนี้ คำสอนต่างๆก่อนหน้านี้คือคำสอนกุศโลบายเพื่อการอธิบายสัทธรรมปุณฑริกสูตรเมื่อพระศากยมุนีพุทธะเทศนาสัทธรรมปุณฑริกสูตรในที่สุดพระองค์สอนความเป็นไปได้ของการรู้แจ้งสำหรับผู้คนแห่งทวิยาน คนชั่ว และผู้หญิง
นอกจากนี้ แก่นแท้แห่งการปฏิบัติสัทธรรมปุณฑริกสูตรคือพฤติกรรมของพระสทาปริภูตโพธิ สัตว์ ซึ่งถูกบรรยายในบท "พระสทาปริภูตโพธิสัตว์" (ฟุเคียว; บทที่ 20) ดังต่อไปนี้:
"อาตมามีความเคารพท่านอย่างสุดซึ้ง อาตมาไม่กล้าปฏิบัติต่อท่านด้วยการดูหมิ่นหรือความทะนงตัว ทำไมล่ะ? เนื่องจากทุกท่านกำลังปฏิบัติวิถีทางโพธิสัตว์และบรรลุพุทธภาวะแน่นอน"
(โฮเคเคียว หน้า 500; สัทธรรมปุณฑริกสูตร แปลโดยนายวัตสัน เบอร์ตัน หน้า 266-267)
ดังนั้น พระสทาปริภูตโพธิสัตว์ท่องข้อความในพระสูตรนี้ที่มีอักษร 24 ตัวเสมอ มีความมุ่งมั่นในหัวใจของเขา และปฏิบัติ พระสทาปริภูตโพธิสัตว์ทุ่มเทความพยายามมากในการเคารพผู้คนและนับถือผู้คนอย่างสุดซึ้ง เนื่องจากพวกเขาทุกคนมีธรรมชาติพุทธะและสามารถบรรลุพุทธภาวะได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ถูกเคารพในลักษณะนี้ด้วยการพนมมือ เข้าใจผิดในสิ่งที่ท่านกำลังทำและคิดว่าท่านเล่นตลก พวกเขาจึงไม่สามารถรับคำพูดที่มีความเมตตาของพระสทาปริภูตโพธิสัตว์อย่างจริงใจ ไม่เพียงเท่านั้นพวกเขาวิจารณ์ท่านและกระทำการรุนแรงโดยการขว้างก้อนหินใส่ท่านและตีท่านด้วยไม้เรียว
อย่างไรก็ตาม พระสทาปริภูตโพธิสัตว์ตั้งใจว่าจะไม่มีวันถดถอยหรือยอมแพ้ ท่านดำเนินชีวิตทั้งชีวิตด้วยความเชื่อมั่นว่าท่านจะช่วยทุกคนแม้แต่ผู้ที่บีฑาท่าน เนื่องจากในที่สุดพวกเขาจะสามารถบรรลุพุทธภาวะด้วยความสัมพันธ์ย้อนกลับ
พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าวในบทธรรมนิพนธ์ "นักปราชญ์รู้ 3 ชาติของชีวิต" ดังต่อไปนี้:
"อาตมา นิชิเร็น เป็นผู้อุทิศชีวิตต่อสัทธรรมปุณฑริกสูตร เนื่องจากอาตมาปฏิบัติตามพระสทาปริภูตโพธิสัตว์ (ฟุเคียว) ผู้ที่ดูถูกและดูหมิ่นอาตมาศีรษะของพวกเขาจะแตกเป็น 7 เสี่ยง* ในทางตรงข้าม ผู้ที่เชื่ออาตมาจะสะสมโชคลาภมีความสูงเท่ากับภูเขาพระสุเมรุ" (ชินเพ็น หน้า 748)
ดังนั้น พระนิชิเร็น ไดโชนินอธิบายว่าพวกเราต้องไม่ทอดทิ้งแม้แต่ผู้ที่แกล้งพวกเรา ตลอดชีวิตของพระนิชิเร็น ไดโชนิน ท่านช่วยทุกคนรวมทั้งผู้ที่เชื่อท่านและผู้ที่ดูหมิ่นท่าน เนื่องจากพวกเขาทุกคนมีความสัมพันธ์ด้านบวกหรือย้อนกลับกับท่าน ท่านกล่าวว่าพฤติกรรมของท่านทำตามพฤติกรรมของพระสทาปริภูตโพธิสัตว์
เมื่อพวกเราทำชะคุบุขุ พวกเราต้องให้ความสนใจพฤติกรรมของตนเองเป็นพิเศษ ในการทำชะคุบุขุ ผู้อื่นมักจะวิจารณ์หรือดูถูกพวกเรามากกว่าจะเข้าใจพวกเรา สิ่งสำคัญสำหรับพวกเราคือจัดการสถานการณ์เช่นนั้นด้วยคำพูดและการกระทำที่มีความเมตตา
ในบทธรรมนิพนธ์ "การสร้าง 4 ผู้นำพระโพธิสัตว์เป็นสิ่งสักการะ" มีข้อความดังต่อไปนี้:
"ผู้ที่อ้างว่าเป็นลูกศิษย์ของพระนิชิเร็นและปฏิบัติสัทธรรมปุณฑริกสูตรต้องทำตามอาตมา"
(ชินเพ็น หน้า 1370)
ในฐานะลูกศิษย์และผู้ติดตามพระนิชิเร็น ไดโชนิน พวกเราควรจะพยายามสุดความสามารถเพื่อเลียนแบบพฤติกรรมของพระนิชิเร็น ไดโชนินเสมอ พระสังฆราชนิชิเนียว โชนินกล่าวถึงพฤติกรรมที่พวกเราควรจะยืนหยัดในชีวิตประจำวันดังต่อไปนี้:
"มันต้องไม่เป็นเรื่องดีแต่พูดเท่านั้น คำพูดของพวกเราต้องมาพร้อมกับการกระทำเสมอ กล่าวอีกนัยหนึ่ง พฤติกรรมปกติของพวกเราในชีวิตประจำวันสำคัญอย่างแท้จริง และพฤติกรรมปกติของพวกเราก็คือการเผยแผ่นั่นเอง.....เพื่อที่จะนำผู้คนได้อย่างถูกต้องและจำนวนมากมายเท่าที่เป็นไปได้ พวกเราต้องทุ่มเทความพยายามสุดความสามารถในการยึดมั่นความศรัทธาเข้มแข็ง ครอบคลุม 3 ทางของการกระทำ ในความคิด คำพูด และการกระทำ นอกจากนี้ พวกเราจำเป็นต้องเรียนพลังเพื่อโน้มน้าวผู้คน เหมือนพระสทาปริภูตโพธิสัตว์ เพื่อที่จะทำให้ได้เช่นนี้ พวกเราต้องมั่นใจอย่างเต็มที่ในเรื่องความสำคัญของการยึดมั่นการปฏิบัติศาสนาพุทธตามปกติในแต่ละวันโดยไม่ถดถอย และแสดงพฤติกรรมที่ดีเลิศในชีวิตประจำวันของพวกเราด้วย" (วารสารไดนิชิเร็น ฉบับ 739 หน้า 40)
พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าว:
"ความปรารถนาแรงกล้าคือการเผยแผ่สัทธรรมปุณฑริกสูตร"
(บทธรรมนิพนธ์ "คำสอนปากเปล่า" ชินเพ็น หน้า 1749)
และ
"ความมุ่งมาดปรารถนาสูงสุดของพวกเราควรจะเป็นดินแดนพุทธะ"
(บทธรรมนิพนธ์ "จดหมายตอบโทคิ นิวโด" ชินเพ็น หน้า 488)
หมายความว่าพวกเราต้องเผยแผ่ศาสนาพุทธแท้ด้วยชะคุบุขุ และยิ่งกว่านั้น พวกเราต้องมารวมตัวกันและมีหนึ่งใจเพื่อที่จะบรรลุความปรารถนาแรงกล้าแห่งการโคเซ็น-รุฝุ (การสร้างดินแดนพุทธะ)
พระนิชิเร็น ไดโชนินเขียน:
"ถ้าจิตใจของท่านเป็นหนึ่งเดียวกับพระนิชิเร็นฯ ท่านต้องเป็นหนึ่งในพระโพธิสัตว์แห่งพื้นโลก"
(บทธรรมนิพนธ์ "ตัวตนแท้ของปรากฏการณ์ทั้งหมด" ชินเพ็น หน้า 666)
พระนิชิเร็น ไดโชนินอธิบายว่าพฤติกรรมของพวกเราเพื่อยืนหยัดและทำชะคุบุขุให้มากเท่าที่เป็นไปได้คือพฤติกรรมของผู้ติดตามพระโพธิสัตว์แห่งพื้นโลก ซึ่งมีจิตใจเดียวกับพระนิชิเร็น ไดโชนิน อย่างแท้จริง พวกเราต้องแสดงพฤติกรรมนี้ขณะที่ปรารถนาที่จะทำให้มวลมนุษยชาติมีความสุขและสร้างดินแดนพุทธะที่สงบสุข
ในปี ค.ศ.1990 แห่งวาระการครบ 700 ปีการก่อตั้งวัดไทเซคิจิ พวกเราจัดให้มีการโทซังทั่วไปของผู้นับถือฮกเคโกะ 30,000 คนที่วัดใหญ่ ณ เวลานั้น พระสังฆราชองค์ที่ 67 พระนิคเค่น โชนิน อธิบายแก่พวกเราดังต่อไปนี้:
"ทุกท่าน (ผู้นับถือฮกเคโกะ) คือผู้ที่มีกรรมสัมพันธ์กับพระโพธิสัตว์แห่งพื้นโลก สิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับพวกเราคือพัฒนาความเชื่อมั่นที่พวกเราแต่ละคนเป็นผู้ติดตามพระโพธิสัตว์แห่งพื้นโลก และบนพื้นฐานความเชื่อมั่นนี้ ขอให้พวกเราก้าวหน้าด้วยการทุ่มเทและสวดมนต์ทำวาระ สวดไดโมขุอย่างจริงใจและทำชะคุบุขุที่มีความเมตตา"
พระสังฆราชนิชิเนียว โชนินกล่าว:
"ชะคุบุขุคือภารกิจสำคัญซึ่งพระนิชิเร็น ไดโชนินมอบแก่พวกเราที่เป็นพระสงฆ์และผู้นับถือฆราวาสของนิชิเร็น โชชู กล่าวอีกนัยหนึ่ง นี่คือภารกิจสำคัญอย่างยิ่งที่พวกเราในฐานะผู้ติดตามพระโพธิสัตว์แห่งพื้นโลกที่จะต้องทำให้สำเร็จ...เมื่อพวกเรามองดูความสับสนและความหลงผิดบนโลกรอบตัวพวกเราทุกวันนี้ พวกเราต้องเข้าใจว่าสิ่งจำเป็นที่สุดสำหรับพวกเราแต่ละคน ณ เวลานี้คือทำชะคุบุขุอย่างแน่วแน่ จากนั้นการชะคุบุขุจะทำให้พวกเราแต่ละคนมีความปิติและทำให้เกิดความสุขแท้ในประเทศและทั้งโลกอย่างแน่นอน ตามหลักการความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างชีวิตกับสิ่งแวดล้อม (เอะโช ฟุนิ)" (วารสารไดนิชิเร็น ฉบับ 769 หน้า 39)
ในบท "ธรรมาจารย์" (ฮสชิ; บทที่ 10) ของสัทธรรมปุณฑริกสูตรอธิบายหลักแห่งกฎ 3 ข้อของการเทศนา คือ จีวร บัลลังก์ และวิหาร หลักนี้อธิบายท่าทีถูกต้องที่พวกเราต้องรักษาไว้ในการทำชะคุบุขุของพวกเรา
ในบทธรรมนิพนธ์ "คำสอนปากเปล่า" พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าว:
"จีวรหมายถึงการสวมเสื้อแห่งความอ่อนโยนและความอดทน นี่คือความหมายของ " การสวมเสื้อเกราะแห่งความอดทน" บัลลังก์หมายถึงการอุทิศชีวิตตนเองต่อการปฏิบัติโดยไม่เสียดายชีวิตของตน ข้อความนี้หมายถึงอยู่บนที่นั่งแห่งความว่างเปล่า (ศูนยตา) ทำให้ตัวเองเป็นอิสระจากความหลงผิดทั้งหมด วิหาร หมายถึง การเผยแผ่ธรรมะแท้ด้วยความเมตตามาก" (ชินเพ็น หน้า 1750)
พระสังฆราชนิชิเนียว โชนินมอบคำแนะนำแก่พวกเราว่าด้วยการมีหัวใจที่มีความเมตตา การยืนหยัดพฤติกรรมอ่อนโยนและอดทน และการพัฒนาภูมิชีวิตซึ่งพวกเราไม่เคยย่อหย่อนและยังคงไม่ยึดติดกิเลสดังต่อไปนี้:
"อาตมาขอกล่าวสั้นๆเกี่ยวกับหลักแห่งกฎ 3 ข้อของการเทศนา คือ จีวร บัลลังก์ และวิหาร "การเข้าไปในวิหารของพระพุทธะ" หมายถึงความเมตตามาก กล่าวอีกนัยหนึ่ง จงพัฒนาหัวใจแห่งความเมตตาในชีวิตของพวกเราแต่ละคนเพื่อช่วยมวลมนุษยชาติ "สวมจีวรของพระพุทธะ" หมายถึงสวมเครื่องแต่งกายแห่งความอ่อนโยนและความอดทน ความอ่อนโยนหมายถึงรับศาสนาพุทธแท้เข้ามาในหัวใจของพวกเราด้วยความจริงใจและความซื่อสัตย์ ความอดทนหมายถึงความอดกลั้นต่อการสบประมาท การกลั่นแกล้ง และความทรมานทั้งหลาย ยังคงไม่หวั่นไหวต่อคำวิจารณ์ การสบประมาท การประณาม และการดูหมิ่นใดๆ และมันหมายถึงการเอาชนะความทุกข์ยากที่เลวร้ายที่สุด "นั่งบนบัลลังก์ของพระพุทธะ" คือยังคงไม่ยึดติดต่อกิเลสทั้งหลายอย่างสงบ ไม่ถูกความยึดติดที่ฝังใจครอบงำ และเผยแผ่คำสอนของพระนิชิเร็น ไดโชนิน นี่คือการปฏิบัติตามหลักการไม่เสียดายชีวิตของคนๆหนึ่งเพื่อเผยแผ่ธรรมะ ดังนั้น เมื่อพวกเราทุ่มเทความพยายามสุดความสามารถเพื่อทำชะคุบุขุ โดยคำนึงถึงกฎ 3 ข้อของการเทศนาเพื่อการเผยแผ่ธรรมะ ในฐานะทูตของพระพุทธะ พวกเราจะได้รับกุศลผลบุญแห่งการปฏิบัติเพื่อพวกเราเองและเพื่อผู้อื่น ดังนั้น พวกเราจะสามารถดำเนินชีวิตที่มีคุณค่าที่สุด" (วารสารไดนิชิเร็น ฉบับ 800 หน้า 62)
จากข้อความจากบทธรรมนิพนธ์ของพระนิชิเร็น ไดโชนินและคำพูดของพระสังฆราชนิชิเนียว โชนิน พวกเราพูดถึงการปฏิบัติชะคุบุขุและพฤติกรรมของผู้คน จากมุมมองของ:
1. พฤติกรรมของพระสทาปริภูตโพธิสัตว์;
2. ความภูมิใจของพวกเราในการเป็นผู้ติดตามพระโพธิสัตว์แห่งพื้นโลก และ
3. การปฏิบัติจริงบนพื้นฐาน 3 กฎของการเทศนา จีวร บัลลังก์ และวิหาร
ขอให้พวกเราลิ้มรสความปิติในการมีโชคลาภที่ได้พบการครบ 800 ปีแห่งการเกิดของผู้ก่อตั้ง (พระนิชิเร็นไดโชนิน) ในปีค.ศ. 2021 และการสร้างองค์กรฮกเคโกะที่มีผู้นับถือ 800,000 คน นอกจากนี้ ขอให้พวกเราก้าวหน้าด้วยการทุ่มเทต่อความศรัทธาและการปฏิบัติของพวกเราด้วยพฤติกรรมที่มีความเมตตา เพื่อที่จะช่วยผู้คนที่สับสนและหลงทาง ให้พ้นทุกข์ ขอให้พวกเราสะสมมหาปิติ วันแล้ววันเล่า ขณะที่พวกเราบรรลุเป้าหมายชะคุบุขุสำหรับปีนี้ ซึ่งเป็นปีแห่งการกระทำ อย่าง แน่นอน

ข้อความเพิ่มเติม
* ผู้ที่ดูหมิ่นผู้อุทิศชีวิตต่อสัทธรรมปุณฑริกสูตรจะได้รับการลงโทษ นี่คือการอ้างอิงโคลงในบทธารณี บทที่ 26 ของสัทธรรมปุณฑริกสูตรซึ่งมีใจความว่า "ใครก็ตามดูหมิ่นคำสอนของพระพุทธะ / และสร้างปัญหาแก่ผู้ที่สอนธรรมะ / ศีรษะของเขาจะแตกเป็น 7 เสี่ยง"