บทธรรมนิพนธ์ "จดหมายตอบเคียวโอ" ตอน 5

โอโกะ - มิถุนายน 2016
วัดไคเมียว-อิน ประเทศสิงคโปร์
พระคุณเจ้าโชสึ โนมูระ

วันนี้อาตมาอยากจะบรรยายว่าด้วยบทธรรมนิพนธ์ "จดหมายตอบเคียวโอ" ต่อ
"โชคร้ายของเคียวโอ โกเซ็นจะเปลี่ยนเป็นโชคดี จงเพิ่มความศรัทธาของท่านและสวดมนต์ต่อโกฮนซนนี้ เมื่อนั้นยังจะมีอะไรที่ไม่สำเร็จ? ท่านควรจะเชื่อสัทธรรมปุณฑริกสูตรในเมื่อพระสูตรนี้กล่าว "พระสูตรนี้สนองความต้องการของคนๆหนึ่ง มันเป็นสระน้ำใสที่ดับความกระหายน้ำ" และ "พวกเขาจะมีความสงบสุขและความปลอดภัยในชาตินี้และสิ่งแวดล้อมดีในชาติหน้า" "
ส่วนนี้ของบทธรรมนิพนธ์เป็นที่รู้จักกันและสำคัญมาก และพูดเกี่ยวกับกุศลผลบุญยิ่งใหญ่ ข้อความจากบทธรรมนิพนธ์นี้มีความหมายลึกซึ้งมาก และดังนั้น อาตมาจึงแบ่งออกเป็น 2 ส่วน วันนี้อาตมาจะพูดเกี่ยวกับส่วนแรกของข้อความจากบทธรรมนิพนธ์นี้และส่วนที่ 2 ในเดือนหน้า
ณ ตอนต้นของข้อความจากบทธรรมนิพนธ์ พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าว: "โชคร้ายของเคียวโอ โกเซ็นจะเปลี่ยนเป็นโชคดี"
ข้อความจากบทธรรมนิพนธ์นี้สั้นมาก แต่มีความหมายสำคัญ อันดับแรก อาตมาอยากจะพูดเกี่ยวกับ 5 ประเด็นดังต่อไปนี้เกี่ยวกับข้อความจากบทธรรมนิพนธ์นี้ และหลังจากนั้น อาตมาจะอธิบายแต่ละประโยค
1.ความหมายของคำ "เท็น" (転ten) ที่ถูกแปลเป็น "เปลี่ยน" ในประโยค "โชคร้ายจะเปลี่ยนเป็นโชคดี"
2. เกี่ยวกับ "โชคร้ายและโชคดี"
3. ความหมายของ "โซะกุ" (即Soku)
4. เคียวโอ โกเซ็นจะบรรลุพุทธภาวะ
5. ประสบการณ์เกี่ยวกับโชคร้ายจะเปลี่ยนเป็นโชคดี

1. ความหมายของคำ "เท็น"(転ten) ที่ถูกแปลเป็น "เปลี่ยน"ในประโยค "โชคร้ายจะเปลี่ยนเป็นโชคดี"
ในพจนานุกรมอ๊อกซ์ฟอร์ด ความหมายของคำ "เปลี่ยน" คือ "แตกต่าง" (become different), "แทนที่" (replace) และ "แลกเปลี่ยน" (exchange) และอื่นๆ คำ "เปลี่ยน"นี้ไม่ได้หมายถึง "แทนที่" หรือ "แลกเปลี่ยน" แต่มันคล้ายคลึงกับ "แตกต่าง"
สามารถพูดได้ว่าโชคร้ายของเคียวโอ โกเซ็นจะเป็นลักษณะที่แตกต่าง ซึ่งคือโชคดี พระนิชิคัน โชนินกล่าวใน "การตีความบทธรรมนิพนธ์ "ความหมายของตัวตนแท้แห่งเมียวโฮ-เร็งเง-เคียว" ":
"คำถาม: อะไรคือความหมายของคำว่า "เท็น転" นั่นคือ "เปลี่ยน" หรือ "การเปลี่ยนสภาพ"? คำตอบ: คำว่า "เท็น" หมายถึง สภาพซึ่งมันไม่เปลี่ยนตัวตน แต่คือสภาพซึ่งมันเปลี่ยนรูปร่าง เช่นนี้คือความหมายของ "เท็น" "
ณ ที่นี้ คำสำคัญ (key words) คือ "ตัวตน" และ "รูปร่าง" "ตัวตน" จะไม่เปลี่ยน แต่ "รูปร่าง"จะเปลี่ยน นี่คือความหมายของคำ "เท็น" หรือ "เปลี่ยน" (change) ในข้อความจากบทธรรมนิพนธ์
"ตัวตน" นี้หมายถึงเคียวโอ โกเซ็นตัวเขาเอง และ "รูปร่าง" หมายถึง "โชคร้าย" และ "โชคดี"ที่สามารถเกิดขึ้นในชีวิตของเขา ดังนั้น เคียวโอ โกเซ็นตัวเขาเองไม่ได้เปลี่ยนตัวตนของเขาแต่ "โชคร้าย" ของเขาจะเปลี่ยนเป็น "โชคดี"
ยกตัวอย่าง บุคคลที่มองโลกในแง่ร้ายจะมองโลกในแง่ดีโดยไม่เปลี่ยนตัวตนของเขา บุคคลที่พิการทางจิตใจจะเป็นบุคคลปกติ บุคคลที่อ่อนแอทางกายจะเป็นบุคคลแข็งแรง หรือบุคคลที่มีความเจ็บป่วยจะหายจากความเจ็บป่วย
ถ้าอาตมาอธิบายโดยใช้คำสอนศาสนาพุทธที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ถือว่าธรรมชาติพุทธะของคนๆหนึ่งเป็นตัวตนแท้แห่งชีวิตของคนๆนั้น และมันจะมีอิทธิพลต่อ "โชคร้าย" และ "โชคดี"ของคนๆนั้น ธรรมชาติพุทธะของเคียวโอ โกเซ็นไม่ได้เปลี่ยน แต่ลักษณะ "โชคร้าย"ของเขาเปลี่ยนเป็นลักษณะ "โชคดี" ด้วยพลังความศรัทธาและพลังการปฏิบัติ
อาตมาขออธิบายเรื่องนี้เพิ่มเติม ถึงแม้ว่าการเปลี่ยนแปลงยังไม่ปรากฏให้เห็น แต่ภายใน รากแห่งโชคร้ายเริ่มเปลี่ยนเป็นรากแห่งโชคดี ซึ่งนำไปสู่ลักษณะโชคดีแล้ว
นอกจากนี้ พวกเราจะสามารถเข้าใจเรื่องนี้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อพวกเราพิจารณาคำสอน "ไนโช-โจบุตสึ" ซึ่งหมายถึงการรู้แจ้งภายใน หรือ "โซะกุชิน-โจบุตสึ" ซึ่งหมายถึงการบรรลุพุทธภาวะในรูปกายปัจจุบันของคนๆหนึ่ง ยกตัวอย่าง 3 หนทางแห่งกิเลส กรรมและความทุกข์จะเปลี่ยนเป็นคุณธรรม 3 ประการแห่งธรรมกาย ปัญญา, และความหลุดพ้น
นี่คือความหมายลึกซึ้งยิ่งขึ้นของประโยค "โชคร้ายของเคียวโอ โกเซ็นจะเปลี่ยนเป็นโชคดี"
ถึงแม้ว่ามีกุศลผลบุญ 2 ชนิด "กุศลผลบุญเห็นชัด"และ "กุศลผลบุญนานวันเห็น" โชคร้ายของพวกเราจะเปลี่ยนเป็นโชคดีถ้าพวกเราเชื่อในโกฮนซน สวดไดโมขุและทำชะคุบุขุ
ประเด็นที่ 2 -เกี่ยวกับ "โชคร้ายและโชคดี"
ท่านอาจจะรู้ว่าคำ "โชคร้าย" และ "โชคดี"ซึ่งถูกใช้ในบทธรรมนิพนธ์ "จดหมายตอบเคียวโอ"เป็นคำตรงข้าม "โชคร้าย" คือคำสำหรับสภาพ "เชิงลบ" และ "โชคดี" คือคำสำหรับสภาพ "เชิงบวก" ในคำสอนศาสนาพุทธ พูดอย่างง่ายๆ ลักษณะด้านลบในชีวิตของพวกเราถูกเรียกว่า "ความมืด"ใน ขณะที่ลักษณะด้านบวกในชีวิตของพวกเราถูกเรียกว่า "ธรรมชาติของธรรมะ"
เมื่อพวกเราพิจารณาลักษณะด้านลบทั้งหมดในชีวิตของพวกเรา อาทิ กิเลส กรรมและความทุกข์ รวมทั้งโชคร้ายเป็น "ความมืด" และลักษณะด้านบวกทั้งหมดในชีวิตของพวกเราเป็น "ธรรมชาติของธรรมะ" พวกเรามนุษย์ปุถุชนมักจะคิดว่า "ความมืด" กับ "ธรรมชาติของธรรมะ" เป็นลักษณะที่ต่างกัน พวกเราคิด อาจกล่าวได้ว่า ว่า "ความมืด" กับ "ธรรมชาติของธรรมะ" เป็นการมีอยู่ที่ไม่เหมือน กัน อย่างไรก็ตาม พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าวในบทธรรมนิพนธ์ "คำสอนปากเปล่า" (องงิ คุเด็น):
"ความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างความมืดกับธรรมชาติของธรรมะถูกเรียกว่า "เมียวโฮ" ธรรมมหัศจรรย์"
สามารถถือว่า "ความมืด" และ "ธรรมชาติของธรรมะ" เป็นตัวตนเดี่ยว หมายถึง สามารถถือว่า "โชคร้าย" และ "โชคดี" เป็นการมีอยู่ที่เหมือนกัน แต่ปรากฏเป็นลักษณะที่ต่างกัน ณ ที่นี้ผู้ที่มีความรู้ลึกซึ้งเกี่ยวกับคำสอนศาสนาพุทธอาจจะรู้ว่าคำสอน "即โซะกุ" สามารถอธิบายความสัมพันธ์ระหว่าง "โชคร้าย" กับ "โชคดี"นี้ ยกตัวอย่าง "煩悩即菩提 บนโน โซะกุ โบได" (กิเลสคือการรู้แจ้ง) และ "生死即涅槃โชจิ โซะกุ เนฮัน" (ความทุกข์แห่งการเกิดและความตายสามารถเปลี่ยนเป็นนิพพาน)
ประเด็นที่ 3 -ความหมายของ "โซะกุ" (即Soku)
"โซะกุ" คำศัพท์ศาสนาพุทธ มีหลายความหมาย "โซะกุ" หลักการสำคัญ ถูกเปิดเผยในส่วนลึกของคำสอนสัทธรรมปุณฑริกสูตร เพื่อที่จะอธิบายความหมายของ "โชคร้ายของเคียวโอ โกเซ็นจะเปลี่ยนเป็นโชคดี" ณ ที่นี้อาตมาอยากจะพูดเกี่ยวกับ "โซะกุ" โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากแนวความคิด "เกียะกุ-โซะกุ-เซจุน" หรือ "ย้อนกลับคือตรงไปข้างหน้า" ซึ่งมาจากสัทธรรมปุณฑริกสูตร
คำ "โซะกุ" ตามตัวอักษรหมายถึง "เปลี่ยนสภาพเป็น" "เปลี่ยนเป็น" "กลายเป็น" "การปรากฏทันที" "เท่ากับ" หรือ "เป็น" มันมีความหมายเหมือนกับ "เท็น" ซึ่งหมายถึง "เปลี่ยน"ที่ถูกใช้ในข้อความจากบทธรรมนิพนธ์ข้างต้น
ถึงแม้ว่าการมีอยู่ของบางสิ่งเป็นด้านลบมาก มันสามารถเปลี่ยนเป็นบางสิ่งในด้านบวกเนื่องมาจากหลักการ "โซะกุ" ยกตัวอย่าง "กิเลสคือการรู้แจ้ง" "ความทุกข์แห่งการเกิดและความตายสามารถเปลี่ยนเป็นนิพพาน" และ "นรกในตัวมันเองคือดินแดนที่รู้แจ้ง"
ท่านอาจจะประหลาดใจว่านรกสามารถเป็นดินแดนที่รู้แจ้งได้อย่างไร? นี่คือทฤษฎีที่มหัศจรรย์มากที่มาจาก "เมียว" แห่งเมียวโฮ-เร็งเง-เคียว หลักการ "โซะกุ" หรือ "ย้อนกลับคือตรงไปข้างหน้า"คือหนึ่งในหน้าที่ของ "เมียว"
พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าวในบทธรรมนิพนธ์ "นรกและพุทธภาวะ":
"พระเทวทัตเปลี่ยนนรกแห่งความทรมานไม่สิ้นสุดเป็นสวรรค์แห่งการรู้แจ้งและลูกสาวของนาคราชก็เช่นกันสามารถบรรลุการรู้แจ้งโดยไม่เปลี่ยนรูปกายนาคของเธอ สัทธรรมปุณฑริกสูตรสามารถทำให้บรรลุการรู้แจ้งแม้แต่ผู้ที่ต่อต้านในตอนแรก กุศลผลบุญยิ่งใหญ่เช่นนั้นอยู่ใน "เมียว" อักษรเดียว" (MW 2 หน้า 242)
ทฤษฎี "ย้อนกลับคือตรงไปข้างหน้า" มาจากตัวอย่างของพระเทวทัตซึ่งถูกสอนในสัทธรรมปุณฑริกสูตร พระเทวทัต ที่เป็นคนเหี้ยมที่ร้ายกาจ สามารถบรรลุพุทธภาวะเนื่องมาจากหลักการ "หนึ่งขณะจิตสามพัน" และความจริงที่ว่าทุกคนมี "ธรรมชาติพุทธะ" ความจริงเหล่านี้ถูกเปิดเผยในสัทธรรมปุณฑริกสูตร
บัดนี้อาตมาอยากจะอธิบายความหมายของ "โซะกุ"ด้วยอีกตัวอย่างหนึ่ง, โดยใช้หนึ่งในคำสอนของพระเทียนไท้ซึ่งเขียนโดยชิเมอิ จิเรอิซึ่งถูกเรียกว่า "จิปปุ-นิมน-ชิโย-โช"

รูป A
ณ ที่นี้ ถือว่ากิเลสเป็นรูปร่าง (相โซ) และการรู้แจ้งถูกเข้าใจว่าเป็นธรรมชาติ (性โช) "10 ลักษณะของชีวิต" สอนว่ารูปร่างมีธรรมชาติ ดังนั้น กิเลสและการรู้แจ้งเป็นตัวตนเดี่ยว

รูป B:
แต่ดั้งเดิมกิเลสและการรู้แจ้งเป็นหนึ่งและเป็นตัวตนเดียวกัน เมื่อคนๆหนึ่งมองมันจากด้านของอวิชชา มันถูกยอมรับว่าเป็นกิเลส เมื่อคนๆหนึ่งมองมันจากด้านของการรู้แจ้ง มันถูกยอมรับว่าเป็นการรู้แจ้ง ดังนั้น สามารถพูดได้ว่ากิเลสคือการรู้แจ้ง

รูป C:
จากมุมมองมนุษย์ปุถุชน ดูเหมือนว่ากิเลสและการรู้แจ้งเป็น 2 การมีอยู่ที่ต่างกัน อย่างไรก็ตาม จากมุมมองปัญญาของพระพุทธะ กิเลสและการรู้แจ้งเป็น 2 การมีอยู่แต่เป็นการมีอยู่เดียวด้วยเหมือนความสัมพันธ์ระหว่างคลื่นกับน้ำ

รูป "A" ถูกเรียกว่า "นิโมสึ-โซโงะ" "B" คือ "ไฮเม็น-โซฮน" และ "C" คือ "โทไท-เซ็นเซะ" 3 ความคิดเหล่านี้อธิบายความหมายของ "โซะกุ" หลักการ "โซะกุ" ไม่ชัดเจนในรูป "A" หรือ "B" แต่ชัดเจนในรูป "C"
"A" แสดงให้เห็นว่ากิเลสและการรู้แจ้งไม่ใช่ 2 การมีอยู่ที่แยกจากกัน กิเลสและการรู้แจ้งคือ "ฟุนิ" ซึ่งหมายถึงการมีอยู่ของ "ไม่เป็น 2"
"B" แสดงให้เห็นว่ากิเลสและการรู้แจ้ง "ไม่เป็น 2" แต่คนๆหนึ่งจะต้องมองไปที่ตัวตนของมันจาก 2 ด้านที่ต่างกันของ "อวิชชา" และ "การรู้แจ้ง" ก่อนที่คนๆนั้นสามารถเข้าใจเกี่ยวกับกิเลสและการรู้แจ้ง หมายความว่าตัวตนเดียวกันนี้ไม่ได้มีลักษณะเดียวและสามารถพูดได้ว่าไม่ใช่ "หนึ่ง" เท่านั้น
"C" แสดงให้เห็นว่ากิเลสและการรู้แจ้ง "ไม่เป็น 2" และถือว่าตัวตนของมันเป็น "หนึ่ง"
เมื่อพวกเราพิจารณาคำสอนสัทธรรมปุณฑริกสูตร, รูป "C" คือคำอธิบายหลักการ"โซะกุ" ที่เหมาะสมที่สุด
อย่างไรก็ตาม ถ้าไม่มีคำสอนแท้ของพระนิชิเร็น ไดโชนิน นั่นคือ "มหาธรรมเร้นลับ 3 ประ การ" มันเป็นแค่ทฤษฎี รูป "C" แสดงให้เห็นสภาพที่มีศักยภาพและเป็นกลางของคนๆหนึ่งที่จะได้รับอิทธิพลจากเหตุภายนอกและสิ่งแวดล้อมของเขาอย่างง่ายดาย
ดังนั้น ถ้าไม่มีสิ่งสักการะแท้ กิเลสเป็นกิเลสเท่านั้น อาจกล่าวได้ว่า กิเลส สามารถเปลี่ยนเป็นการรู้แจ้งโดยการสวดไดโมขุต่อโกฮนซนอย่างจริงใจของคนๆหนึ่งเท่านั้น
เมื่อพวกเราพิจารณาข้อความ "โชคร้ายของเคียวโอ โกเซ็นจะเปลี่ยนเป็นโชคดี" จากบทธรรมนิพนธ์, พวกเราสามารถพูดในเรื่องเดียวกัน โชคร้ายเหมือนน้ำมหาสมุทรและโชคดีเหมือนคลื่นน้ำ เหล่านี้เป็นตัวตนเดียวกันที่ปรากฏต่างกัน
ขอให้พวกเราพิจารณาอีกครั้งหนึ่งเกี่ยวกับข้อความจากบทธรรมนิพนธ์ดังต่อไปนี้:
"ความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างความมืดกับธรรมชาติของธรรมะถูกเรียกว่า "เมียวโฮ" ธรรมมหัศจรรย์"
"ความมืด" หมายถึงสาเหตุพื้นฐานของกิเลส กรรม และความทุกข์ รวมทั้งโชคร้าย "ธรรมชาติของธรรมะ" หมายถึง "ธรรมชาติพุทธะ" ทั้ง "ความมืด" และ "ธรรมชาติของธรรมะ" เป็นการมีอยู่ที่เหมือนกัน ดังนั้น เมื่อคนๆหนึ่งสวดไดโมขุต่อโกฮนซน ธรรมชาติพุทธะของคนๆนั้นจะถูกกระตุ้นและโชคร้ายจะเป็นโชคดี ถ้าไม่มีความศรัทธาและการปฏิบัติเข้มแข็ง โชคร้ายยังเป็นโชคร้ายเท่านั้นและธรรมชาติพุทธะของคนๆนั้นไม่ถูกกระตุ้น
พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าวในบทธรรมนิพนธ์ "ว่าด้วยความหมายของตัวตนแท้ของเมียวโฮ-เร็งเง-เคียว":
"ผู้ที่ละทิ้งคำสอนกุศโลบายอย่างซื่อสัตย์ ศรัทธาสัทธรรมปุณฑริกสูตรเท่านั้น และสวดนัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว จะเปลี่ยน 3 หนทางแห่งกิเลส กรรม และความทุกข์เป็นคุณธรรม 3 ประการแห่งธรรมกาย ปัญญา และความหลุดพ้น (วิมุตติ) 3 การไตร่ตรองและ 3 สภาวะจะปรากฏในจิตใจของพวกเขาทันที และสถานที่ซึ่งพวกเขาอาศัยจะเป็นดินแดนแห่งแสงสงบสุขตลอดกาล"
(ชินเพ็น หน้า 694)
พวกเราสามารถเข้าใจว่าคำ "โชคร้าย" ใน "โชคร้ายของเคียวโอ โกเซ็นจะเปลี่ยนเป็นโชคดี" เป็น "กิเลส" "กรรม" และ "ความทุกข์" และคำ "โชคดี" ใน "โชคร้ายของเคียวโอ โกเซ็นจะเปลี่ยนเป็นโชคดี" เทียบได้กับธรรมกาย ปัญญา และความหลุดพ้น
เมื่อพวกเราคิดในลักษณะนี้เกี่ยวกับข้อความ "โชคร้ายของเคียวโอ โกเซ็นจะเปลี่ยนเป็นโชคดี" จากบทธรรมนิพนธ์นี้ พวกเราสามารถพูดว่าพระนิชิเร็น ไดโชนินกำลังพูดว่าถึงแม้ว่าเคียวโอ โกเซ็นมีความเจ็บป่วยร้ายแรงและชีวิตของเขาจบลงตอนเยาว์วัย เขาเป็นพระพุทธะเนื่องจากเขามีธรรมชาติพุทธะอยู่ในชีวิตของเขา ด้วยการให้กำลังใจและการสั่งสอนจากพ่อแม่ของเขา เขาเป็นผู้นับถือศาสนาพุทธของพระนิชิเร็น ไดโชนิน อาตมาคิดว่านี่คือหนึ่งในความหมายที่พระนิชิเร็น ไดโชนินอยากจะสื่อด้วยข้อความจากบทธรรมนิพนธ์นี้
บัดนี้ อาตมามาถึงตอนท้ายของคำบรรยาย เนื่องจากเวลาไม่พอ, อาตมาจะมาต่อในคำบรรยายโอโกะครั้งหน้าว่าด้วย:
ประเด็นที่ 4 -เคียวโอ โกเซ็นจะบรรลุพุทธภาวะ
ประเด็นที่ 5 -ประสบการณ์เกี่ยวกับโชคร้ายจะเปลี่ยนเป็นโชคดี
อาตมาขอจบคำบรรยายของอาตมาด้วยคำอธิษฐานขอให้ท่านสุขภาพแข็งแรง มีความสุขต่อเนื่องและการโคเซ็น-รุฝุในประเทศสิงคโปร์ ขอขอบคุณมาก!

วารสารไคเมียว ฉบับที่ 84 สิงหาคม - กันยายน 2016 หน้า 13-16