บทธรรมนิพนธ์ "จดหมายตอบเคียวโอ" ตอน 7(จบ)

โอโกะ - สิงหาคม 2016
วัดไคเมียว-อิน ประเทศสิงคโปร์
พระคุณเจ้าโชสึ โนมูระ

ขอขอบคุณมากสำหรับการร่วมพิธีสำคัญพิธีโอโกะเดือนสิงหาคมทั้งๆที่ภารกิจยุ่ง วันนี้อาตมาอยากจะบรรยายว่าด้วยบทธรรมนิพนธ์ "จดหมายตอบเคียวโอ" ต่อ คำบรรยายนี้จะเป็นคำบรรยายตอนที่ 7 ของบทธรรมนิพนธ์ "จดหมายตอบเคียวโอ" และเป็นส่วนสุดท้ายของบทธรรมนิพนธ์ฉบับนี้
วันนี้พวกเราจะให้ความสนใจส่วนหนึ่งของบทธรรมนิพนธ์ "จดหมายตอบเคียวโอ" ดังต่อไปนี้:
"เมื่ออาตมาได้รับการอภัยโทษจากการถูกเนรเทศมาจังหวัดนี้, อาตมาจะรีบไปเมืองคามากุระที่ซึ่งพวกเราจะได้พบกัน ถ้าคนๆหนึ่งพิจารณาอานุภาพของสัทธรรมปุณฑริกสูตร, เขาจะประจักษ์ความเป็นหนุ่มสาวและความเป็นอมตะตลอดกาลแก่สายตาของเขา อาตมาได้แต่เสียใจต่อชีวิตที่ไม่ยั่งยืนของเขา; ดังนั้น อาตมากำลังอธิษฐานสุดกำลังของอาตมาเพื่อให้เทพคุ้มครองเขา โปรดเลียนแบบพฤติกรรมของพระนางวิมลทัตตา(โจโตกุ) และธิดานาคราช นัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว, นัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว, นัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว

ด้วยความเคารพ
นิชิเร็น
15 สิงหาคม"

พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าว, "เมื่ออาตมาได้รับการอภัยโทษจากการถูกเนรเทศมาจังหวัดนี้, อาตมาจะรีบไปเมืองคามากุระที่ซึ่งพวกเราจะได้พบกัน"
พระนิชิเร็น ไดโชนินเขียนบทธรรมนิพนธ์ "จดหมายตอบเคียวโอ"นี้ในวันที่ 15 สิงหาคมค.ศ.1273 ในขณะที่อยู่บนเกาะซาโดะ
ตามที่อาตมากล่าวมาแล้ว, ในสมัยนั้น, การถูกเนรเทศไปเกาะซาโดะหมายถึงความตายแน่นอนพระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าวในบทธรรมนิพนธ์ "ว่าด้วยพฤติกรรมของพระพุทธะ":
"ตามที่พวกเราทุกคนทราบ, การถูกเนรเทศมาเกาะนี้นานๆครั้งจึงสามารถมีชีวิตรอด ถึงแม้ว่าพวกเขารอดชีวิต, พวกเขาจะไม่มีวันกลับบ้านได้" (ชินเพ็น หน้า 1064)
พระนิชิเร็น ไดโชนินมาถึงศาลเจ้าที่ปรักหักพังซึ่งเรียกว่าซันไมโดกลางสุสาน บนทุ่งสึคาฮาระบนเกาะซาโดะและใช้เวลาที่ลำบากที่นั่น
บทธรรมนิพนธ์ "ว่าด้วยพฤติกรรมของพระพุทธะ":
"วันที่ 1 พฤศจิกายน, อาตมาถูกนำตัวมาที่กระท่อมเล็กหลังหนึ่งที่อยู่บนทุ่งซึ่งเรียกว่าสึคาฮาระข้างหลังที่พำนักของฮมมะ โรขุโร ซาเอมนบนเกาะซาโดะ มีพื้นที่ 2 ตารางเมตรเท่านั้น,กระท่อมนี้ตั้งอยู่บนที่ดินผืนหนึ่งซึ่งฝังศพไร้ญาติ, สถานที่เหมือนกับเร็นไดโนะในกรุงเกียวโต ที่นั่นไม่มีพระพุทธรูปเลยและหลังคาและผนังเต็มไปด้วยช่องโหว่ หิมะตกและกองสุม, ไม่เคยละลายจนหมด"
(ชินเพ็น หน้า 1062)
เดือนเมษายน ค.ศ.1272, ประมาณ 5 เดือนหลังจากมาถึงทุ่งสึคาฮาระ, พระนิชิเร็น ไดโชนินย้ายจากทุ่งสึคาฮาระไปที่อิชิโนซาวะ กล่าวกันว่าสภาพที่พักของพระนิชิเร็น ไดโชนินที่อิชิโนซาวะดีกว่าที่เดิม, แต่ท่านยังคงมีเวลาลำบากเนื่องจากเจ้าของบ้านเป็นผู้นับถือนิกายเน็มบุตสึ(สุขาวดี) พระนิชิเร็น ไดโชนินเขียนบทธรรมนิพนธ์ "จดหมายตอบเคียวโอ" นี้ในเดือนสิงหาคม ค.ศ.1273, ในขณะที่อยู่ในที่พักของอิชิโนซาวะ
ในข้อความจากบทธรรมนิพนธ์นี้, พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าว:
"เมื่ออาตมาได้รับการอภัยโทษจากการถูกเนรเทศมาจังหวัดนี้, อาตมาจะรีบไปเมืองคามากุระที่ซึ่งพวกเราจะได้พบกัน"
เมื่อท่านได้ยินข้อความนี้, บางท่านอาจจะคิดว่าพระนิชิเร็น ไดโชนินต้องการพยายามการยกโทษจากรัฐบาลเพื่อที่ท่านสามารถได้รับการอภัยโทษเพื่อที่จะออกจากเกาะซาโดะกลับเมืองคามากุระเนื่องจากชีวิตที่นั่นยากลำบาก แต่นี่ไม่จริงและ, ในความเป็นจริง, มันตรงกันข้าม
พวกเราควรจะเข้าใจว่าพระนิชิเร็น ไดโชนินต้องการทำให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลเข้าใจว่าสิ่งที่ท่านสอน, รวมทั้งบทธรรมนิพนธ์ "ริชโช อันโคกุ รน" เป็นจริง, เพื่อที่รัฐบาลจะอนุญาตให้ท่านออกจากเกาะซาโดะในฐานะผู้บริสุทธิ์โดยการยอมรับว่ารัฐบาลมีความเห็นผิด
แท้ที่จริง มีลูกศิษย์และผู้นับถือ 2-3 คนพยายามเจรจากับเจ้าหน้าที่รัฐบาลเพื่อให้อภัยโทษแก่พระนิชิเร็น ไดโชนิน, แต่ท่านเตือนพวกเขา, คำพูด, "ลูกศิษย์เหล่านี้เป็นลูกศิษย์ที่อกตัญญู" (บทธรรมนิพนธ์ "ข้อผิดพลาดของนิกายมนตรยานและนิกายอื่น" (ชินงน โชชู อิโมกุ)*, ชินเพ็น หน้า 602)

*"ลูกศิษย์เหล่านั้นของอาตมาที่แพร่คำพูดว่าพระนิชิเร็นกำลังขออภัยโทษมีความผิดฐานอกตัญญู [ต่ออาจารย์ของพวกเขา]" (อ้างแล้ว, เซ็นชู หน้า 139)
"Those disciples of mine who spread word that Nichiren is begging for a pardon are guilty of impiety[toward their master]."(Shingon Shoshu Imoku, GZ-139)
พระนิชิเร็น ไดโชนินกำลังชะคุบุขุเจ้าหน้าที่รัฐบาล, แต่ถ้าท่าน, ลูกศิษย์ของท่านหรือผู้นับถือพูดว่าการที่พระนิชิเร็น ไดโชนินชะคุบุขุรัฐบาลเป็นฝ่ายผิดและขอโทษรัฐบาล, เมื่อนั้น พระนิชิเร็น ไดโชนินจะไม่สามารถชะคุบุขุเจ้าหน้าที่รัฐบาลได้อีกถึงแม้ว่าการขออภัยโทษก็เพื่อความสุขของทุกคน ในทางตรงข้าม ถ้ารัฐบาลอนุญาตให้ท่านกลับจากเกาะซาโดะนั่นก็หมายความว่ารัฐบาลเข้าใจในความ ผิดของรัฐบาลแล้ว ในบริบท(context)นี้, พระนิชิเร็น ไดโชนินจึงพูด, "เมื่ออาตมาได้รับการอภัยโทษจากการถูกเนรเทศมาจังหวัดนี้, อาตมาจะรีบไปเมืองคามากุระที่ซึ่งพวกเราจะได้พบกัน"
กล่าวกันว่าบุคคลหนึ่งที่ถูกเนรเทศไปเกาะซาโดะไม่สามารถกลับบ้านได้อีก, แต่อาตมาเชื่อว่าข้อความจากบทธรรมนิพนธ์นี้แสดงให้เห็นว่าพระนิชิเร็น ไดโชนินมีความเชื่อมั่นว่าสักวันหนึ่งท่านจะกลับเมืองคามากุระ เช่นกัน ข้อความนี้บอกเป็นนัยว่าท่านอยากจะใช้โอกาสล้ำค่านี้พบแม่ของเคียวโอ โกเซ็น, นิชิเง็น-เนียว, ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพระนิชิเร็น ไดโชนินมีความเมตตามาก
เมื่อพระนิชิเร็น ไดโชนินเขียนบทธรรมนิพนธ์ "จดหมายตอบเคียวโอ" นี้ในเดือนสิงหาคม ค.ศ.1273, ท่านไม่ทราบว่าท่านจะสามารถออกจากเกาะซาโดะเมื่อใด กล่าวกันว่าเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ.1274, เนื่องจากพระนิชิเร็น ไดโชนินรู้สึกว่าเวลานั้นมาถึงแล้ว, ท่านปีนภูเขาซึ่งอยู่ใกล้ที่พักเพื่อที่จะแสดง(ความรู้สึก)ต่อโชเท็น เซ็นจิ่น ณ เวลานั้น ปรากฏกาหัวขาวที่กล่าวกันว่าเป็นลางแห่งการอภัยโทษ หลังจากนั้น แท้ที่จริงพระนิชิเร็น ไดโชนินรับจดหมายอภัยโทษจากรัฐบาลในวันที่ 8 มีนาคม

รูปกาหัวขาว
ในปีที่ 11 แห่งสมัยบุนเออิ(ค.ศ.1274), ทูตจากจักรวรรดิมองโกลมาถึงประเทศญี่ปุ่นทำให้เกิดความวิตกกังวลแก่เจ้าหน้าที่รัฐบาล, ที่กังวลเกี่ยวกับการรุกรานจากผืนแผ่นดินใหญ่ โฮโจ โทคิมุเนะรู้ว่าทั้ง 2 คำพยากรณ์ของพระนิชิเร็น-ความขัดแย้งภายในและภัยจากการรุกรานของต่างชาติ-เป็นจริง
ขณะเดียวกัน, บนเกาะซาโดะ, พระนิคโค(นิคโค โชนิน)รายงานต่อพระนิชิเร็น ไดโชนินว่าเขาเห็นกาที่มีหัวขาว พระนิชิเร็น ไดโชนินตอบว่าพวกเขาจะสามารถกลับเมืองคามากุระในอนาคตอันใกล้
ในวันที่ 8 มีนาคม ค.ศ.1274, จดหมายอภัยโทษจากรัฐบาลมาถึงเกาะซาโดะ อีก 5 วันต่อมา, 13 มีนาคม, พระนิชิเร็น ไดโชนินออกจากเกาะซาโดะ, ท่านมาถึงเมืองคามกุระในวันที่ 26 มีนาคม
ต่อมา พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าว:
"ถ้าคนๆหนึ่งพิจารณาอานุภาพของสัทธรรมปุณฑริกสูตร, เขาจะประจักษ์ความเป็นหนุ่มสาวและความเป็นอมตะตลอดกาลแก่สายตาของเขา อาตมาได้แต่เสียใจต่อชีวิตที่ไม่ยั่งยืนของเขา; ดังนั้น อาตมากำลังอธิษฐานสุดกำลังของอาตมาเพื่อให้เทพคุ้มครองเขา"
ณ ที่นี้พวกเราสามารถเข้าใจว่าสัทธรรมปุณฑริกสูตรมีพลังมากพอที่จะทำให้เกิด "ความเป็นหนุ่มสาวและความเป็นอมตะตลอดกาล" แก่ทุกคนที่เชื่อในพระสูตรนี้
จากงานเขียนในสมัยโบราณ: "มหากาพย์กิลกาเมช"(Epic of Gilgamesh)ในเมโสโปเตเมีย,"ตำนานเทพกรีก" (Greek Myths)ในประเทศกรีซ, "ฤคเวท" (Rigveda)ในประเทศอินเดีย, และ "สื่อ-จี้" (史記)นั่นคือบันทึกประวัติศาสตร์ในประเทศจีน, พวกเรารู้ว่าคนทั้งโลกพยายามได้มาซึ่ง "ความเป็นหนุ่มสาวและความเป็นอมตะตลอดกาล" ตั้งแต่สมัยโบราณ
คนธรรมดามีความยึดติดนานาชนิด, รวมทั้งความยึดติดเงิน, อำนาจ, ชื่อเสียง, สมาชิกในครอบครัว, คนรัก ดังนั้น ผู้คนมีความอยากที่จะมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ให้ยาวนาน
แม้แต่สมัยนี้หลายคนปรารถนาที่จะได้ร่างกายที่สมบูรณ์โดยมี "ความเป็นหนุ่มสาวและความเป็นอมตะตลอดกาล" ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีใหม่ หลายท่านที่อยู่ที่นี่ในวันนี้ก็เช่นกันปรารถนาที่จะได้ "ความเป็นหนุ่มสาวและความเป็นอมตะตลอดกาล"
บท "บุพกรรมของพระไภสัชยราชโพธิสัตว์" (บทที่ 23)ของสัทธรรมปุณฑริกสูตรกล่าว:
"พระนักษัตรราชสังกุสุมิตาภิชญะโพธิสัตว์(ชุกุโอเกะ), ท่านต้องใช้พลังเหนือธรรมชาติของท่านเพื่อพิทักษ์และคุ้มครองพระสูตรนี้ ทำไมล่ะ? เนื่องจากพระสูตรนี้เป็นยาดีสำหรับความเจ็บป่วยของคนในชมพูทวีป ถ้าบุคคลหนึ่งที่มีความเจ็บป่วยสามารถได้ยินพระสูตรนี้, เมื่อนั้น ความเจ็บป่วยของเขาจะหายไปทันทีและเขาจะพบความเป็นหนุ่มสาวและความเป็นอมตะตลอดกาล"
(ไคเค็ทสึ หน้า 539)
ณ ที่นี้ "ได้ยินพระสูตรนี้" หมายถึง "เชื่อในโกฮนซน" ดังนั้นผู้ที่เชื่อในโกฮนซนและสวดนัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียวต่อโกฮนซนจะได้รับกุศลผลบุญยิ่งใหญ่แห่ง "ความเป็นหนุ่มสาวและความเป็นอมตะตลอดกาล"
ขอให้พวกเราพิจารณาความหมายของ "ความเป็นหนุ่มสาวและความเป็นอมตะตลอดกาล" ซึ่งสอนในสัทธรรมปุณฑริกสูตร ประการแรก ข้อความในพระสูตรนี้ ก่อนคำว่า "ความเป็นหนุ่มสาวและความเป็นอมตะตลอดกาล" กล่าว "ถ้าบุคคลหนึ่งที่มีความเจ็บป่วยสามารถได้ยินพระสูตรนี้, เมื่อนั้น ความเจ็บป่วยของเขาจะหายไปทันที" ข้อความนี้หมายถึงคนๆหนึ่งต้องขจัดกรรมด้านลบแห่งความเจ็บป่วยก่อนที่คนๆนั้นสามารถได้มาซึ่ง "ความเป็นหนุ่มสาวและความเป็นอมตะตลอดกาล" ความเจ็บป่วยนี้มาจากการดูหมิ่นธรรมะ
พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าวในบทธรรมนิพนธ์ "คำสอนปากเปล่า":
"ณ ที่นี้ความเจ็บป่วยของเขาหมายถึงการดูหมิ่นธรรมะ ไม่มีข้อสงสัยว่าผู้ที่ยึดมั่นพระสูตรนี้จะได้รับ "ความเจ็บป่วยที่จะหายไปทันที" " (ชินเพ็น หน้า 1787)
ผู้คนสร้างกรรมด้านลบที่ร้ายแรงโดยการดูหมิ่นธรรมะแท้ในอดีตชาติ สิ่งจำเป็นคือขจัดกรรมด้านลบโดยการเชื่อและการสวดไดโมขุต่อโกฮนซนให้มาก
ตามที่ท่านทราบ, คำสอนศาสนาพุทธเปิดเผยความทุกข์ 4 ประการ เมื่อคนๆหนึ่งเกิดบนโลกนี้, คนๆนั้นจะมีความทุกข์ 4 ประการ ได้แก่ ความทุกข์แห่งการเกิด, วัยชรา, ความเจ็บป่วยและความตาย ทุกคนจะทนทุกข์จากวัยชรา, ดังนั้น ผู้คนปรารถนาที่จะได้รับ "ความเป็นหนุ่มสาวตลอดกาล" ทุกคนจะทนทุกข์จากความตาย, ดังนั้น ผู้คนปรารถนาที่จะได้รับ "ความเป็นอมตะ"
คำ "ความเป็นหนุ่มสาวและความเป็นอมตะตลอดกาล" นี้แสดง 2 ใน 4 คุณความดีแห่ง "ความนิรันดร, ความสุข, ตัวตนแท้และความบริสุทธิ์" ของพระพุทธะโดยการเอาชนะความทุกข์ 4 ประการแห่งการเกิด, วัยชรา, ความเจ็บป่วยและความตายด้วยการขจัดกรรมด้านลบจากอดีตชาติ
พระนิชิเร็น ไดโชนิน, โดยการอ้าง "คำและวลีของสัทธรรมปุณฑริกสูตร" , กล่าวในบทธรรมนิพนธ์ ""ตารางการเผยแผ่คำสอน 5 สมัยตลอดพระชนม์ชีพของพระศากยมุนี" (อิจิได โกจิ เคอิสึ):
" "ความเป็นหนุ่มสาวตลอดกาล"หมายถึงความสุข "ความเป็นอมตะ"หมายถึงความนิรันดร"
(ชินเพ็น หน้า 1635)
ดังนั้น คุณความดีแห่ง "ความเป็นหนุ่มสาวและความเป็นอมตะตลอดกาล" จะปรากฏต่อคนๆหนึ่งเมื่อคนๆนั้นสวดไดโมขุต่อโกฮนซนอย่างจริงจังและขจัดกรรมด้านลบ
พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าวในส่วนนี้ของบทธรรมนิพนธ์ "จดหมายตอบเคียวโอ":
"ถ้าคนๆหนึ่งพิจารณาอานุภาพของสัทธรรมปุณฑริกสูตร, เขาจะประจักษ์ความเป็นหนุ่มสาวและความเป็นอมตะตลอดกาลแก่สายตาของเขา อาตมาได้แต่เสียใจต่อชีวิตที่ไม่ยั่งยืนของเขา"
เมื่ออาตมาพิจารณาหัวใจของพระนิชิเร็น ไดโชนิน, อาตมาเชื่อว่าท่านปรารถนาที่จะพูดว่าเคียวโอ โกเซ็นขจัดกรรมด้านลบจำนวนมากของเขาแล้วและพูดว่าเขาจะขจัดจนหมดในไม่ช้า แต่เมื่อชีวิตของเขาใกล้จะสิ้น, พระนิชิเร็น ไดโชนินจึงเสียใจต่อชีวิตที่ไม่ยั่งยืนของเขา
หลังจากข้อความจากบทธรรมนิพนธ์นี้, พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าว:
"ดังนั้น อาตมากำลังอธิษฐานสุดกำลังของอาตมาเพื่อให้เทพคุ้มครองเขา"
ผู้ที่สวดไดโมขุต่อโกฮนซนสามารถได้รับกุศลผลบุญยิ่งใหญ่จากภายในและภายนอก ก่อนข้อความจากบทธรรมนิพนธ์นี้, พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าวถึงกุศลผลบุญจากภายใน ดังนั้น ในส่วนนี้พระนิชิเร็น ไดโชนินกระตุ้นโชเท็น เซ็นจิ่นให้คุ้มครองเคียวโอ โกเซ็นและเทียบได้กับกุศลผลบุญจากภายนอก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ, เมื่อชิโจ คิงโงะเห็นการคุ้มครองจากโชเท็น เซ็นจิ่น ณ การบีฑาธรรมที่ทัตสึโนคุชิ ดังนั้น อาตมาเชื่อว่าเขาและภรรยาสามารถสำนึกบุญคุณในคำอธิษฐานแรงกล้าและความกรุณาของพระนิชิเร็น ไดโชนิน
ต่อมา พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าวในตอนจบของบทธรรมนิพนธ์ฉบับนี้ดังต่อไปนี้:
"โปรดเลียนแบบพฤติกรรมของพระนางวิมลทัตตา(โจโตกุ) และธิดานาคราช นัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว, นัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว, นัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว"
ในข้อความนี้มี 2 บุคคล, หนึ่งคือพระนางวิมลทัตตา และอีกหนึ่งคือธิดานาคราช ทั้งสองเป็นผู้หญิงในเชิงสัญลักษณ์ที่ถูกเปิดเผยในสัทธรรมปุณฑริกสูตร ดังนั้น คำแนะนำนี้จึงเป็นคำแนะนำสำหรับผู้หญิงในครอบครัวชิโจ คิงโงะ, กล่าวคือภรรยาของชิโจ คิงโงะ(นิชิเง็น-เนียว)
ประการแรก อาตมาอยากจะพูดสั้นๆเกี่ยวกับพระนางวิมลทัตตา นางเป็นราชินี, สามีของพระนางคือพระเจ้าศุภวยูห (เมียวโชงน) และพระนางมีพระโอรส 2 องค์, วิมลครรภ(โจโซ)และวิมลเนตร(โจเง็น)
ในกรณีสมาชิกในครอบครัวของนิชิเง็น-เนียว, สามีของนาง, ชิโจ คิงโงะ, เป็นผู้ปกครองที่ดินกว้างใหญ่ ดังนั้น สามารถกล่าวได้ว่านางเป็นราชินีและนางมีลูก 2 คน, เก็ตสึมาโร โกเซ็นและเคียวโอ โกเซ็น สามารถกล่าวได้เช่นกันว่าสถานการณ์ของนิชิเง็น-เนียวคล้ายกับพระนางวิมลทัตตา ดังนั้น อาตมาคิดว่านิชิเง็น-เนียวสามารถเข้าใจตัวอย่างของพระนางวิมลทัตตาเป็นอย่างดี
บัดนี้ อาตมาอยากจะแทรกบท "บุพกรรมของพระเจ้าศุภวยูห" (บทที่ 27)ของสัทธรรมปุณฑริกสูตรซึ่งมีเรื่องของพระนางวิมลทัตตาเข้ามา อาตมาหวังว่าจากเรื่องนี้ท่านจะเข้าใจพฤติกรรมของพระนางวิมลทัตตา
บทนี้กล่าว:
"ในท่ามกลางธรรมะของพระพุทธะนี้, มีกษัตริย์องค์หนึ่งทรงพระนามว่าศุภวยูห(เมียวโชงน) มเหสีของกษัตริย์องค์นี้ทรงพระนามว่าวิมลทัตตา(โจโตกุ), และพระองค์มีพระราชโอรส 2 พระองค์, องค์หนึ่งนามวิมลครรภ(โจโซ)และอีกองค์หนึ่งนามวิมลเนตร(โจเง็น)"
"ณ เวลานั้นที่พระพุทธะ, ที่ปรารถนาชักจูงและชี้แนะพระเจ้าศุภวยูห, และเนื่องจากพระพุทธะตั้งใจด้วยเมตตาต่อมวลมนุษย์, เทศนาสัทธรรมปุณฑริกสูตร พระราชโอรส 2 พระองค์, วิมลครรภและวิมลเนตร, ไปยังที่ประทับของพระราชมารดา, ประนมหัตถ์, และพูดกับพระนาง "พระแม่เจ้า ลูกขออนุญาตออกไปและไปยังที่ซึ่งพระชลธรครรชิตโฆษ สุสวรนักษัตรราช สังกุสุมิตาภิชญะพุทธะประทับ พวกเราจะเข้าเฝ้าพระพุทธะ, เข้าไปใกล้พระองค์และทำบุญและแสดงความเคารพ ทำไมล่ะ? เนื่องจากพระพุทธะองค์นี้กำลังเทศนาสัทธรรมปุณฑริกสูตรท่ามกลางหมู่มวลเทวดาและมนุษย์ มันถูกต้องที่พวกเราควรจะฟังและยอมรับ" "
"พระราชมารดาจึงรับสั่งแก่พระราชโอรส, "พระราชบิดาของพวกเจ้าศรัทธาคำสอนที่ไม่ใช่ศาสนาพุทธและผูกพันคำสอนพราหมณ์อย่างลึกซึ้ง พวกเจ้าควรจะไปหาพระราชบิดา, บอกพระองค์เกี่ยวกับเรื่องนี้, และชักชวนพระองค์ให้ไปกับพวกเจ้า" "
"เจ้าชายวิมลครรภและวิมลเนตรประนมหัตถ์,และพูดกับพระนาง, "พระแม่เจ้า พวกเราเป็นพระ โอรสของธรรมราชา, แต่พวกเราถือประสูติในราชวงศ์แห่งมิจฉาทิฐินี้!" "
"พระราชมารดาพูดกับพระราชโอรส, "ถูกแล้วลูกที่คิดด้วยความเป็นห่วงพระราชบิดา พวกเจ้าควรจะแสดงสิ่งมหัศจรรย์เหนือธรรมชาติบางอย่างให้พระราชบิดาดู เมื่อพระองค์เห็นเช่นนั้น, จิตใจของพระองค์จะถูกชำระให้สะอาดและบริสุทธิ์อย่างแน่นอนและพระองค์จะอนุญาตให้พวกเจ้าไปยังที่ประทับของพระพุทธะ" "
"ณ เวลานั้นเมื่อพระราชบิดาเห็นพระราชโอรสของพระองค์แสดงพลังเหนือธรรมชาติเช่นนี้, จิตใจของพระองค์เต็มไปด้วยความพอใจมาก, เนื่องจากพระองค์ไม่เคยทราบมาก่อน, และพระองค์ประนมหัตถ์, หันหน้าไปทางพระราชโอรสและตรัส, "ใครคืออาจารย์ของพวกเจ้า? พวกเจ้าเป็นศิษย์ของใคร?" "
"พระราชโอรส 2 พระองค์ตอบ, "มหาราชา, พระชลธรครรชิตโฆษ สุสวรนักษัตรราช สังกุสุมิตาภิชญะพุทธะเป็นอาจารย์ของพวกเราและพวกเราเป็นศิษย์ของพระองค์" "
"พระราชบิดาพูดกับพระราชโอรส, "พ่ออยากจะไปตอนนี้และพบอาจารย์ของพวกเจ้า, พวกเจ้าสามารถไปพร้อมกับพ่อ" "
"พร้อมกันนี้พระราชโอรสทั้งสองลงมาจากกลางอากาศ, ทั้งสองไปเฝ้าพระราชมารดา, ประนมหัตถ์, และพูดกับพระนาง "บัดนี้พระราชบิดาเชื่อและเข้าใจแล้ว, พระองค์เกิดความปรารถนาอนุตตรสัมมาสัมโพธิอย่างเต็มที่ พวกเราทำภารกิจของพระพุทธะเพื่อพระราชบิดาเสร็จแล้ว พวกเราจะขออนุญาตไปยังสถานที่ซึ่งพระพุทธะประทับ, ออกจากชีวิตฆราวาสและปฏิบัติหนทาง(พุทธภาวะ)" "
"ตอนนั้น พระราชมารดาพูดกับพวกเขา, "แม่จะอนุญาตให้พวกเจ้าออกจากชีวิตฆราวาส ทำไมล่ะ? เนื่องจากยากที่จะพบพระพุทธะ" "
"หลังจากนั้น 2 พระราชโอรสพูดกับพระราชบิดาและพระราชมารดา, คำพูด "ดีแล้ว พระราชบิดาและพระราชมารดา! และพวกเราขอให้พวกท่านในเวลาอันสมควรไปยังสถานที่ซึ่งพระชลธรครรชิตโฆษ สุสวรนักษัตรราช สังกุสุมิตาภิชญะพุทธะประทับ, เข้าเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์และทำบุญ ทำไมล่ะ? เนื่องจากการพบพระพุทธะยากพอๆกับการพบดอกอุทุมพร หรือยากราวกับเต่าตาเดียวพบท่อนไม้จันทน์ที่มีรูกลวง" "
"หลังจากนั้นไม่นาน พระเจ้าศุภวยูห, พร้อมทั้งเหล่าเสนาบดีและข้าราชบริพารของพระองค์; พระนางวิมลทัตตาและนางสนองพระโอษฐ์(lady-in-waiting)ทั้งหมดและข้าราชบริพารในตำหนักหญิง ; และ 2 พระราชโอรสและข้าราชบริพารของพวกเขาทั้งหมด 42,000 คน, ไปยังที่ซึ่งพระพุทธะประทับในเวลาเดียวกัน"
"ณ เวลานั้นที่พระพุทธะเทศนาสัทธรรมปุณฑริกสูตรเพื่อเห็นแก่กษัตริย์, สอนพระองค์และมอบกุศลผลบุญและความปิติแก่พระองค์ กษัตริย์รู้สึกปลื้มปิติเป็นอย่างยิ่ง"
"กษัตริย์มอบการปกครองอาณาจักรแก่พระอนุชา(น้องชาย)ทันทีและพระองค์, พร้อมทั้งราชินี, 2 พระราชโอรส, และข้าราชบริพารของพวกเขาทั้งหมด, ท่ามกลางธรรมะของพระพุทธะสละชีวิตทางโลกสู่การปฏิบัติวิถีทาง(พุทธภาวะ)"
เรื่องนี้ถูกเปิดเผยในบทที่ 27 ของสัทธรรมปุณฑริกสูตร ในเรื่องนี้, พระราชโอรสของพระนางวิมลทัตตาทำชะคุบุขุพระราชบิดาและพวกเขานำพระราชบิดาพระราชมารดาของพวกเขามาสู่หนทางถูกต้อง
เมื่อพวกเราพิจารณาพฤติกรรมของพระนางวิมลทัตตา, พวกเราสามารถเข้าใจว่าพระนางชี้แนะและให้กำลังใจพระราชโอรสของนางทำชะคุบุขุพระราชบิดาของพวกเขา ดังนั้น ลูกของพระนางทำ ชะคุบุขุและพระสวามีของพระนางสามารถเชื่อในสัทธรรมปุณฑริกสูตร ดังนั้น พระนางวิมลทัตตาเป็นบุคคลที่สนับสนุนพระสวามีในลักษณะนี้
อาตมาคิดว่าข้อความ "โปรดเลียนแบบพฤติกรรมของพระนางวิมลทัตตา" จากบทธรรมนิพนธ์มีความหมายว่า "โปรดสนับสนุนสามีของเธอ, ชิโจ คิงโงะ"
พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าวในบทธรรมนิพนธ์ "เค้าโครงของบท "การมอบหมาย"และบทอื่น"(จดหมายตอบนิชิเนียว โกเซ็น):
"บท "พระเจ้าศุภวยูห" (เมียวโช งนโน;บทที่ 27) เหมาะสมเป็นพิเศษสำหรับผู้หญิง, เนื่องจากบทนี้อธิบายว่าพระชายาส่งเสริมพระสวามีของนาง[ให้ศรัทธาสัทธรรมปุณฑริกสูตร]อย่างไร ในสมัยปัจฉิมธรรมก็เช่นกัน, ถึงแม้ว่าชื่อของเธอต่างกัน, ภรรยาที่นำสามีของนางมาศรัทธาจะได้รับกุศลผลบุญเหมือนกับพระนางวิมลทัตตา" (ชินเพ็น หน้า 1233)
ในกรณีของชิโจ คิงโงะ, สามีของนิชิเง็น-เนียว, เขามีความศรัทธาเข้มแข็งต่อสัทธรรมปุณฑริกสูตรอยู่แล้ว ดังนั้น "โปรดเลียนแบบพฤติกรรมของพระนางวิมลทัตตา" จึงมีความหมายของ "โปรดสนับสนุนสามีของเธอ, ชิโจ คิงโงะ, เพื่อบรรลุภารกิจสำคัญของเขา"
แท้ที่จริง ชิโจ คิงโงะปกป้องพระนิชิเร็น ไดโชนินด้วยวิธีต่างๆจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต อาตมาคิดว่าเขาสามารถทำเช่นนี้ได้เนื่องมาจากการสนับสนุนของภรรยา
ต่อมา เกี่ยวกับความหมายของ "ธิดานาคราช"ในข้อความ "โปรดเลียนแบบพฤติกรรมของพระนางวิมลทัตตาและธิดานาคราช" จากบทธรรมนิพนธ์,
พฤติกรรมของพระนางวิมลทัตตาหมายถึงการสนับสนุนสามีของนาง, แต่พฤติกรรมของธิดานาคราชหมายถึงการบรรลุพุทธภาวะของนิชิเง็น-เนียว
ความหมายของ "ธิดานาคราช" อยู่ที่การบรรลุพุทธภาวะของผู้หญิง สัทธรรมปุณฑริกสูตรเท่านั้นเปิดเผยการบรรลุพุทธภาวะของผู้หญิงด้วยพฤติกรรมของธิดานาคราช
พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าวในบทธรรมนิพนธ์ "จดหมายถึงพี่น้อง":
"ท่านจะปฏิบัติตามแนวทางของธิดานาคราชและเป็นแบบอย่างสำหรับการบรรลุการรู้แจ้งของผู้หญิงในสมัยปัจฉิมธรรมที่ชั่วร้าย" (ชินเพ็น หน้า 987)
ประโยคนี้หมายความว่าพระนิชิเร็น ไดโชนินให้กำลังใจนิชิเง็น-เนียวให้สวดไดโมขุต่อโกฮนซนให้มากด้วยความศรัทธาเข้มแข็งเพื่อที่จะบรรลุพุทธภาวะ หลังจากการเขียนนัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว, หัวใจของพระนิชิเร็น ไดโชนิน ท่านจบจดหมายฉบับนี้
ชื่อบทธรรมนิพนธ์ฉบับนี้คือ "จดหมายตอบเคียวโอ", แต่แท้ที่จริง พระนิชิเร็น ไดโชนินเขียนจดหมายฉบับนี้โดยส่วนใหญ่ถึงแม่ของเขา(นิชิเง็น-เนียว) อาตมาคิดว่าเนื่องจากแม่มีคุณธรรมต่อลูก
อาตมาอยากจะจบคำบรรยายนี้โดยการแทรกเรื่องคุณธรรมของแม่ 10 ประการ, ตามที่สอนใน "พระสูตรแห่งรากฐานในการสังเกตจิตใจ" (ชินจิคัน-เกียว)เข้ามา คุณธรรมของแม่ 10 ประการคือ"พื้น ดิน", "คลอด", "แก้ไขพฤติกรรมที่ผิด", "เลี้ยงดู", "ปัญญา", "ความเคร่งขรึม", "ความสงบสุขและความปลอดภัย", "มอบให้", "เตือน" และ "มอบกรรมด้านบวก"
1. "พื้นดิน"
สำหรับลูก, การมีอยู่ของแม่ก็เหมือนพื้นดิน, ซึ่งสามารถทำให้เกิดสรรพสิ่ง กายของแม่มีศักยภาพที่จะเป็นฐานแห่งชีวิตของลูก ดังนั้น การมีอยู่ของแม่จึงเหมือน "พื้นดิน" ถ้าไม่มีพื้นดิน, บนโลกไม่สามารถมีทุกสิ่ง, รวมทั้งประเทศ, ธรรมชาติ, สัตว์,วัฒนธรรมและเทคโนโลยี ถ้าไม่มีแม่, จะไม่มีมนุษย์
2. "คลอด"
แม่มีศักยภาพในการคลอด ดังนั้น แม่มีคุณธรรมในการให้กำเนิดลูก ลูกเกิดมาบนโลกนี้ได้เนื่องจากแม่มีศักยภาพนี้
3. "แก้ไขพฤติกรรมที่ผิด"
แม่มีคุณธรรมในการแก้ไขพฤติกรรมที่ผิดของลูก แม่พูดกับลูกเสมอไม่ว่าในสถานการณ์อะไรและแก้ไขการกระทำที่ไม่เหมาะสมเพื่อที่ลูกสามารถเข้าใจพฤติกรรมถูกต้อง
4. "เลี้ยงดู"
แม่มีคุณธรรมในการเลี้ยงลูก แม่คิดถึงอนาคตของลูกเสมอและพยายามสอนพวกเขาโดยมีความหวังว่าพวกเขาจะมีอนาคตที่ดีกว่า แม่ไม่เคยหวังว่าลูกจะพบเรื่องร้าย ในลักษณะนี้ ลูกสามารถเติบโตด้วยคุณธรรมของแม่ของพวกเขา
5. "ปัญญา"
แม่เป็นคนฉลาด ลูกสามารถได้รับประโยชน์จากคำแนะนำของแม่ของพวกเขา แม่มีปัญญาพอที่จะช่วยลูก มันเป็นจริงที่ว่าขึ้นอยู่กับปี, เดือนหรือวัน, ความสามารถหรือพลังในการเข้าใจของลูกจะต่างกันแต่แม่พูดกับลูกอย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ตลอดเวลา ดังนั้น แม่คือบุคคลที่มีปัญญา
6. "ความเคร่งขรึม" (Solemnity)
แม่มีคุณธรรมในการเพิ่มพลังเคร่งขรึมลงในชีวิตของลูกที่เป็นมนุษย์ ลูกสามารถสร้างชีวิตที่เคร่งขรึมด้วยการให้กำลังใจจากแม่ของพวกเขา ในลักษณะนี้ ลูกจะเป็นบุคคลน่าชื่นชมที่ผู้คนจะรัก
7. "ความสงบสุขและความปลอดภัย"
แม่มีคุณธรรมแห่งความสงบสุขและความปลอดภัย แม้แต่ลูกน้อยที่ตาบอดจะมองหาแม่ของเขาหรือเธออย่างไม่ลดละ ลูกสามารถรู้สึกปลอดภัยมากเมื่อแม่อุ้มอยู่ในอ้อมแขน การมีอยู่ของแม่สำคัญมากต่อการมีความสงบสุขและความปลอดภัยของลูก
8. "มอบให้"
แม่มีคุณธรรมในการถ่ายทอดความรู้ที่เหมาะสมแก่ลูกของนาง ลูกจะศึกษามากที่โรงเรียนเป็นเวลาหลายปี, แต่สามารถกล่าวได้ว่าลูกจะได้รับจำนวนมาก, รวมทั้งความรู้, ท่าทางและวิธีคิด, และความรู้สึกไว(sensitivity), จากแม่ของพวกเขามากยิ่งกว่าจากครูของพวกเขา เนื่องจากลูกจะเรียนรู้หลายเรื่องจากแม่ของพวกเขา, พวกเขาจะสามารถเข้าใจตัวเองและตัดสินใจด้วยตัวเอง
9. "เตือน"
แม่มีคุณธรรมในการเตือนลูกของนางเพื่อที่จะนำพวกเขาไปบนเส้นทางชีวิตที่ถูกต้อง
10. "มอบกรรมด้านบวก"
แม่มีคุณธรรมในการมอบกรรมด้านบวกแก่ลูกของนาง หมายความว่าแม่สามารถให้กำลังใจลูกของนางนับถือศาสนาพุทธของพระนิชิเร็น ไดโชนินและพัฒนาพวกเขาให้เป็นบุคคลที่สร้างเหตุดีเพื่อชีวิตที่มีความสุขของพวกเขา ในลักษณะนี้ ความศรัทธาของแม่สำคัญมากในการสร้างชีวิตที่ดีกว่าเพื่อลูกของนาง อาตมาเชื่อว่าพ่อก็สามารถให้กำลังใจลูกของพวกเขาสวดไดโมขุเช่นกัน, แต่การให้กำลังใจของแม่มีผลกระทบมากกว่าการให้กำลังใจของพ่อ
เหล่านี้คือคุณธรรม 10 ประการของแม่: "พื้นดิน", "คลอด", "แก้ไขพฤติกรรมที่ผิด", "เลี้ยงดู", "ปัญญา", "ความเคร่งขรึม", "ความสงบสุขและความปลอดภัย", "มอบให้", "เตือน" และ "มอบกรรมด้านบวก" ตามที่กล่าวใน "พระสูตรแห่งรากฐานในการสังเกตจิตใจ"
ถ้าท่านหลับตา, อาตมาเชื่อว่าแต่ละท่านจะสามารถจำความทรงจำที่ดีเกี่ยวกับแม่ของท่านได้ สิ่งสำคัญคือเข้าใจความพยายามของแม่ของพวกเราและตอบแทนหนี้บุญคุณต่อพวกท่าน
นั่นก็ทุกอย่างแล้วสำหรับวันนี้ ขอขอบคุณมาก
วารสารไคเมียว ฉบับที่ 85 ตุลาคม - พฤศจิกายน 2016 หน้า 13-19