การทำบุญแด่มันดะละแห่งเมียวโฮ ตอน 1

โอโกะ - กันยายน 2016
วัดไคเมียว-อิน ประเทศสิงคโปร์
พระคุณเจ้าโชสึ โนมูระ

ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป อาตมาอยากจะบรรยายคำบรรยายโอโกะว่าด้วยบทธรรมนิพนธ์ "การทำบุญแด่มันดะละแห่งเมียวโฮ"
คำบรรยายของวันนี้จะให้ความสนใจส่วนหนึ่งของบทธรรมนิพนธ์ดังต่อไปนี้:
"อาตมาได้รับการทำบุญของเธอแด่โกฮนซนแห่งเมียวโฮ-เร็งเง-เคียว ถึงแม้ว่ามันดาละนี้ถูกเขียนเพียงแค่อักษร 5 ตัวหรือ 7 ตัว มันเป็นอาจารย์ของพระพุทธะทุกองค์ตลอด 3 ชาติและตราประทับที่รับประกันการรู้แจ้งของผู้หญิงทุกคน มันจะเป็นตะเกียงในความมืดแห่งปรโลก*และม้าดีเพื่อให้เธอขี่ข้ามภูเขาแห่งความตาย มันเหมือนดวงอาทิตย์และดวงจันทร์บนท้องฟ้าหรือภูเขาพระสุเมรุบนพื้น ดิน มันเป็นเรือส่งคนข้ามทะเลแห่งการเกิดและความตาย มันเป็นอาจารย์ที่นำทาง[โดชิ]ที่นำทุกคนไปสู่การรู้แจ้ง"
ข้อความจากบทธรรมนิพนธ์นี้คือหนึ่งในหลายๆข้อความซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี ดังนั้น อาตมาเชื่อว่าหลายท่านคุ้นเคยกับข้อความนี้
พระนิชิเร็น ไดโชนินเขียนบทธรรมนิพนธ์ "การทำบุญแด่มันดะละแห่งเมียวโฮ" นี้ในปี ค.ศ.1273 โดยตั้งใจจะมอบให้ภรรยาของอบุตสึ-โบ (เซ็นนิจิ-อามะ)
ก่อนหน้านี้ พวกเราเรียนเกี่ยวกับบทธรรมนิพนธ์ "จดหมายตอบเคียวโอ" ซึ่งกล่าวถึงโกฮนซนแห่งนัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว: "อาตมา นิชิเร็น ประจุชีวิตของอาตมาลงในโกฮนซนด้วยหมึกซูมิ ดังนั้น จงเชื่อในโกฮนซน เจตนาของพระพุทธะคือสัทธรรมปุณฑริกสูตร แต่จิตใจของพระนิชิเร็นมิใช่อะไรนอกจากนัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว"
บทธรรมนิพนธ์ "การทำบุญแด่มันดะละแห่งเมียวโฮ" นี้เขียนในปีเดียวกันกับบทธรรมนิพนธ์ "จดหมายตอบเคียวโอ" และกล่าวถึงพลังกุศลผลบุญยิ่งใหญ่ของโกฮนซน
ระหว่างการบีฑาธรรมที่ทัตสึโนคุชิ ซึ่งเกิดในวันที่ 12 กันยายน ค.ศ. 1271 พระนิชิเร็น ไดโชนิน เกือบจะถูกฆ่า ณ ลานประหารที่ทัตสึโนคุชิ ณ ห้วงเวลาที่เพชฌฆาต (ซึ่งอยู่ด้านหลังพระนิชิเร็นฯ) ชักดาบออกจากฝักดาบ ทันใดนั้นวัตถุเรืองแสงขนาดใหญ่เท่าดวงจันทร์พุ่งผ่านท้องฟ้าโดยมีทิศทางมาจากเกาะเอโนชิมา จากทิศตะวันออกเฉียงใต้ไปทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ตาของเพชฌฆาตพร่าและล้มลงสู่พื้น ทหารที่อยู่รอบพระนิชิเร็น ไดโชนินวิ่งหนีด้วยความหวาดกลัวและบางคนฟุบหน้ากับพื้นดิน ดังนั้น พวกเขาไม่สามารถตัดศีรษะพระนิชิเร็น ไดโชนิน
การบีฑาธรรมที่ทัตสึโนคุชิที่พระนิชิเร็น ไดโชนินประสบหมายถึง "ฮสชกุ เค็มปง" (การละทิ้งสถานภาพชั่วคราวและการเปิดเผยสถานภาพแท้) ระหว่างการบีฑาธรรมนี้ พระนิชิเร็น ไดโชนินละทิ้งสถานภาพชั่วคราวที่เป็นการกลับชาติมาเกิดของพระวิศิษฐ์จาริตรโพธิสัตว์ และเปิดเผยสถานภาพแท้ในฐานะพระพุทธะแท้ที่มีปัญญาสมบูรณ์โดยธรรมชาติแห่งอดีตที่ไม่มีจุดเริ่มต้น (คุอน กันโจะ)
เดือนนี้ (กันยายน) เป็นเดือนแห่งการบีฑาธรรมที่ทัตสึโนคุชิและนั่นคือเหตุผลที่ทำไมพิธีโอโกะเดือนนี้มีความหมายของการบีฑาธรรมที่ทัตสึโนคุชิ สิ่งสำคัญสำหรับพวกเราคือตอบแทนหนี้บุญคุณพระนิชิเร็น ไดโชนินโดยการร่วมพิธีนี้และทำชะคุบุขุ
หลังจากที่พระนิชิเร็น ไดโชนินละทิ้งสถานภาพชั่วคราวและเปิดเผยสถานภาพแท้ในฐานะพระพุทธะแท้ ท่านเริ่มสร้างโกฮนซนแห่งนัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว
หลังจากการบีฑาธรรมที่ทัตสึโนคุชิ พระนิชิเร็น ไดโชนินถูกเนรเทศไปเกาะซาโดะและท่านอยู่ ณ กระท่อมซันไมโด ณ ทุ่งสึคาฮาระ เซ็นนิจิ-อามะที่รับบทธรรมนิพนธ์ "การทำบุญแด่มันดะละแห่งเมียวโฮ" นี้ และอบุตสึโบ (สามีของนาง) พบพระนิชิเร็น ไดโชนินเป็นครั้งแรกที่กระท่อมซันไมโด แห่งทุ่งสึคาฮาระ
ในตอนแรก อบุตสึโบเป็นผู้นับถือนิกายเน็มบุตสึ (สุขาวดี) อย่างแรงกล้า ดังนั้น เขาไปที่กระท่อมซันไมโดเพื่อเผชิญหน้ากับพระนิชิเร็น ไดโชนินในการโต้วาทีธรรม แต่ท่านกลับชะคุบุขุเขาและภรรยา ดังนั้น อบุตสึโบจึงละทิ้งความศรัทธาต่อนิกายเน็มบุตสึและ พร้อมกับเซ็นนิจิ-อามะ (ภรรยาของเขา) นับถือศาสนาพุทธแท้และเชื่อในโกฮนซนแห่งนัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว หลังจากนั้น พวกเขาปรนนิบัติท่านอย่างขยันเป็นเวลา 2 ปีกว่า จนกระทั่งพระนิชิเร็น ไดโชนินได้รับอภัยโทษและกลับเมืองคามากุระ
พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าวในบทธรรมนิพนธ์ "พระสูตรแห่งการตอบแทนแท้" (จดหมายตอบเซ็นนิจิ-อามะ): "...ท่าน(เซ็นนิจิ-อามะ) กับอบุตสึโบ แบกภาชนะไม้บรรจุอาหารไว้บนหลัง มาตอนกลางคืนครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อให้ความช่วยเหลืออาตมา" (ชินเพ็น หน้า 1253)
ณ เวลานั้น รัฐบาลห้ามมิให้การสนับสนุนและการช่วยเหลือพระนิชิเร็น ไดโชนิน แต่อย่างไรก็ตาม คู่สามีภรรยาช่วยท่านอย่างจริงใจ จากข้อความข้างต้นจากบทธรรมนิพนธ์ พวกเราสามารถเข้าใจความศรัทธาเข้มแข็งของพวกเขา

กระท่อม ณ ทุ่งสึคาฮาระ

[พระนิชิเร็น ไดโชนินถูกนำตัวมาที่กระท่อมเล็กในสุสานซึ่งตั้งอยู่ในทุ่งที่เรียกว่าสึคาฮาระ มีรูใหญ่หลายรูบนเพดานและผนัง และลมเย็นมากจนน้ำกลายเป็นน้ำแข็งและหิมะพัดเข้ามาในกระท่อม
พระนิชิเร็น ไดโชนินและพระนิคโค โชนิน ที่ติดตามพระนิชิเร็น ไดโชนิน สวมเสื้อนอก (coat) ซึ่งทำมาจากฟางข้าวเพื่อที่จะให้ร่างกายอบอุ่น พวกท่านสวดนัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียวอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 5 เดือน
ชายคนหนึ่งนามอบุตสึโบมาพบพระนิชิเร็นไดโชนิน ถือว่าท่านเป็นศัตรูของพระอมิตาภพุทธะ แต่เขาเป็นผู้ติดตามพระนิชิเร็น ไดโชนินคนแรกบนเกาะซาโดะ หลังจากนั้นไม่นาน อบุตสึโบชะคุบุขุภรรยาของเขา (เซ็นนิจิ-อามะ) ทุกวัน ณ เที่ยงคืน คู่สามีภรรยาชรานำอาหารมาให้พระนิชิเร็นไดโชนิน อย่างลับๆ และบางครั้งนำกระดาษมาให้เพื่อที่ท่านสามารถเขียนจดหมาย]
หลังจากมาอยู่ที่ทุ่งสึคาฮาระได้ประมาณ 5 เดือน พระนิชิเร็น ไดโชนินถูกย้ายจากที่นี่ไปที่บ้านของอิชิโนซาวะ และในปี ค.ศ. 1273 ท่านเขียนบทธรรมนิพนธ์ "การทำบุญแด่มันดะละแห่งเมียวโฮ" นี้
บัดนี้ อาตมาอยากจะอธิบายแต่ละประโยคของบทธรรมนิพนธ์ฉบับนี้ ประการแรกคือชื่อของบทธรรมนิพนธ์ "การทำบุญแด่มันดะละแห่งเมียวโฮ" นี้
บทธรรมนิพนธ์ฉบับนี้มีชื่อว่า "การทำบุญแด่มันดะละแห่งเมียวโฮ" เนื่องจาก ณ ตอนต้นของบทธรรมนิพนธ์ฉบับนี้กล่าวดังต่อไปนี้:
"อาตมาได้รับการทำบุญของเธอแด่โกฮนซนแห่งเมียวโฮ-เร็งเง-เคียว"
พระนิชิเร็น ไดโชนินเขียนจดหมายฉบับนี้เนื่องจากเซ็นนิจิ-อามะทำบุญแด่โกฮนซนแห่งนัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว นี่คือเหตุผลที่ทำไมจึงเรียกบทธรรมนิพนธ์ฉบับนี้ว่า: "การทำบุญแด่มันดะละแห่งเมียวโฮ"
ท่านอาจจะรู้ว่าชื่อ "มันดะละแห่งเมียวโฮ" หมายถึง "โกฮนซนแห่งนัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว" ดังนั้น "มันดะละ" หมายถึง "โกฮนซน"
คำ "มันดะละ" มีความหมายว่า "มีพร้อมอย่างสมบูรณ์" และ "กลุ่มกุศลผลบุญ" ด้วย พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าวในบทธรรมนิพนธ์ "ลักษณะแท้ของโกฮนซน":
" "มีพร้อม 10 ภูมิ" หมายความว่าทั้งหมด 10 ภูมิโดยไม่มีข้อยกเว้นอยู่ภายในภูมิพุทธภาวะภูมิเดียว นั่นคือเหตุผลที่ทำไมโกฮนซนจึงถูกเรียกว่ามันดะละ มันดะละคือคำภาษาสันสกฤตซึ่งหมายถึง "มีพร้อมอย่างสมบูรณ์" หรือ "กลุ่มกุศลผลบุญ" " (ชินเพ็น หน้า 1388)
ทำไมพระนิชิเร็น ไดโชนินจึงใช้คำ "มันดะละแห่งเมียวโฮ" ในชื่อบทธรรมนิพนธ์ฉบับนี้? อาตมาคิดว่าเนื่องจากในสมัยนั้นนิกายมนตรยานใช้คำ "ไทโซ-ไคมันดะละ" และ "คงโง-ไคมันดะละ"ที่เป็นรูปภาพของพระพุทธะหรือพระโพธิสัตว์ มันดะละเหล่านี้มาจากคำสอนก่อนสัทธรรมปุณฑริกสูตร ดังนั้นสามารถกล่าวได้ว่ามันดะละเหล่านี้ไม่ใช่มันดะละที่สมบูรณ์ ในทางตรงข้าม มันดะละของพระนิชิเร็น ไดโชนินคือมันดะละสูงส่งที่สุด และเพื่อที่จะทำให้แตกต่างจากมันดะละอื่น พระนิชิเร็น ไดโชนินจึงใช้คำ "มันดะละแห่งเมียวโฮ" ในชื่อ
ตอนต้นบทธรรมนิพนธ์ฉบับนี้ พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าว:
"อาตมาได้รับการทำบุญของเธอแด่โกฮนซนแห่งเมียวโฮ-เร็งเง-เคียว"
กล่าวกันว่าพระนิชิเร็น ไดโชนินเริ่มจารึกโกฮนซนตั้งแต่ปี ค.ศ. 1271 และ 2 ปี หลังจากเวลานั้นท่านเขียนบทธรรมนิพนธ์ฉบับนี้ ดังนั้น สามารถกล่าวว่ายังเป็นช่วงต้นที่พระนิชิเร็นไดโชนินเริ่มจารึกโกฮนซน และมันเป็นจริงที่ว่าไม่เคยมีใครจารึกโกฮนซนแห่งเมียวโฮนี้ก่อนพระนิชิเร็น ไดโชนิน เช่น บทธรรมนิพนธ์ "ลักษณะแท้ของโกฮนซน" กล่าว:
"ดังนั้น โกฮนซนนี้เป็นมันดะละสูงส่งที่สุดซึ่งไม่เคยรู้จักมาก่อน เนื่องจากมันไม่เคยปรากฏจนกระทั่งภายหลังการปรินิพพานของพระพุทธะไปแล้วกว่า 2,220 ปี" (ชินเพ็น หน้า 1388)
ประโยคนี้หมายถึง ณ เวลานั้นมีแค่ 2-3 คนที่สามารถทำบุญแด่โกฮนซนแห่งเมียวโฮ-เร็งเง-เคียว แต่เซ็นนิจิ-อามะได้ทำ พฤติกรรมของนางจึงน่ายกย่อง
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อพวกเราได้ยินคำว่า "โกฮนซน" พวกเราไม่ควรจำความหมายว่า "สิ่งสักการะ" เท่านั้น แต่มีความหมาย 3 ข้อดังต่อไปนี้ด้วย:
1. ต้องเป็นสิ่งสักการะที่โดยหลักการมนุษย์ปุถุชนทุกคนเคารพ
2. ควรจะปรากฏในสภาพแท้และดั้งเดิม ไม่ได้อยู่ในรูปแบบพระพุทธรูปที่ประดับประดาอย่างเคร่งขรึม หรือสิ่งที่ถูกสร้างด้วยจุดประสงค์ที่เป็นกุศโลบาย
3. ต้องถูกเคารพและสักการะด้วยความศรัทธา
ท่านอาจจะเข้าใจว่าคำว่า "โกฮนซน" มีความหมายลึกซึ้งกว่าคำว่า "สิ่งสักการะ" ต่อมา พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวในบทธรรมนิพนธ์ "การทำบุญแด่มันดะละแห่งเมียวโฮ":
"ถึงแม้ว่ามันดาละนี้ถูกเขียนเพียงแค่อักษร 5 ตัวหรือ 7 ตัว มันเป็นอาจารย์ของพระพุทธะทุกองค์ตลอด 3 ชาติและตราประทับที่รับประกันการรู้แจ้งของผู้หญิงทุกคน"
เมื่อท่านมองไปที่โกฮนซน ท่านสามารถเข้าใจว่าโกฮนซนไม่เพียงมีอักษร 5 ตัวแห่งเมียวโฮ-เร็งเง-เคียวเท่านั้นแต่มีอักษร 7 ตัวแห่งนัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียวด้วย โกฮนซนทุกองค์มีอักษร 7 ตัวและไม่มีโกฮนซนซึ่งมีอักษร 5 ตัวเท่านั้น
บางท่านอาจจะถามว่ามีความแตกต่างอย่างไรระหว่างอักษร 5 ตัวและ 7 ตัว โกฮนซนทุกองค์มีอักษร 7 ตัว ดังนั้น เมื่อท่านพบประโยคซึ่งมีวลี "อักษร 5 ตัวหรือ 7 ตัว" ในบทธรรมนิพนธ์หลายฉบับ โปรดเข้าใจว่าประโยคนี้หมายถึงโกฮนซนซึ่งมีอักษร 7 ตัว แห่งนัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว
ในวลี "อักษร 5 ตัวหรือ 7 ตัว" มีความหมายลึกซึ้งยิ่งขึ้นและถึงแม้ว่าดูเหมือนว่าประโยคนี้เป็นประโยคง่าย แท้ที่จริง มันแสดงคำสอน "การประสานระหว่างความจริงภววิสัยกับปัญญาอัตวิสัยในอดีตที่ไม่มีจุดเริ่มต้น (คุอน กันโจะ)"
พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าวเกี่ยวกับการประสานระหว่างความจริงภววิสัยกับปัญญาอัตวิสัยในอดีตที่ไม่มีจุดเริ่มต้นในบทธรรมนิพนธ์ "ว่าด้วยความหมายของตัวตนแท้แห่งเมียวโฮ-เร็งเง-เคียว" (โทไทงิ โช) ดังต่อไปนี้:
"แต่เดิม ความจริงสูงสุดไม่มีชื่อ เมื่อนักปราชญ์สังเกตความจริงนี้ และกำลังจะตั้งชื่อให้กับทุกสิ่ง เขาตื่นรู้เกี่ยวกับธรรมะมหัศจรรย์ เดียวที่มีเหตุและผลเกิดขึ้นพร้อมกัน เขาตั้งชื่อความจริงนี้ว่าเมียวโฮ-เร็งเง ธรรมะเดียวแห่งเมียวโฮ-เร็งเงนี้คือคำสอนสมบูรณ์ที่ครอบคลุมปรากฏการณ์ทั้งหมดภายใน 3,000 ภาวะของ 10 ภูมิ ดังนั้น ผู้ที่ปฏิบัติธรรมะแห่งเมียวโฮ-เร็งเงสามารถได้รับทั้งเหตุและผลของการบรรลุพุทธภาวะในชั่วขณะเดียวกัน เนื่องจากนักปราชญ์เคารพและปฏิบัติธรรมะนี้ เขาจึงได้รับเหตุและผลของเมียวโฮ-เร็งเงในเวลาเดียวกัน ด้วยเหตุผลนี้ เขาเป็นพระพุทธะที่มีผลและกุศลผลบุญทั้งหมดจากการปฏิบัติของเขา ณ ขั้นของการรู้แจ้ง" (ชินเพ็น หน้า 695)
เมื่อพวกเราพิจารณาการประสานระหว่างความจริงภววิสัยกับปัญญาอัตวิสัยในอดีตที่ไม่มีจุดเริ่มต้น เมียวโฮ-เร็งเง-เคียวคือความจริงภววิสัย และปัญญาอัตวิสัยคือนัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว แต่โกฮนซนมีความหมายของการประสานระหว่างความจริงภววิสัยกับปัญญาอัตวิสัย ดังนั้น จึงไม่มีความแตกต่างระหว่างเมียวโฮ-เร็งเง-เคียว กับ นัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว
โกฮนซนของพระนิชิเร็น ไดโชนินมีความหมายลึกซึ้ง ยกตัวอย่าง โกฮนซนคือตัวตนแห่งการปรากฏของพระพุทธะที่มีปัญญาสมบูรณ์ซึ่งมีอยู่โดยธรรมชาติในคุอน กันโจะ เช่นกัน โกฮนซนมีความหมายของหนึ่งขณะจิตสามพันที่เกิดขึ้นจริง มันคือโกฮนซนแห่งความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างบุคคลกับธรรมะ ถึงแม้ว่าโกฮนซนของพระนิชิเร็น ไดโชนินถูกเขียนเพียงแค่อักษร 5 ตัวหรือ 7 ตัว มันมีความหมายลึกซึ้ง
ในบทธรรมนิพนธ์ฉบับนี้, พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าว:
"ถึงแม้ว่ามันดาละนี้ถูกเขียนเพียงแค่อักษร 5 ตัวหรือ 7 ตัว มันเป็นอาจารย์ของพระพุทธะทุกองค์ตลอด 3 ชาติและตราประทับที่รับประกันการรู้แจ้งของผู้หญิงทุกคน"
โกฮนซนนี้คืออาจารย์ของพระพุทธะทุกองค์ตลอด 3 ชาติ นี่คือข้อความที่สั้นแต่มีความหมายลึกซึ้ง คำสอนศาสนาพุทธสอนว่าใน 3 ชาติและ 10 ทิศมีพระพุทธะมากมาย
พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าวในบทธรรมนิพนธ์ "จดหมายถึงอกิโมโตะ":
"พระพุทธะทุกองค์แห่ง 3 ชาติและ 10 ทิศบรรลุพุทธภาวะด้วยเมล็ดซึ่งแทนโดยอักษร 5 ตัวแห่งเมียวโฮ-เร็งเง-เคียวเสมอ" (ชินเพ็น หน้า 1448)
เช่นกัน พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าวในบทธรรมนิพนธ์ "กิเลสคือการรู้แจ้ง":
"คำสอนซึ่งอาตมา นิชิเร็น กำลังเผยแผ่ตอนนี้อาจจะดูเหมือนจำกัด แต่แท้ที่จริงมันลึกซึ้งที่สุด เนื่องจากมันลึกซึ้งยิ่งกว่าคำสอนซึ่งอธิบายโดยพระเทียนไท้และเด็งเงียว มันเปิดเผย 3 เรื่องสำคัญ***ในบทจูเรียวแห่งคำสอนแท้ (ฮนมน) การปฏิบัติแค่อักษร 7 ตัวแห่งนัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียวเท่านั้นอาจจะดูเหมือนจำกัด แม้กระนั้น เนื่องจากธรรมะนี้คืออาจารย์ของพระพุทธะทุกองค์แห่งอดีต ปัจจุบันและอนาคต อาจารย์ของพระโพธิสัตว์ทุกองค์ในจักรวาล และผู้นำทางที่ทำให้มวลมนุษย์สามารถบรรลุพุทธภาวะ การปฏิบัติธรรมะนี้จึงลึกซึ้งอย่างเปรียบเทียบไม่ได้" (ชินเพ็น หน้า 597)
โกฮนซนแห่งนัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว คือ อาจารย์ของพระพุทธะทุกองค์ และพระพุทธะทุกองค์เชื่อในโกฮนซนนี้ซึ่งคือความหมายซึ่งซ่อนอยู่ในส่วนลึกของบทจูเรียวแห่งสัทธรรมปุณฑริกสูตร
พระศากยมุนีพุทธะกล่าวใน "อมิตอรรถสูตร":
"ความหมายเหลือคณานับมาจากธรรมะเดียว" (ไคเค็ทสึ หน้า 19)
นี่ อาจกล่าวได้ว่า หมายถึงพระพุทธะเหลือคณานับมาจากโกฮนซนแห่งนัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว
พระเทียนไท้กล่าวใน "ความหมายลึกซึ้งของสัทธรรมปุณฑริกสูตร" (ฮกเขะ เก็นงิ):
"จุดกำเนิดถูกเรียกว่าพื้นฐาน ถึงแม้ว่าระยะเวลา[แห่งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต]ต่างกัน พระไวโรจนพุทธะยังคงไม่เปลี่ยนแปลงตลอด 3 ระยะเวลา เหมือนหลายร้อยและหลายพันกิ่งและใบทั้งหมดกลับสู่รากเดียวกัน"
ถึงแม้ว่าโกฮนซนนี้ถูกเขียนเพียงแค่อักษร 5 หรือ 7 ตัว พระพุทธะทุกองค์เชื่อในโกฮนซนนี้ซึ่งคือความหมายซึ่งซ่อนอยู่ในส่วนลึกของบทจูเรียวแห่งสัทธรรมปุณฑริกสูตร
ต่อมา เกี่ยวกับ "ตราประทับที่รับประกันการรู้แจ้งของผู้หญิงทุกคน" ใน "ถึงแม้ว่ามันดาละนี้ถูกเขียนเพียงแค่อักษร 5 ตัวหรือ 7 ตัว มันเป็นอาจารย์ของพระพุทธะทุกองค์ตลอด 3 ชาติและตราประทับที่รับประกันการรู้แจ้งของผู้หญิงทุกคน"
ประการแรก อาตมาจะสนทนาเกี่ยวกับ "ตราประทับ" ใน "ตราประทับที่รับประกันการรู้แจ้งของผู้หญิงทุกคน"
พระสังฆราชองค์ที่ 26 พระนิชิคัน โชนินกล่าว:
" "...ตราประทับ" หมายถึงตราประทับเดียวแห่งตัวตนแท้ของปรากฏการณ์ทั้งหมด..."ตัวตนแท้" หมายถึงความจริงสูงสุด ความจริงสูงสุดของสัทธรรมปุณฑริกสูตร หมายถึง นัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว" (มนดัง หน้า 710)
ดังนั้น พวกเราสามารถเข้าใจว่าความหมายของ"ตราประทับ" คือนัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว ผู้หญิงทุกคนสามารถบรรลุพุทธภาวะด้วยพลังของโกฮนซน
ในข้อความนี้ ดูเหมือนว่าพระนิชิเร็น ไดโชนินกำลังพูดเกี่ยวกับการรู้แจ้งของผู้หญิงเท่านั้น เนื่องจากจดหมายฉบับนี้เขียนเพื่อผู้หญิง (เซ็นนิจิ-อามะ) อีกประการหนึ่ง นี่คือการบรรลุพุทธภาวะของผู้หญิงซึ่งถูกเปิดเผยในสัทธรรมปุณฑริกสูตรเท่านั้น พระสูตรอื่นไม่เคยสอนเกี่ยวกับการรู้แจ้งของผู้หญิง นี่คือเรื่องยากที่สุดในคำสอนก่อนสัทธรรมปุณฑริกสูตร หมายความว่าถ้าผู้หญิงสามารถบรรลุพุทธภาวะ คนอื่นทั้งหมดบนโลกก็บรรลุได้ ถึงแม้ว่าพระนิชิเร็น ไดโชนินใช้ตัวอย่างเรื่องเป็นผู้หญิง ซึ่งท่านบอกเป็นนัยว่าเป็นทุกคนบนโลก
ในข้อความจากบทธรรมนิพนธ์ถัดไป พระนิชิเร็น ไดโชนินกำลังพูดเกี่ยวกับกุศลผลบุญยิ่งใหญ่จากโกฮนซนในโลกหลังความตายของพวกเรา ประการแรก อาตมาอยากจะอ่านข้อความจากบทธรรมนิพนธ์: "มันจะเป็นตะเกียงในความมืดแห่งปรโลกและม้าดีเพื่อให้เธอขี่ข้ามภูเขาแห่งความตาย มันเหมือนดวงอาทิตย์และดวงจันทร์บนท้องฟ้าหรือภูเขาพระสุเมรุบนพื้นดิน มันเป็นเรือส่งคนข้ามทะเลแห่งการเกิดและความตาย มันเป็นอาจารย์ที่นำทาง[โดชิ]ที่นำทุกคนไปสู่การรู้แจ้ง"
บางท่านอาจจะสงสัย "ปรโลกคืออะไร?" หรือ "จะเกิดอะไรขึ้นหลังจากความตายของพวกเรา?" มโนภาพเกี่ยวกับความตายแตกต่างกันขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
แต่ละบุคคลอาจจะคิดเกี่ยวกับ "ปรโลก" ดังต่อไปนี้:
- ถ้าไม่มีการตาย คนๆหนึ่งจะไม่สามารถรู้จักปรโลก
- ปรโลกอาจจะเป็นสวรรค์
- มันอาจจะเป็นสถานที่น่ากลัว
- ไม่มีปรโลกหลังจากความตายของพวกเรา
ในเมื่อพวกเราไม่มีความทรงจำในโลกแห่งความตาย มันจึงยากแก่การอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นหลัง จากความตายของพวกเรา
ในวาระนี้ อาตมาอยากจะถือโอกาสนี้พูดเกี่ยวกับ "3 ชาติของชีวิต" และ "ปรโลก" บนพื้นฐานคำสอนศาสนาพุทธ อาตมาหวังว่าท่านเข้าใจมากขึ้นและมีความเชื่อมั่นและความศรัทธาเข้มแข็งต่อศาสนาพุทธของพระนิชิเร็น ไดโชนิน
เพื่อที่จะเข้าใจการมีอยู่ของปรโลก ประการแรก สิ่งสำคัญคือเข้าใจ "3 ชาติของชีวิต" เนื่องจาก ปรโลกตั้งอยู่ระหว่างชาติปัจจุบันกับชาติหน้า ดังนั้น หลังจากพูดถึงชีวิตตลอดกาลของพวกเราตลอด 3 ชาติของชีวิต อาตมาจะกล่าวเล็กน้อยเกี่ยวกับปรโลก
คำบรรยายโอโกะครั้งหน้า อาตมาจะเริ่มตั้งแต่ข้อความนี้:
"มันจะเป็นตะเกียงในความมืดแห่งปรโลกและม้าดีเพื่อให้เธอขี่ข้ามภูเขาแห่งความตาย"
เมื่อพวกเราเรียนรู้เกี่ยวกับความตาย พวกเราสามารถเข้าใจความสำคัญของสิ่งที่พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวในบทธรรมนิพนธ์ "คำถามและคำตอบว่าด้วยการนับถือสัทธรรมปุณฑริกสูตร" ดังต่อ ไปนี้:
"อาตมาเชื่อว่าการนับถือเมียวโฮ-เร็งเง-เคียว ซึ่งรับประกัน "ความสงบสุขและความปลอดภัยในชาตินี้และสิ่งแวดล้อมดีในชาติหน้า" คือเกียรติยศเดียวพึงแสวงหาในชาตินี้และคือข้อแนะนำเพื่อดำรงไว้ซึ่งการรู้แจ้งในอนาคต จงสวดนัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียวอย่างแน่วแน่และสนับสนุนให้ผู้อื่นทำตาม สิ่งนี้จะยังคงเป็นความทรงจำเดียวของท่านในชาติปัจจุบันนี้ที่เป็นมนุษย์"
(ชินเพ็น หน้า 300)
อาตมาขอจบคำบรรยายของอาตมาด้วยคำอธิษฐานขอให้ท่านมีสุขภาพแข็งแรง มีความสุขต่อ เนื่องและการโคเซ็น-รุฝุในประเทศสิงคโปร์ ขอขอบคุณมาก
วารสารไคเมียว ฉบับที่ 85 ตุลาคม - พฤศจิกายน 2016 หน้า 25-26 และ 31-33
ข้อความเพิ่มเติม

*ปรโลก[ปะระ หรือ ปอระ]: ตามตัวอักษร, โลกอื่นหมายถึงโลกหลังความตาย ต้นฉบับใช้คำว่า "nether world" nether แปลว่า "ใต้" แต่คนไทยจะคุ้นกับปรโลกมากกว่าจึงใช้คำนี้

**3 เรื่องสำคัญ: มหาธรรมเร้นลับ 3 ประการ: สิ่งสักการะแท้แห่งคำสอนแท้ (ฮนมน-โนะ-ฮนซน) มหาวิหารแห่งคำสอนแท้ (ฮนมน-โนะ-ไคดัน) และไดโมขุแห่งคำสอนแท้ (ฮนมน-โนะ-ไดโมขุ)

ชื่อของอบุตสึโบ (Abutsu-bo): พยางค์แรก "อะ"(A)ในชื่อของอบุตสึโบเป็นคำย่อซึ่งแสดงให้เห็นพระอมิตาภพุทธะ (แห่งนิกายสุขาวดี) ในขณะที่พยางค์ที่ 2 "บุตสึ" (Butsu) หมายถึง พระพุทธะ ดังนั้น รวมกันจึงชี้ให้เห็นชื่อของอมิตาภพุทธะ นิตโตขุคือชื่อทางพุทธศาสนาของเขา ซึ่งชี้ให้เห็นว่าเขาเคยปลงผมและเป็นพระสงฆ์ที่ใช้ชีวิตกับครอบครัว (นิวโด) ชื่อทางโลกของเขา คือ เอ็นโดะ ทาเมโมริ เรียกเขาว่า อบุตสึโบ นิตโตขุ ซาเอมนก็ได้ และบางครั้งพระนิชิเร็น ไดโชนินจ่าหน้าซองถึงเขาว่าอบุตสึโบ โชนิน ชื่อของภรรยาอบุตสึโบ คือ เซ็นนิจิ-อามะ ชี้ให้เห็นว่า เนื่องมาจากความเชื่อมั่นและความศรัทธาของนาง นางปลงผมและเป็นภิกษุณี (尼อามะ) ในศาสนาพุทธเช่นกัน

เซ็นนิจิ อามะ: พระนิชิเร็น ไดโชนินอยู่บนเกาะซาโดะตั้งแต่ 28 ตุลาคม ค.ศ. 1271 ถึง 14 มีนาคม ค.ศ.1274 เป็นเวลา 870 วัน ตามตัวอักษรญี่ปุ่น "เซ็นนิจิ" [千日] หมายถึง "1,000 วัน" ในตำนานกล่าวว่าเซ็นนิจิ อามะมีนามเช่นนั้นเนื่องจากนางปรนนิบัติพระนิชิเร็น ไดโชนินโดยไม่คิดถึงตนเองและจริงใจเป็นเวลานานเช่นนั้น เกือบ 1,000 วัน

มันดะละ (曼荼羅): สิ่งสักการะซึ่งแสดงภาพวาดพระพุทธะและพระโพธิสัตว์หรือซึ่งแสดงคำสอนลึกลับ แต่เดิมมันดะละหมายถึงแท่นบูชาวงกลมหรือสี่เหลี่ยมจัตุรัสซึ่งประดิษฐานพระพุทธะ

ครรภธาตุ (胎蔵界ไทโซ-ไค): โลกซึ่งถูกบรรยายในมหาไวโรจนสูตร บนโลกนี้การกระทำที่มีความเมตตาทั้งหมดซึ่งนำไปสู่การพ้นทุกข์เกิดมาจากและหล่อเลี้ยงโดยหลักพื้นฐานของจักรวาล เช่นเดียวกับชีวิตที่ถือกำเนิดและถูกฟูมฟักอยู่ในครรภ์ ดังนั้น ครรภธาตุแสดงถึง "คลังความจริง"
ไทโซ-ไคมันดะละ (Taizōkai Mandala 胎蔵界曼荼羅 or Womb World Mandala): ครรภธาตุมันดะละคือหนึ่งใน 2 มันดะละของคำสอนนิกายมนตรยาน อีกหนึ่งคือวัชรธาตุมันดะละ

วัชรธาตุ (金剛界คงโง-ไค): โลกซึ่งถูกบรรยายในวัชรเสขรสูตร (คงโงโจ-เคียว) คำนี้ถูกใช้ตรงข้ามกับครรภธาตุซึ่งถูกกล่าวถึงในมหาไวโรจนสูตร วัชรธาตุแสดงถึงปัญญาของพระมหาไวโรจนพุทธะ ในขณะที่ครรภธาตุแสดงถึงความจริงขั้นพื้นฐานที่เป็นรากฐานของปัญญานี้ ปัญญาของพระมหาไวโรจนพุทธะถูกนำไปเปรียบกับความแข็งและความบริสุทธิ์ของเพชร (วัชร) ซึ่งสามารถทำลายกิเลสและความหลงผิดทั้งหมด

คงโง-ไคมันดะละ (Kongōkai Mandala 金剛界曼荼羅 or Diamond World Mandala): วัชรธาตุมันดะละคือหนึ่งใน 2 มันดะละของนิกายมนตรยาน อีกหนึ่งคือครรภธาตุมันดะละ มันดะละนี้แสดงภาพวาดวัชรธาตุ บนพื้นฐานวัชรเสขรสูตร (Vajra-sekhara Sutra-มงกุฎเพชรสูตร) ซึ่งแทนปัญญาของพระมหาไวโรจนพุทธะ